top of page

ภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ใครต้องยื่น? กำหนดเวลา วิธีประมาณการ และเงินเพิ่ม 20% ที่ควรรู้

Writer: Thairegisters
Thairegisters
30 minutes ago
4 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง


ภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ใครต้องยื่น? คำตอบคือบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรอบบัญชีครบ 12 เดือน ต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี (ยื่นออนไลน์ได้เพิ่มอีก 8 วันตามประกาศที่มีผลอยู่) โดยทั่วไปให้ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีแล้วเสียภาษีจากครึ่งหนึ่ง ผู้ไม่ต้องยื่นคือรอบบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายที่ไม่ถึง 12 เดือน และมูลนิธิหรือสมาคม หากประมาณการขาดเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร จะเสียเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาด


ภ.ง.ด.51 คืออะไร และทำไมต้องจ่ายภาษีก่อนปิดปี?

ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบบัญชี เป็นการ "ชำระภาษีล่วงหน้า" ระหว่างปีตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีที่จ่ายไปจะนำไปเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องเสียตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ปลายรอบบัญชี

พูดง่าย ๆ คือ บริษัทไม่ได้เสียภาษีเพิ่มจากปกติ แต่แบ่งจ่ายเป็นสองงวด งวดแรกจ่ายจากตัวเลขประมาณการกลางปี งวดที่สองจ่ายส่วนที่เหลือจากกำไรจริงตอนสิ้นปี ระบบนี้ช่วยให้รัฐมีรายได้สม่ำเสมอ และช่วยให้บริษัทไม่ต้องรับภาระภาษีก้อนใหญ่ในครั้งเดียว

คำศัพท์ที่ควรเข้าใจ

·       รอบบัญชี คือระยะเวลา 12 เดือนที่บริษัทใช้คำนวณกำไรขาดทุน ไม่จำเป็นต้องตรงกับปีปฏิทิน

·       กำไรสุทธิ คือกำไรทางภาษี คำนวณจากรายได้หักรายจ่ายตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากร ซึ่งอาจต่างจากกำไรทางบัญชี

·       ประมาณการกำไรสุทธิ คือการคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งรอบบัญชี ณ วันยื่น ภ.ง.ด.51

·       เครดิตภาษี คือภาษีที่จ่ายไปแล้วซึ่งนำไปหักออกจากภาษีที่ต้องชำระในแบบ ภ.ง.ด.50


ภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ใครต้องยื่น และใครไม่ต้องยื่น?

ผู้มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 คือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ และมีรอบบัญชีเต็ม 12 เดือน ส่วนผู้ที่ได้รับยกเว้นมีเพียงไม่กี่กรณีตามมาตรา 67 ทวิ วรรคท้าย และคำถามที่พบบ่อยของกรมสรรพากร

กลุ่มผู้เสียภาษี

ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่

วิธีคำนวณ

บริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป รอบบัญชี 12 เดือน

ต้องยื่น

ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี แล้วเสียภาษีจากครึ่งหนึ่ง (ม.67 ทวิ(1))

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ธนาคาร บริษัทเงินทุน และกิจการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

ต้องยื่น

เสียภาษีจากกำไรสุทธิจริงของ 6 เดือนแรก (ม.67 ทวิ(2))

รอบบัญชีแรกที่ไม่ถึง 12 เดือน (เช่น บริษัทเปิดใหม่กลางปี)

ไม่ต้องยื่น

— แต่ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50

รอบบัญชีสุดท้ายที่ไม่ถึง 12 เดือน (เช่น ปีที่จดทะเบียนเลิก)

ไม่ต้องยื่น

— แต่ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50

มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้

ไม่ต้องยื่น

เสียภาษีจากรายรับก่อนหักรายจ่ายตามระบบของตน

บริษัทที่คาดว่าจะขาดทุนทั้งปี

โดยหลักยังต้องยื่น

ยื่นแบบโดยแสดงประมาณการขาดทุน ภาษีที่ต้องชำระเป็นศูนย์

 

ข้อสังเกต: กรณีบริษัทที่คาดว่าขาดทุน กรมสรรพากรอธิบายว่าผู้มีหน้าที่ยื่นคือผู้ที่ต้องจัดทำ "ประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ" จึงตีความได้ว่าโดยหลักยังต้องยื่นแบบแม้ภาษีเป็นศูนย์ ควรตรวจสอบแนวปฏิบัติล่าสุดกับกรมสรรพากร (1161) หากมีข้อสงสัยเฉพาะกรณี

บริษัทเปิดใหม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ไหม?

บริษัทเปิดใหม่ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ในรอบบัญชีแรก หากรอบบัญชีแรกนั้นไม่ถึง 12 เดือน เช่น จดทะเบียนเดือนพฤษภาคมและปิดบัญชี 31 ธันวาคม แต่ตั้งแต่รอบบัญชีที่สองซึ่งครบ 12 เดือน บริษัทจะเริ่มมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 ตามปกติ ส่วน ภ.ง.ด.50 ต้องยื่นตั้งแต่รอบบัญชีแรก

บริษัทที่ยังไม่มีรายได้ต้องยื่นไหม?

บริษัทที่ยังไม่มีรายได้แต่มีรอบบัญชีครบ 12 เดือน โดยหลักยังอยู่ในกลุ่มที่ต้องจัดทำประมาณการ เพราะกฎหมายใช้คำว่าประมาณการ "กำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ" การไม่มีรายได้จึงไม่ได้ทำให้หน้าที่หายไปโดยอัตโนมัติ

ภ.ง.ด.51 ต้องยื่นเมื่อไหร่?


ภ.ง.ด.51 ต้องยื่นและชำระภาษีภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้รับขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 12 มกราคม 2567

รอบบัญชี

วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรก

ยื่นแบบกระดาษภายใน

ยื่นออนไลน์ภายใน

1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2569

30 มิ.ย. 2569

31 ส.ค. 2569

8 ก.ย. 2569

1 เม.ย. 2569 – 31 มี.ค. 2570

30 ก.ย. 2569

30 พ.ย. 2569

8 ธ.ค. 2569

1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2570

30 มิ.ย. 2570

31 ส.ค. 2570

ยังไม่มีประกาศยืนยัน

 

ข้อควรระวังเรื่องการขยายเวลา 8 วัน

ประกาศกระทรวงการคลังฉบับที่ 7 ใช้กับแบบที่ครบกำหนดยื่นตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 31 มกราคม 2570 เท่านั้น ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูล (13 ตุลาคม 2569) ยังไม่พบประกาศต่ออายุสำหรับแบบที่ครบกำหนดหลังวันดังกล่าว ดังนั้น ภ.ง.ด.51 ของรอบบัญชีปี 2570 ควรวางแผนยื่นภายในกำหนดเดิม 2 เดือนไว้ก่อน แล้วตรวจสอบประกาศล่าสุดกับกรมสรรพากร

นอกจากนี้ สิทธิขยายเวลาใช้ได้เฉพาะการยื่นออนไลน์ หากยื่นแบบกระดาษ รวมถึงยื่นเพิ่มเติมเป็นกระดาษ จะไม่ได้สิทธิขยาย และหากยื่นเกินกำหนดที่ขยายแล้ว เบี้ยปรับและเงินเพิ่มจะนับจากกำหนดเดิม

ประมาณการกำไรสุทธิสำหรับ ภ.ง.ด.51 ทำอย่างไร?

สำหรับบริษัททั่วไป ให้ประมาณการกำไรสุทธิทั้งรอบบัญชีอย่างสมเหตุสมผล แล้วเสียภาษีจากครึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิที่ประมาณการไว้ ตามมาตรา 67 ทวิ(1) ส่วนกิจการตามมาตรา 67 ทวิ(2) เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และธนาคาร ใช้กำไรสุทธิจริงของ 6 เดือนแรกแทนการประมาณการ

ขั้นตอนการประมาณการเชิงปฏิบัติ

ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย

1. ปิดบัญชี 6 เดือนแรกให้ได้ตัวเลขรายได้และค่าใช้จ่ายจริงที่ใกล้เคียงที่สุด

2. ปรับรายการที่ไม่ใช่รายจ่ายทางภาษี เช่น รายจ่ายส่วนตัว เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม หรือรายจ่ายลงทุน ตามมาตรา 65 ตรี เพื่อให้ได้กำไรทางภาษี

3. คาดการณ์ 6 เดือนหลัง โดยดูสัญญาที่มีอยู่แล้ว ฤดูกาลของธุรกิจ และงานที่จะส่งมอบ

4. รวมเป็นประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี แล้วเผื่อส่วนต่างให้ประมาณการไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของกำไรที่น่าจะเกิดขึ้นจริง

5. คำนวณภาษีจากครึ่งหนึ่งของประมาณการตามอัตราที่บริษัทมีสิทธิ แล้วบันทึกเหตุผลและเอกสารประกอบการประมาณการเก็บไว้

อัตราภาษีที่ใช้คำนวณ

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไปคือร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ ส่วนบริษัทที่เข้าเงื่อนไข SME คือทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการในรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท (ต้องครบทั้งสองข้อ) ใช้อัตราขั้นบันไดตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 530 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาทได้รับยกเว้น ส่วนที่เกิน 300,000 ถึง 3,000,000 บาท ร้อยละ 15 และส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท ร้อยละ 20

สำหรับ SME ที่ใช้อัตราขั้นบันได วิธีนำขั้นบันไดมาใช้กับครึ่งหนึ่งของประมาณการในแบบ ภ.ง.ด.51 ควรคำนวณตามแบบฟอร์มและคำอธิบายของกรมสรรพากร หรือใช้ระบบยื่นออนไลน์ซึ่งคำนวณให้ ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร (1161)

ประมาณการต่ำไปโดนอะไร? เงินเพิ่ม 20% ตามมาตรา 67 ตรี

ถ้าประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ชำระขาด ตามมาตรา 67 ตรี และหากไม่ยื่น ภ.ง.ด.51 เลย ก็ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 เช่นกัน

กรณีที่ไม่ถูกเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี ได้แก่

·       ประมาณการสูงกว่ากำไรจริง (จ่ายเกิน) ไม่ถูกเงินเพิ่ม ส่วนที่จ่ายเกินนำไปเครดิตตอนยื่น ภ.ง.ด.50

·       ประมาณการกำไร แต่ปลายปีขาดทุนจริง ไม่ถูกเงินเพิ่ม

·       ประมาณการขาดไม่เกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริง ไม่เข้าเงื่อนไข

·       ประมาณการขาดเกินร้อยละ 25 แต่มีเหตุอันสมควรที่พิสูจน์ได้ (ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี)

ตัวอย่างคำนวณ: บริษัท เอ จำกัด (ตัวอย่างสมมติ)

บริษัท เอ จำกัด มีทุนชำระแล้ว 10 ล้านบาท จึงไม่เข้าเงื่อนไข SME และใช้อัตราร้อยละ 20 รอบบัญชี 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569

ช่วงยื่น ภ.ง.ด.51 (ภายใน 31 ส.ค. 2569 หรือ 8 ก.ย. 2569 หากยื่นออนไลน์)

·       ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2,000,000 บาท

·       ครึ่งหนึ่งของประมาณการ 1,000,000 บาท

·       ภาษีที่ชำระกับ ภ.ง.ด.51 = 1,000,000 × 20% = 200,000 บาท

สิ้นปี กำไรสุทธิจริง 4,000,000 บาท

·       เกณฑ์ร้อยละ 25 ของกำไรจริง = 1,000,000 บาท

·       ประมาณการขาดไป = 4,000,000 − 2,000,000 = 2,000,000 บาท ซึ่งเกิน 1,000,000 บาท จึงเข้าเงื่อนไขมาตรา 67 ตรี

·       วิธีคิดโดยประมาณของภาษีที่ชำระขาด: ภาษีจากครึ่งหนึ่งของกำไรจริง (2,000,000 × 20% = 400,000 บาท) ลบภาษีที่ชำระไว้ 200,000 บาท = 200,000 บาท

·       เงินเพิ่มร้อยละ 20 = 200,000 × 20% = 40,000 บาท ซึ่งชำระพร้อม ภ.ง.ด.50

ถ้าบริษัท เอ ประมาณการไว้ 3,000,000 บาท ส่วนที่ขาดจะเท่ากับ 1,000,000 บาท ไม่เกินร้อยละ 25 ของกำไรจริง จึงไม่เข้าเงื่อนไขเงินเพิ่มร้อยละ 20

ตัวอย่างนี้แสดงหลักการคำนวณเพื่อความเข้าใจเท่านั้น วิธีคำนวณภาษีที่ชำระขาดในทางปฏิบัติต้องเป็นไปตามแบบ ภ.ง.ด.50 และคำอธิบายของกรมสรรพากร ควรให้ผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีตรวจทานก่อนยื่นจริง

ยื่นหรือชำระ ภ.ง.ด.51 ล่าช้ามีผลอย่างไร?

นอกจากเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี การชำระภาษีไม่ทันกำหนดยังมีเงินเพิ่มตามมาตรา 27 ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ ซึ่งข้อหารือของกรมสรรพากรระบุว่าเงินเพิ่มตามมาตรา 27 ไม่มีบทกฎหมายให้งดหรือลด จึงควรยื่นให้ตรงเวลาแม้ตัวเลขยังไม่สมบูรณ์

ภาษีที่จ่ายใน ภ.ง.ด.51 ใช้อย่างไรตอนยื่น ภ.ง.ด.50?

ภาษีที่ชำระกับ ภ.ง.ด.51 นำไปเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องเสียตาม ภ.ง.ด.50 ของรอบบัญชีเดียวกัน หากภาษีปลายปีมากกว่า บริษัทชำระเพิ่มเฉพาะส่วนต่าง หากภาษีปลายปีน้อยกว่า ส่วนที่จ่ายเกินสามารถดำเนินการขอคืนตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่ลูกค้าหักไว้ (ที่บริษัทได้รับหนังสือรับรอง 50 ทวิ) ก็เป็นเครดิตภาษีของบริษัทเช่นกัน การบริหารเครดิตเหล่านี้อย่างเป็นระบบช่วยลดภาระเงินสดและลดโอกาสขอคืนภาษีโดยไม่จำเป็น

เช็กลิสต์ก่อนยื่น ภ.ง.ด.51

☐ ตรวจว่ารอบบัญชีนี้ครบ 12 เดือนหรือไม่ (ถ้าเป็นรอบแรกหรือรอบสุดท้ายที่ไม่ถึง 12 เดือน ไม่ต้องยื่น)

☐ ระบุวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรก และนับ 2 เดือนเป็นกำหนดยื่น

☐ ตรวจว่ากำหนดยื่นยังอยู่ในช่วงที่ประกาศขยายเวลาออนไลน์ 8 วันมีผล (แบบที่ครบกำหนดภายใน 31 ม.ค. 2570)

☐ ปิดบัญชี 6 เดือนแรกและปรับรายจ่ายต้องห้ามทางภาษี

☐ ตรวจเงื่อนไข SME ทั้งทุนชำระแล้วและรายได้ ก่อนเลือกอัตราภาษี

☐ ประมาณการกำไรทั้งปีโดยมีส่วนเผื่อ และเก็บเอกสารประกอบเหตุผล

☐ รวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้รับเพื่อใช้เป็นเครดิต

☐ ยื่นและชำระภาษีภายในกำหนด แล้วเก็บหลักฐานการยื่นไว้ใช้ตอนยื่น ภ.ง.ด.50

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.ง.ด.51

1. คิดว่าบริษัทเล็กหรือขาดทุนไม่ต้องยื่น ขนาดกิจการไม่ใช่เกณฑ์ยกเว้น และบริษัทที่คาดว่าขาดทุนโดยหลักยังต้องยื่นแบบ

2. ใช้กำไร 6 เดือนแรกคูณสองโดยไม่ดูครึ่งปีหลัง ธุรกิจที่มีฤดูกาล เช่น ค้าปลีกช่วงปลายปีหรือธุรกิจท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน มักทำให้ประมาณการขาดเกินร้อยละ 25

3. ใช้อัตรา SME ทั้งที่ไม่เข้าเงื่อนไข เช่น เพิ่มทุนระหว่างปีจนทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบเกิน 5 ล้านบาท หรือรายได้เกิน 30 ล้านบาท

4. นับกำหนดยื่นจากปีปฏิทิน บริษัทที่รอบบัญชีไม่ใช่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. ต้องนับจากรอบบัญชีของตนเอง

5. ยื่นกระดาษแต่นับวันตามสิทธิออนไลน์ สิทธิขยาย 8 วันใช้เฉพาะการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต

6. ไม่เก็บเหตุผลของการประมาณการ หากประมาณการขาดเกินเกณฑ์ บริษัทจะอธิบาย "เหตุอันสมควร" ได้ยากถ้าไม่มีเอกสาร


คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนนี้เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย

·       มอง ภ.ง.ด.51 เป็นเครื่องมือบริหารเงินสด การประมาณการสูงไว้เล็กน้อยไม่ทำให้เสียภาษีเพิ่ม เพราะเครดิตคืนได้ตอนปลายปี แต่การประมาณการต่ำเกินไปมีต้นทุนเงินเพิ่มร้อยละ 20

·       ทำบัญชีรายเดือนให้ทันสมัย บริษัทที่ปิดบัญชีทุกเดือนจะประมาณการได้แม่นยำกว่าบริษัทที่รอทำบัญชีครั้งเดียวตอนสิ้นปี

·       ทบทวนตัวเลขก่อนวันยื่น 2–3 สัปดาห์ ดูยอดขายเดือนล่าสุดและสัญญาที่ได้รับเพิ่ม เพื่อปรับประมาณการ

·       ใช้ระบบยื่นออนไลน์ นอกจากได้สิทธิขยายเวลาในช่วงที่ประกาศมีผล ระบบยังช่วยคำนวณและลดข้อผิดพลาดในการกรอกแบบ

สรุป

ภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ใครต้องยื่น? บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรอบบัญชีครบ 12 เดือนต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรก (ออนไลน์เพิ่ม 8 วันสำหรับแบบที่ครบกำหนดภายใน 31 ม.ค. 2570) ยกเว้นรอบบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายที่ไม่ถึง 12 เดือน และมูลนิธิหรือสมาคม หัวใจสำคัญคือประมาณการกำไรอย่างสมเหตุสมผลและไม่ให้ขาดเกินร้อยละ 25 ของกำไรจริง เพื่อหลีกเลี่ยงเงินเพิ่มร้อยละ 20 ตามมาตรา 67 ตรี และนำภาษีที่จ่ายไปเครดิตใน ภ.ง.ด.50 ให้ครบถ้วน

ภ.ง.ด.51 ต้องแนบงบการเงินหรือไม่?

ภ.ง.ด.51 เป็นแบบประมาณการกลางปี กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้ไม่ได้กำหนดให้แนบงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบเหมือน ภ.ง.ด.50 ซึ่งต้องยื่นพร้อมงบการเงิน อย่างไรก็ตาม บริษัทควรมีงบทดลองหรือรายงานผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกไว้เป็นหลักฐานประกอบการประมาณการ รายละเอียดเอกสารแนบของแบบ ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร

บริษัทจดทะเบียนเลิกกลางปีต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ไหม?

รอบบัญชีสุดท้ายที่ไม่ถึง 12 เดือนไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 แต่ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบบัญชีนั้น และต้องปฏิบัติหน้าที่ภาษีอื่นที่เกี่ยวกับการเลิกกิจการ รายละเอียดภาระภาษีเมื่อปิดบริษัทอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความปิดบริษัทต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง

ประมาณการไว้สูงเกินไป ขอคืนเงินได้ไหม?

ได้ ภาษีที่ชำระกับ ภ.ง.ด.51 ถือเป็นเครดิตในแบบ ภ.ง.ด.50 หากภาษีที่ต้องเสียจริงทั้งปีน้อยกว่าเครดิตทั้งหมด ส่วนที่เกินสามารถดำเนินการขอคืนตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร การประมาณการสูงไม่ทำให้ถูกเงินเพิ่มร้อยละ 20 แต่ทำให้เงินสดของบริษัทถูกใช้ก่อนเวลา จึงควรประมาณการใกล้เคียงความจริงพร้อมส่วนเผื่อที่เหมาะสม

ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ไหม?

ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเช่นเดียวกับบริษัทจำกัด จึงมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 เมื่อรอบบัญชีครบ 12 เดือน ใช้กำหนดเวลาและเกณฑ์เงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรีแบบเดียวกัน และหากเข้าเงื่อนไขทุนชำระแล้วและรายได้ก็ใช้อัตรา SME ได้

ถ้ากำไรจริงต่ำกว่าประมาณการมาก ต้องยื่นแก้ไข ภ.ง.ด.51 ไหม?

โดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะการประมาณการสูงกว่าความจริงไม่มีเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี ส่วนต่างจะไปปรับในขั้นยื่น ภ.ง.ด.50 ผ่านการเครดิตหรือขอคืนภาษี แต่หากพบว่ากรอกตัวเลขผิดพลาดในสาระสำคัญ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือติดต่อกรมสรรพากร (1161) เรื่องการยื่นเพิ่มเติม

ยื่น ภ.ง.ด.51 ออนไลน์ปีหน้ายังได้ขยาย 8 วันไหม?

ประกาศกระทรวงการคลังฉบับที่ 7 ใช้กับแบบที่ครบกำหนดยื่นภายใน 31 มกราคม 2570 สำหรับ ภ.ง.ด.51 ที่ครบกำหนดหลังจากนั้น เช่น รอบบัญชีปี 2570 ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีประกาศต่ออายุ ควรวางแผนยื่นภายในกำหนดปกติ 2 เดือน และตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนถึงกำหนด


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

ThaiRegisters ช่วยเจ้าของธุรกิจจัดการ ภ.ง.ด.51 ให้ถูกต้องและตรงเวลา โดยทีมงานสามารถ

·       ตรวจว่าบริษัทของคุณมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 ในรอบบัญชีนี้หรือไม่ และกำหนดยื่นคือวันใด

·       ปิดบัญชี 6 เดือนแรกและจัดทำประมาณการกำไรสุทธิพร้อมเอกสารประกอบเหตุผล

·       ตรวจเงื่อนไขการใช้อัตรา SME (ทุนชำระแล้วและรายได้)

·       ยื่นแบบออนไลน์และบันทึกเครดิตภาษีเพื่อใช้ตอนยื่น ภ.ง.ด.50

·       วางระบบบัญชีรายเดือนเพื่อให้ประมาณการแม่นยำขึ้นในรอบถัดไป

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ

·       รอบบัญชีของบริษัท และวันที่จดทะเบียนจัดตั้ง

·       ทุนชำระแล้วปัจจุบัน และแผนเพิ่มทุน (ถ้ามี)

·       งบทดลองหรือรายงานรายได้และค่าใช้จ่าย 6 เดือนแรก

·       ประมาณการยอดขายครึ่งปีหลังและสัญญาที่มีอยู่

·       หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ได้รับระหว่างปี


bottom of page