top of page

ปิดบริษัทค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

Writer: Thairegisters
Thairegisters
8 hours ago
3 min read

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: อภิรักษ์  บวบทอง


ปิดบริษัทค่าใช้จ่ายส่วนที่เป็นค่าธรรมเนียม DBD สำหรับบริษัทจำกัดอยู่ที่ 500 บาทต่อการจดทะเบียนแต่ละครั้ง (เลิก / เสร็จการชำระบัญชี) รวมประมาณ 1,000 บาท ซึ่งต้องตรวจสอบอัตราล่าสุดกับ DBD สายด่วน 1570 แต่ต้นทุนรวมจริงมักมาจากค่าสอบบัญชี ค่าทำบัญชี ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ ค่าบริการผู้ชำระบัญชี และต้นทุนแฝง เช่น ภาษีค้าง เบี้ยปรับ และค่าชดเชยลูกจ้าง


ค่าใช้จ่ายปิดบริษัทมีกี่ประเภท

ค่าใช้จ่ายปิดบริษัทแบ่งได้ 3 กลุ่มชัดเจน และควรแยกพิจารณาเพราะลักษณะต่างกันมาก

กลุ่ม

ตัวอย่างรายการ

ลักษณะ

ควบคุมได้แค่ไหน

1. ค่าธรรมเนียมราชการ

ค่าจดเลิก ค่าจดเสร็จการชำระบัญชี หนังสือรับรอง รับรองสำเนา

อัตราคงที่ตามที่ DBD กำหนด

คาดการณ์ได้

2. ค่าบริการตามราคาตลาด

ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ ค่าไปรษณีย์ลงทะเบียน ค่าสอบบัญชี ค่าทำบัญชี/ปิดงบ ค่าบริการผู้ชำระบัญชี/ที่ปรึกษา

แตกต่างตามขนาดกิจการและผู้ให้บริการ

เปรียบเทียบใบเสนอราคาได้

3. ต้นทุนแฝง

ภาษีค้าง เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ค่าปรับงบการเงินค้างส่ง VAT จากสินค้าคงเหลือ ค่าชดเชยลูกจ้าง

ขึ้นกับสถานะบริษัทจริง

ลดได้ด้วยการตรวจสอบล่วงหน้า

 

หลักคิด: กลุ่มที่ 1 มักเป็นสัดส่วนเล็กที่สุดของงบประมาณ กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่ทำให้ค่าใช้จ่ายรวม "บานปลาย" ได้มากที่สุด

ค่าธรรมเนียม DBD ในการปิดบริษัทเท่าไร

คำตอบตรง ๆ คือ ค่าธรรมเนียมราชการหลักมีเพียงค่าจดเลิกและค่าจดเสร็จการชำระบัญชี รวมประมาณ 1,000 บาทสำหรับบริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนก็มีอัตรา 500 + 500 บาทเช่นเดียวกัน

ตารางค่าธรรมเนียมราชการที่ตรวจสอบแล้ว

รายการ

ค่าธรรมเนียม

หมายเหตุ

จดทะเบียนเลิกบริษัทจำกัด

500 บาท

ต้องตรวจสอบอัตราล่าสุดกับ DBD 1570

จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีบริษัทจำกัด

500 บาท

ต้องตรวจสอบอัตราล่าสุดกับ DBD 1570

จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน

500 บาท

ตามคู่มือ DBD

จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วน

500 บาท

ตามคู่มือ DBD

หนังสือรับรอง

40 บาทต่อรายการ

ขอเท่าที่จำเป็น เช่น ใช้ยื่นสรรพากรหรือธนาคาร

รับรองสำเนาเอกสาร

50 บาทต่อหน้า

คิดตามจำนวนหน้า

 

ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูล ไม่พบส่วนลดค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นจดเลิกหรือจดเสร็จการชำระบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ในปี 2568–2569 จึงไม่ควรนำส่วนลดมาคำนวณงบประมาณ

ตัวอย่างการคำนวณค่าธรรมเนียมราชการ

ตัวอย่างสมมติ คำนวณเฉพาะค่าธรรมเนียมราชการ ไม่รวมค่าบริการตามราคาตลาดและต้นทุนแฝง

บริษัท บี จำกัด ต้องการปิดบริษัท ขอหนังสือรับรอง 2 รายการเพื่อใช้ติดต่อธนาคารและสรรพากร และขอรับรองสำเนาเอกสาร 3 หน้า

รายการ

การคำนวณ

จำนวนเงิน

ค่าจดทะเบียนเลิก

1 ครั้ง × 500 บาท

500 บาท

ค่าจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

1 ครั้ง × 500 บาท

500 บาท

หนังสือรับรอง

2 รายการ × 40 บาท

80 บาท

รับรองสำเนาเอกสาร

3 หน้า × 50 บาท

150 บาท

รวมค่าธรรมเนียมราชการ

 

1,230 บาท

 

ตัวเลขนี้เป็นเพียงส่วนที่จ่ายให้หน่วยงานรัฐ งบประมาณจริงต้องบวกกลุ่มที่ 2 และ 3 ด้วย

ค่าบริการตามราคาตลาดมีอะไรบ้าง และราคาขึ้นกับอะไร

คำตอบสั้น ๆ คือ ค่าบริการกลุ่มนี้ไม่มีอัตรากลางตามกฎหมาย ราคาแตกต่างตามขนาดกิจการ ความพร้อมของเอกสาร และผู้ให้บริการ จึงควรขอใบเสนอราคาที่แยกรายการชัดเจน

รายการที่ต้องจ่ายจริงตามกฎหมายหรือแนวปฏิบัติ

·      ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ ม.1253 ป.พ.พ. กำหนดให้ผู้ชำระบัญชีประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 14 วันนับแต่วันเลิก ราคาขึ้นกับหนังสือพิมพ์ที่เลือก

·      ค่าไปรษณีย์ลงทะเบียน ใช้ส่งคำบอกกล่าวถึงเจ้าหนี้ทุกคนที่ปรากฏในเอกสาร (ม.1253) และส่งหนังสือนัดประชุมทางไปรษณีย์ตอบรับถึงผู้ถือหุ้นทุกคน (ม.1175) ยิ่งมีเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นมาก ค่าใช้จ่ายยิ่งเพิ่ม

·      ค่าสอบบัญชีงบ ณ วันเลิก บริษัทจำกัดต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและรับรองงบการเงิน ณ วันเลิก และหากชำระบัญชีข้ามรอบปี ยังต้องมีงบการเงินรอบถัดไปด้วย

·      ค่าทำบัญชีและปิดงบ รวมถึงการจัดทำ ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.51 และแบบภาษีอื่นระหว่างชำระบัญชี

·      ค่าบริการผู้ชำระบัญชีหรือที่ปรึกษา หากไม่ได้ให้กรรมการทำเอง

ปัจจัยที่ทำให้ค่าบริการสูงขึ้น

1. บัญชีย้อนหลังไม่ครบหรือยังไม่ได้ปิดงบปีก่อน

2. บริษัทจด VAT ทำให้ต้องยื่น ภ.พ.30 ต่อจนกว่าจะได้รับแจ้งการถอนชื่อ

3. มีทรัพย์สินที่ต้องขายหรือโอน และมีลูกหนี้ที่ต้องติดตาม

4. ชำระบัญชีไม่เสร็จใน 3 เดือน ต้องยื่นรายงาน ลช.3 ทุก 3 เดือน และเรียกประชุมใหญ่ทุกสิ้นปีหากยังไม่เสร็จ

5. ถูกกรมสรรพากรตรวจสอบระหว่างชำระบัญชี


ต้นทุนแฝงในการปิดบริษัทมีอะไรบ้าง

คำตอบสั้น ๆ คือ ต้นทุนแฝงมาจากภาระที่บริษัทมีอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้จัดการ เมื่อปิดบริษัทจึงต้องจ่ายในคราวเดียว และบางรายการอาจสูงกว่าค่าธรรมเนียมและค่าบริการรวมกัน

ภาษีค้าง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม

·      ภาษีจากทรัพย์สินคงเหลือ ตาม ป.รัษฎากร ม.74 ทรัพย์สินคงเหลือ ณ วันเลิกต้องตีราคาตามราคาตลาดเพื่อคำนวณกำไรสุทธิ จึงอาจเกิดภาษีเงินได้นิติบุคคลแม้ยังไม่ได้ขายจริง

·      VAT จากสินค้าคงเหลือและทรัพย์สิน สินค้าคงเหลือและทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ ณ วันเลิกถือเป็นการขายตาม ม.77/1(8)(ฉ) ใช้ราคาตลาดเป็นฐานภาษีตาม ม.79/3(5)

·      ค่าปรับ VAT ไม่แจ้งเลิกประกอบกิจการปรับไม่เกิน 5,000 บาท (ม.90/1(5)) และไม่คืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.90(8))

·      ไม่แจ้งเลิกตาม ม.72 อาจมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

·      ภาษีที่ค้างยื่นย้อนหลัง รวมถึงภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ยังไม่ได้นำส่ง ซึ่งอาจมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (อัตราให้ตรวจสอบกับกรมสรรพากรตามกรณี)

ค่าปรับงบการเงินค้างส่งและค่าปรับทางทะเบียน

·      การไม่ส่งงบการเงินมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 และหน้าที่ยื่นงบที่ค้างไม่หายไปเพราะเลิกบริษัท

·      การไม่จดทะเบียนเลิกหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ผู้ชำระบัญชีตามกำหนด มีโทษตาม พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 ในรูปค่าปรับเป็นพินัย จำนวนเงินให้ตรวจสอบกับ DBD

ค่าชดเชยลูกจ้างเมื่อเลิกกิจการ

หากบริษัทมีลูกจ้าง การเลิกจ้างเพราะเลิกกิจการต้องจ่ายค่าชดเชยตาม ม.118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (แก้ไขฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562) และต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวตาม ม.17

อายุงานของลูกจ้าง

ค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย

120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี

30 วัน

1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี

90 วัน

3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี

180 วัน

6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี

240 วัน

10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี

300 วัน

20 ปีขึ้นไป

400 วัน

 

ตัวอย่างเช่น ลูกจ้างที่ทำงานมา 4 ปี จะได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 180 วัน ซึ่งสำหรับบริษัทที่มีลูกจ้างอายุงานยาวหลายคน รายการนี้อาจเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของการปิดบริษัท

หนี้ที่ต้องชำระก่อนคืนเงินผู้ถือหุ้น

ตาม ม.1263 ค่าธรรมเนียม ภาระติดพัน และค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีต้องชำระก่อนหนี้อื่น และตาม ม.1269 คืนทรัพย์สินให้ผู้ถือหุ้นได้เฉพาะส่วนที่ไม่ต้องใช้ชำระหนี้ เงินที่ผู้ถือหุ้นจะได้คืนจึงเป็น "ส่วนที่เหลือ" หลังหักทุกอย่างแล้ว นอกจากนี้ส่วนที่ได้รับคืนเกินเงินทุนยังเป็นเงินได้ของผู้ถือหุ้นตาม ม.40(4)(ฉ) ป.รัษฎากร


ตัวอย่างสถานการณ์: งบประมาณปิดบริษัท 2 แบบ

ตัวอย่างสมมติ ไม่ระบุตัวเลขค่าบริการเพราะแตกต่างตามผู้ให้บริการ

บริษัท ซี จำกัด ให้บริการออกแบบ ไม่จด VAT ไม่มีลูกจ้าง ส่งงบครบทุกปี ไม่มีทรัพย์สินเหลือนอกจากเงินฝาก ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าธรรมเนียม DBD ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ ค่าไปรษณีย์ ค่าสอบบัญชีงบ ณ วันเลิก และค่าทำบัญชี ต้นทุนแฝงแทบไม่มี

บริษัท ดี จำกัด ขายสินค้า จด VAT มีลูกจ้าง 3 คน อายุงาน 2–7 ปี มีสินค้าคงเหลือ และค้างส่งงบ 1 ปี นอกจากรายการเดียวกับบริษัท ซี แล้ว ยังต้องคำนวณ VAT และภาษีเงินได้จากสินค้าคงเหลือตามราคาตลาด ค่าชดเชยลูกจ้างตามตาราง ม.118 ค่าปรับงบค้างส่ง ค่าบริการปิดงบย้อนหลัง และค่าทำบัญชีระหว่างรอถอนชื่อ VAT

ทั้งสองบริษัทจ่ายค่าธรรมเนียม DBD ใกล้เคียงกัน แต่ต้นทุนรวมต่างกันมาก เพราะต้นทุนแฝงของบริษัท ดี

เช็กลิสต์ประเมินงบประมาณปิดบริษัทก่อนขอใบเสนอราคา

☐ บริษัทส่งงบการเงินและยื่น ภ.ง.ด.50 ครบทุกปีหรือไม่

☐ บริษัทจด VAT หรือไม่ ยื่น ภ.พ.30 ครบทุกเดือนหรือไม่

☐ มีสินค้าคงเหลือหรือทรัพย์สินที่ต้องตีราคาตลาดหรือไม่

☐ มีลูกจ้างกี่คน อายุงานเท่าไร

☐ มีเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือเงินกู้กรรมการคงค้างหรือไม่

☐ จำนวนผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ที่ต้องส่งจดหมายลงทะเบียน

☐ ใบเสนอราคาแยกค่าธรรมเนียมราชการ ค่าสอบบัญชี และค่าบริการชัดเจนหรือไม่

☐ ใบเสนอราคารวมงานยื่นภาษีระหว่างชำระบัญชีและรายงาน ลช.3 หรือไม่


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องค่าใช้จ่ายปิดบริษัท

·      ดูแค่ค่าธรรมเนียม DBD แล้วคิดว่าปิดบริษัทใช้เงินไม่กี่พันบาท

·      เปรียบเทียบราคาแพ็กเกจที่ขอบเขตงานต่างกัน บางใบเสนอราคาไม่รวมค่าสอบบัญชี หรือไม่รวมงานยื่นภาษีระหว่างชำระบัญชี

·      ลืมค่าชดเชยลูกจ้าง ซึ่งเป็นหนี้ตามกฎหมายแรงงาน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เลือกได้

·      ไม่คิดภาษีจากสินค้าคงเหลือ ณ วันเลิก ทั้งภาษีเงินได้ตาม ม.74 และ VAT ตาม ม.77/1(8)(ฉ)

·      ปล่อยให้การชำระบัญชียืดเยื้อ ทำให้ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และงานรายงาน ลช.3 เพิ่มขึ้นทุกรอบ

·      ทิ้งบริษัทเพื่อเลี่ยงค่าใช้จ่าย ซึ่งไม่ได้ประหยัดจริง เพราะความรับผิดยังคงอยู่แม้ถูกขีดชื่อเป็นร้างตาม ม.1273/3

คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนนี้เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย

·      ทำ "ตรวจสุขภาพก่อนปิด" ประเมินภาษีค้าง งบค้าง และภาระลูกจ้างก่อนลงมติเลิก เพื่อให้รู้ต้นทุนแฝงก่อนที่เส้นตายจะเริ่มเดิน

·      ขอใบเสนอราคาที่แยกกลุ่มต้นทุน อย่างน้อยต้องแยกค่าธรรมเนียมราชการ ค่าสอบบัญชี ค่าทำบัญชี และค่าบริการผู้ชำระบัญชี รวมถึงระบุว่ารวมหรือไม่รวมการยื่นภาษีระหว่างชำระบัญชี

·      จัดการสินค้าคงเหลือก่อนวันเลิกอย่างมีแผน การขายหรือจัดการสินค้าตามปกติก่อนเลิกช่วยให้มีหลักฐานราคาชัดเจน แต่ต้องทำตามหลักบัญชีและภาษีที่ถูกต้อง

·      ทำให้การชำระบัญชีสั้นที่สุดเท่าที่ทำได้อย่างถูกต้อง ด้วยการเตรียมบัญชีให้พร้อมตั้งแต่ต้น เพราะทุกรอบที่ยืดออกไปมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

·      กันเงินสำรองไว้จนจดเสร็จ อย่าคืนเงินผู้ถือหุ้นก่อนรู้ภาระภาษีและหนี้ทั้งหมด

สรุป

ปิดบริษัทค่าใช้จ่ายส่วนค่าธรรมเนียม DBD สำหรับบริษัทจำกัดอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท (500 บาทต่อการจดทะเบียนแต่ละครั้ง ควรยืนยันกับ DBD 1570) แต่ค่าใช้จ่ายรวมจริงขึ้นกับค่าบริการตามราคาตลาด เช่น ค่าสอบบัญชีงบ ณ วันเลิก ค่าทำบัญชี และค่าประกาศหนังสือพิมพ์ และที่สำคัญคือต้นทุนแฝงจากภาษีค้าง เบี้ยปรับ ค่าปรับงบค้างส่ง VAT จากสินค้าคงเหลือ และค่าชดเชยลูกจ้างตาม ม.118 การตรวจสถานะบริษัทก่อนเริ่มกระบวนการคือวิธีที่ช่วยคุมงบประมาณได้จริง


FAQ

ปิดบริษัทเองโดยไม่จ้างใคร ต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียม DBD ใช่ไหม?

ไม่ใช่ แม้กรรมการทำหน้าที่ผู้ชำระบัญชีเอง ยังมีค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ตาม ม.1253 ค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้น และค่าสอบบัญชีงบการเงิน ณ วันเลิก เพราะบริษัทจำกัดต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรอง สิ่งที่ประหยัดได้มีเพียงค่าบริการผู้ชำระบัญชีหรือที่ปรึกษา

ยื่นปิดบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD Biz Regist ได้ส่วนลดค่าธรรมเนียมหรือไม่?

ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูล ไม่พบประกาศส่วนลดค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นจดเลิกหรือจดเสร็จการชำระบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ในปี 2568–2569 ข้อดีของการยื่นออนไลน์คือความสะดวก ระบบเปิด 24 ชั่วโมง และยืนยันตัวตนผ่าน ThaID, NDID หรือแอป DBD e-Service ได้ ควรตรวจสอบอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับ DBD สายด่วน 1570

ค่าชดเชยลูกจ้างนับเป็นค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีหรือไม่?

ค่าชดเชยตาม ม.118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เป็นหนี้ที่บริษัทต้องจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง ไม่ใช่ค่าบริการที่เลือกได้ การจัดลำดับการชำระระหว่างค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีตาม ม.1263 ป.พ.พ. กับหนี้ประเภทต่าง ๆ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพิจารณาตามข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเมื่อทรัพย์สินอาจไม่พอชำระหนี้ทั้งหมด

ถ้าบริษัทค้างส่งงบหลายปี ค่าปรับจะสูงแค่ไหน?

การไม่ส่งงบการเงินมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 จำนวนที่ถูกปรับจริงขึ้นกับการพิจารณาของหน่วยงาน นอกจากค่าปรับแล้ว ยังมีค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีย้อนหลัง รวมถึงภาษีที่อาจค้างยื่น ซึ่งควรประเมินรวมกันก่อนตัดสินใจปิดบริษัท และต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เงินที่ผู้ถือหุ้นได้คืนหลังปิดบริษัทต้องเสียภาษีไหม?

ขึ้นกับจำนวนที่ได้รับ ส่วนที่คืนไม่เกินเงินทุนไม่เป็นเงินได้ แต่ส่วนที่เกินเงินทุนถือเป็นเงินได้ตาม ม.40(4)(ฉ) ป.รัษฎากร ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาถูกหัก ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าตาม ม.50(2) หากที่ประชุมมีมติจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมก่อน จะเป็นเงินได้ตาม ม.40(4)(ข) หัก ณ ที่จ่าย 10% ควรคำนวณเปรียบเทียบกับผู้เชี่ยวชาญ

ใบเสนอราคาปิดบริษัทที่ดีควรระบุอะไรบ้าง?

ควรแยกค่าธรรมเนียมราชการ ค่าประกาศหนังสือพิมพ์และไปรษณีย์ ค่าสอบบัญชีงบ ณ วันเลิก ค่าทำบัญชีและยื่นภาษีระหว่างชำระบัญชี ค่าจัดทำรายงาน ลช.3 หากชำระบัญชีเกิน 3 เดือน และค่าบริการผู้ชำระบัญชี พร้อมระบุชัดว่าราคาไม่รวมภาษีค้าง เบี้ยปรับ หรือค่าชดเชยลูกจ้าง เพื่อให้เปรียบเทียบผู้ให้บริการได้อย่างเป็นธรรม


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

ค่าใช้จ่ายปิดบริษัทจะคาดการณ์ได้ก็ต่อเมื่อรู้สถานะจริงของบริษัท ThaiRegisters ช่วยประเมินและจัดทำใบเสนอราคาที่แยกรายการชัดเจน

·      ตรวจสถานะงบการเงิน ภาษี VAT และภาระลูกจ้าง เพื่อประเมินต้นทุนแฝงก่อนเริ่ม

·      จัดทำใบเสนอราคาที่แยกค่าธรรมเนียมราชการ ค่าสอบบัญชี และค่าบริการ

·      ดูแลงานจดเลิก ชำระบัญชี และจดเสร็จการชำระบัญชีกับ DBD

·      จัดการงานบัญชีและภาษีระหว่างชำระบัญชี รวมถึงการปิด VAT


ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ

·      เลขทะเบียนนิติบุคคลหรือหนังสือรับรองบริษัท

·      งบการเงินปีล่าสุดที่ส่งแล้ว และปีที่ยังค้าง

·      สถานะการจด VAT และการยื่น ภ.พ.30

·      จำนวนลูกจ้างและอายุงานโดยประมาณ

·      รายการสินค้าคงเหลือ ทรัพย์สิน เจ้าหนี้ และลูกหนี้

bottom of page