top of page

บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปีหรือไม่

Writer: Thairegisters
Thairegisters
11 minutes ago
3 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน:นายอภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน:นายอภิรักษ์ บวบทอง


บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปีหรือไม่ คำตอบคือ ต้องมีทุกปี บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินประจำปีก่อนนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นและยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กฎหมายไม่ยกเว้นตามขนาด ทุน หรือรายได้ แม้บริษัทไม่มีรายได้เลยก็ยังต้องตรวจสอบ ข้อยกเว้นมีเฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก ซึ่งใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้


กฎหมายข้อไหนกำหนดให้บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชี

กฎหมายสองฉบับกำหนดเรื่องนี้ไว้สอดคล้องกัน คือ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ทั้งสองฉบับไม่มีข้อยกเว้นสำหรับบริษัทจำกัดขนาดเล็ก

พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11

มาตรา 11 วรรคสี่ กำหนดว่างบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เว้นแต่ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุน สินทรัพย์ หรือรายได้ไม่เกินที่กฎกระทรวงกำหนด ข้อยกเว้นนี้เขียนไว้สำหรับ "ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน" เท่านั้น บริษัทจำกัดจึงไม่อยู่ในข้อยกเว้น

ป.พ.พ. มาตรา 1196, 1197 และ 1209

·       มาตรา 1196 บริษัทต้องทำงบดุลอย่างน้อยทุกรอบ 12 เดือน แสดงสินทรัพย์ หนี้สิน และบัญชีกำไรขาดทุน

·       มาตรา 1197 งบดุลต้องให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ และนำเสนอที่ประชุมใหญ่อนุมัติภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล และต้องส่งสำเนางบดุลให้ผู้ถือหุ้นทุกคนก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน

·       มาตรา 1209 ผู้สอบบัญชีให้ที่ประชุมสามัญเลือกตั้งทุกปี ผู้สอบบัญชีคนเดิมจะเลือกกลับเข้ามาอีกก็ได้

สรุปง่าย ๆ คือ ทุกรอบบัญชีบริษัทต้องมีงบการเงิน ต้องมีผู้สอบบัญชีตรวจ และต้องมีการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีในที่ประชุมสามัญ เป็นวงจรที่วนซ้ำทุกปีตราบเท่าที่บริษัทยังจดทะเบียนอยู่

หมายเหตุ: ถ้อยคำตัวบท ป.พ.พ. ควรเทียบกับฉบับล่าสุดที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมาย


บริษัทไม่มีรายได้ต้องมีผู้สอบบัญชีไหม

ต้องมี บริษัทที่ไม่มีรายได้หรือยังไม่ได้เริ่มประกอบกิจการยังต้องปิดงบการเงินและให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบเช่นเดียวกับบริษัทที่มีรายได้

เหตุผลคือ หน้าที่ทำบัญชีเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (พ.ร.บ.การบัญชี ม.9) และบทบัญญัติเรื่องผู้มีหน้าที่ทำบัญชี (ม.8) การยื่นงบการเงิน (ม.11) และการจัดให้มีผู้ทำบัญชี (ม.19) ไม่ได้ยกเว้นกิจการที่ไม่มีรายได้ไว้ ในทางปฏิบัติจึงเรียกกันว่า "ปิดงบเปล่า" ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำอะไร แต่แปลว่างบการเงินมีรายการน้อย

นอกจากงบการเงินที่ผ่านผู้สอบบัญชีแล้ว บริษัทที่ไม่มีรายได้ก็ยังมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินต่อกรมสรรพากรภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชีด้วย

ข้อควรระวัง: หากไม่ยื่นงบการเงินติดต่อกันเกิน 3 รอบบัญชี DBD อาจพิจารณาขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนเป็นนิติบุคคลร้าง และการถูกขีดชื่อไม่ได้ทำให้ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นหมดไป อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ "บริษัทไม่มีรายได้ต้องยื่นงบการเงินหรือไม่"


บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนต่างกันอย่างไรเรื่องผู้สอบบัญชี

บริษัทจำกัดต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ทุกแห่ง ส่วนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้ นี่คือจุดที่ผู้ประกอบการสับสนบ่อยที่สุด

ประเภทกิจการ

ผู้ตรวจสอบงบการเงิน

เงื่อนไข

บริษัทจำกัด (ทุกขนาด รวมบริษัทไม่มีรายได้)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

ไม่มีข้อยกเว้นตามขนาด ทุน หรือรายได้

บริษัทมหาชนจำกัด

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

เอกสารแนบงบมากกว่าบริษัทจำกัด เช่น รายงานการประชุมอนุมัติงบและรายงานประจำปี

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนทั่วไป

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

เมื่อทุน สินทรัพย์ หรือรายได้เกินเกณฑ์ขนาดเล็ก

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้

ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท โดย TA ตรวจสอบและรับรองบัญชีเพื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ตาม ม.3 สัตต ประมวลรัษฎากร

ห้างหุ้นส่วนที่แจ้งเลิก

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

กรมสรรพากรระบุว่า TA ไม่มีสิทธิตรวจสอบและรับรองงบการเงินที่ยื่นเพื่อการเลิก

 

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) กับผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือใคร

·       ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) อยู่ภายใต้การกำกับของสภาวิชาชีพบัญชีตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาต ผู้ประกอบการตรวจสอบรายชื่อได้ผ่านระบบของสภาวิชาชีพบัญชี

·       ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพากรตามระเบียบที่ออกภายใต้ ม.3 สัตต ประมวลรัษฎากร ต้องรักษาความเป็นอิสระ ความเที่ยงธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต

สำหรับบริษัทจำกัด คำตอบจึงชัดเจนว่าต้องเป็น CPA เท่านั้น การใช้ TA ตรวจงบบริษัทจำกัดไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย รายละเอียดเรื่องคุณสมบัติและการตรวจสอบรายชื่อ CPA อ่านต่อได้ในบทความ "ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA คืออะไร"


มีผู้ทำบัญชีแล้ว ยังต้องมีผู้สอบบัญชีอีกไหม

ต้องมีทั้งสองบทบาท เพราะกฎหมายกำหนดหน้าที่ต่างกัน ผู้ทำบัญชีไม่สามารถทำหน้าที่แทนผู้สอบบัญชีได้

ประเด็น

ผู้ทำบัญชี

ผู้สอบบัญชี (CPA)

ฐานกฎหมาย

พ.ร.บ.การบัญชี ม.19–20

พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 วรรคสี่ และ ป.พ.พ. ม.1197

หน้าที่หลัก

บันทึกบัญชีและจัดทำงบการเงินตามความเป็นจริง

ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินอย่างเป็นอิสระ

ทำงานให้ใคร

ทำงานภายใต้การกำกับของกิจการ

ต้องเป็นอิสระจากกิจการที่ตรวจสอบ

ผลงานที่ได้

สมุดบัญชีและงบการเงิน

รายงานของผู้สอบบัญชี

 

ในทางปฏิบัติ คนเดียวกันหรือสำนักงานเดียวกันไม่ควรเป็นทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของกิจการเดียวกัน เพราะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชีต้องสอบทานงานของตนเอง ซึ่งขัดกับหลักความเป็นอิสระตามจรรยาบรรณวิชาชีพ อ่านการเปรียบเทียบแบบละเอียดในบทความ "ผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีต่างกันอย่างไร"


ไทม์ไลน์สอบบัญชีประจำปีของบริษัทจำกัดเป็นอย่างไร

บริษัทจำกัดต้องให้งบผ่านผู้สอบบัญชีให้ทันก่อนประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งต้องจัดภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดงบ แล้วจึงยื่นงบต่อ DBD ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติ

ตัวอย่างสำหรับบริษัทที่ปิดรอบบัญชี 31 ธันวาคม 2568

1. 31 ธ.ค. 2568 ปิดรอบบัญชี ผู้ทำบัญชีปิดบัญชีและจัดทำงบการเงิน

2. ม.ค.–มี.ค. 2569 (ช่วงที่ควรวางแผน) ส่งเอกสารให้ผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและออกรายงาน

3. ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน ส่งสำเนางบดุลให้ผู้ถือหุ้นทุกคน (ป.พ.พ. ม.1197)

4. ภายใน 30 เม.ย. 2569 ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงิน และเลือกตั้งผู้สอบบัญชีสำหรับปีถัดไป (ม.1197 และ ม.1209)

5. ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุม ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อนายทะเบียน ซึ่งเป็นคนละกำหนดเวลากับการยื่นงบ

6. ภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุม ยื่นงบการเงินผ่าน DBD e-Filing พร้อมรายงานผู้สอบบัญชีและหมายเหตุประกอบงบ ปี 2569 DBD ประกาศเส้นตายเป็น 2 มิ.ย. 2569 เพราะ 31 พ.ค. ตรงกับวันหยุด

7. ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินต่อกรมสรรพากร (สิ้นงวด 31 ธ.ค. จะครบประมาณ 30 พ.ค.)

ข้อเท็จจริงกับคำแนะนำ: กำหนดเวลาในข้อ 1 และ 3–7 มาจากกฎหมายและประกาศของหน่วยงาน ส่วนช่วงเวลาในข้อ 2 เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติเพื่อให้มีเวลาเพียงพอ วันที่ครบกำหนดจริงในแต่ละปีอาจเลื่อนตามประกาศของ DBD

บริษัทเปิดใหม่ควรจำไว้ว่าการประชุมใหญ่ครั้งแรกต้องจัดภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน (ป.พ.พ. ม.1171) และควรแต่งตั้งผู้สอบบัญชีสำหรับรอบบัญชีแรกในโอกาสนี้ รายละเอียดวิธีแต่งตั้งอยู่ในบทความ "แต่งตั้งผู้สอบบัญชีในการประชุมผู้ถือหุ้น"


ถ้าบริษัทไม่ให้ผู้สอบบัญชีตรวจงบ มีโทษอะไร

มีโทษตามกฎหมาย งบการเงินที่ไม่ผ่านผู้สอบบัญชีรับอนุญาตถือว่าฝ่าฝืน พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 วรรคสี่ และมักนำไปสู่ความผิดอื่นตามมาเป็นทอด ๆ

ความผิด

มาตรา

อัตราสูงสุด (ค่าปรับเป็นพินัย)

งบการเงินไม่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

พ.ร.บ.การบัญชี ม.32 (ประกอบ ม.11 วรรคสี่)

ไม่เกิน 20,000 บาท

ไม่ยื่นงบการเงินภายในกำหนด

พ.ร.บ.การบัญชี ม.30 (ประกอบ ม.11 วรรคหนึ่ง)

ไม่เกิน 50,000 บาท

ไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ

พ.ร.บ.การบัญชี ม.29 (ประกอบ ม.19)

ไม่เกิน 10,000 บาท

 

นอกจากนี้ ม.40 กำหนดว่าเมื่อนิติบุคคลกระทำผิด กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบที่สั่งการหรือไม่ป้องกันต้องรับโทษด้วย ส่วนการไม่จัดประชุมสามัญหรือไม่ส่งงบให้ผู้ถือหุ้นมีโทษปรับตามกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบที่มักหนักกว่าค่าปรับคือ เมื่อไม่มีงบที่ผ่านผู้สอบบัญชี บริษัทจะยื่นงบต่อ DBD และยื่น ภ.ง.ด.50 ได้ไม่ครบถ้วน หากปล่อยค้างหลายปีจะเสี่ยงต่อการถูกขีดชื่อและทำให้การปิดบริษัทในอนาคตยุ่งยากขึ้น อ่านต่อใน "บริษัทไม่ยื่นงบการเงินมีโทษอะไร"

ตัวอย่างสถานการณ์: บริษัทเปิดใหม่ที่ยังไม่มีรายได้

ตัวอย่างสมมติ: บริษัท เอ จำกัด จดทะเบียนเดือนสิงหาคม 2568 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ตั้งใจทำธุรกิจนำเข้าสินค้า แต่ยังไม่ได้เริ่มขายจนถึงสิ้นปี เจ้าของคิดว่า "ไม่มีรายได้ ไม่ต้องจ้างผู้สอบบัญชี"

สิ่งที่บริษัท เอ ต้องทำจริงคือ

·       เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน บันทึกรายจ่ายก่อนดำเนินงาน เช่น ค่าจดทะเบียน ค่าเช่า ค่าธรรมเนียมธนาคาร

·       จัดประชุมใหญ่ครั้งแรกภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน และแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

·       ปิดงบรอบแรก (ภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี) ให้ CPA ตรวจสอบ แล้วนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น

·       ยื่นงบการเงินต่อ DBD และยื่น ภ.ง.ด.50 ตามกำหนด

ถ้าบริษัท เอ ไม่ทำตามนี้ เจ้าของจะเจอปัญหาสะสม ทั้งค่าปรับ และงบย้อนหลังที่ต้องตามทำในภายหลังเมื่อต้องการเปิดบัญชีธนาคารเพิ่ม ขอสินเชื่อ หรือปิดบริษัท ทางที่คุ้มกว่าคือวางแผนกับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีตั้งแต่ปีแรก


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องผู้สอบบัญชี

1. คิดว่าบริษัทเล็กหรือไม่มีรายได้ได้รับยกเว้น ข้อยกเว้นตาม ม.11 วรรคสี่ ใช้กับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเท่านั้น

2. ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจงบบริษัทจำกัด TA ใช้ได้กับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กเท่านั้น

3. ให้สำนักงานที่ทำบัญชีเป็นผู้สอบบัญชีด้วย ขัดกับหลักความเป็นอิสระในทางปฏิบัติ

4. ไม่แต่งตั้งผู้สอบบัญชีในที่ประชุมสามัญ ม.1209 กำหนดให้เลือกตั้งทุกปี หากที่ประชุมไม่ได้ตั้ง ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 5 คนอาจร้องขอให้ศาลตั้งผู้สอบบัญชีได้

5. ติดต่อผู้สอบบัญชีช้า หากเริ่มตรวจใกล้วันประชุม อาจออกรายงานไม่ทันกำหนด 4 เดือน และกระทบการยื่นงบทั้งระบบ

6. เข้าใจว่าบอจ.5 ต้องยื่นพร้อมงบการเงิน บอจ.5 มีกำหนด 14 วันนับแต่วันประชุม แยกจากกำหนดยื่นงบ


คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

·       นับถอยหลังจากวันประชุม ไม่ใช่จากวันยื่นงบ เส้นตายจริงที่ต้องคุมคือการประชุมอนุมัติงบภายใน 4 เดือน ผู้สอบบัญชีต้องออกรายงานก่อนวันนั้น

·       ตกลงผู้สอบบัญชีล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี และทำนัดหมายส่งเอกสารที่ชัดเจน เตรียมเอกสารตามเช็กลิสต์ในบทความ "เตรียมเอกสารให้ผู้สอบบัญชีอย่างไร"

·       ตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีก่อนจ้าง ผ่านระบบของสภาวิชาชีพบัญชี ว่าเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจริง

·       แยกผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชี เพื่อรักษาความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของงบการเงินต่อธนาคารและคู่ค้า

·       ถ้าบริษัทไม่มีแผนดำเนินกิจการต่อ ควรประเมินว่าจะคงบริษัทไว้อย่างถูกต้องหรือปิดบริษัท เพราะการคงไว้หมายถึงต้นทุนผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีทุกปี ปัจจัยที่กำหนดค่าสอบบัญชีอธิบายไว้ในบทความ "ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับอะไร"


เช็กลิสต์หน้าที่ประจำปีของบริษัทจำกัดที่เกี่ยวกับผู้สอบบัญชี

☐ มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศ DBD

☐ แต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ในที่ประชุมสามัญ

☐ ปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน และจัดทำงบการเงิน

☐ ให้ CPA ตรวจสอบและออกรายงานก่อนวันประชุม

☐ ส่งสำเนางบดุลให้ผู้ถือหุ้นก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน

☐ ประชุมอนุมัติงบภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดงบ

☐ ยื่น บอจ.5 ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุม

☐ ยื่นงบผ่าน DBD e-Filing ภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุม

☐ ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี


สรุป: บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปีหรือไม่

บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็ก บริษัทเปิดใหม่ หรือบริษัทที่ไม่มีรายได้ ฐานกฎหมายคือ พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 วรรคสี่ และ ป.พ.พ. ม.1196, 1197 และ 1209 ผู้ตรวจสอบต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ส่วนผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ใช้ได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก และใช้ไม่ได้กับงบเพื่อการเลิกห้าง การวางแผนตั้งแต่ต้นปี แยกผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชี และคุมไทม์ไลน์ประชุมสามัญ จะช่วยให้บริษัทยื่นงบได้ตรงเวลาและลดความเสี่ยงจากค่าปรับ

ทุนจดทะเบียนน้อยมาก เช่น 1 ล้านบาท ยังต้องมีผู้สอบบัญชีหรือไม่?

ต้องมี กฎหมายไม่ได้ใช้ทุนจดทะเบียนเป็นเกณฑ์ยกเว้นสำหรับบริษัทจำกัด เกณฑ์ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท เป็นเกณฑ์ของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กที่ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ ไม่ใช่เกณฑ์ของบริษัทจำกัด

ถ้าเปลี่ยนจากห้างหุ้นส่วนมาเป็นบริษัทจำกัด เรื่องผู้สอบบัญชีเปลี่ยนอย่างไร?

เมื่อดำเนินกิจการในรูปบริษัทจำกัด งบการเงินของบริษัทต้องตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ไม่สามารถใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรแบบที่ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กเคยใช้ได้ ขั้นตอนการแปรสภาพและผลทางบัญชีเฉพาะกรณีควรปรึกษาผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี และต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนผู้สอบบัญชีทุกปีได้ไหม?

ได้ ตาม ป.พ.พ. ม.1209 ที่ประชุมสามัญเลือกตั้งผู้สอบบัญชีทุกปี จะเลือกคนเดิมหรือคนใหม่ก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติ การเปลี่ยนผู้สอบบัญชีบ่อยอาจทำให้ผู้สอบบัญชีรายใหม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจยอดยกมาและระบบบัญชีมากขึ้น ควรเปลี่ยนเมื่อมีเหตุผลชัดเจน เช่น ความพร้อมด้านเวลาหรือความเชี่ยวชาญในธุรกิจ

ตรวจสอบได้อย่างไรว่าผู้สอบบัญชีเป็น CPA จริง?

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอยู่ภายใต้การกำกับของสภาวิชาชีพบัญชี ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายชื่อผ่านระบบของสภาวิชาชีพบัญชีที่ www.tfac.or.th ก่อนแต่งตั้ง ควรตรวจชื่อและเลขทะเบียนในรายงานผู้สอบบัญชีให้ตรงกับข้อมูลในระบบ เพื่อป้องกันการใช้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตตรวจงบของบริษัท

บริษัทที่กำลังเลิกกิจการยังต้องมีผู้สอบบัญชีไหม?

ต้องมี งบการเงินที่จัดทำในกระบวนการเลิกและชำระบัญชียังต้องผ่านผู้สอบบัญชี สำหรับห้างหุ้นส่วนที่แจ้งเลิก กรมสรรพากรระบุว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่มีสิทธิตรวจสอบและรับรองงบการเงินที่ยื่นเพื่อการเลิก จึงต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต รายละเอียดขั้นตอนดูได้ในบทความปิดบริษัท

ถ้าผู้ถือหุ้นไม่ยอมประชุมเพื่อตั้งผู้สอบบัญชี ทำอย่างไร?

หากที่ประชุมไม่ได้ตั้งผู้สอบบัญชี ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 5 คนอาจร้องขอให้ศาลตั้งผู้สอบบัญชีได้ตาม ป.พ.พ. ม.1212 อย่างไรก็ดี ทางที่เหมาะกว่าคือให้กรรมการเรียกประชุมตามกำหนดและบรรจุวาระแต่งตั้งผู้สอบบัญชีไว้ทุกปี กรณีมีข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมาย


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

ThaiRegisters ช่วยเจ้าของกิจการวางระบบหน้าที่ประจำปีให้ครบและตรงเวลา ตั้งแต่การทำบัญชีจนถึงการยื่นงบ

·       ประเมินว่ากิจการของคุณต้องใช้ผู้สอบบัญชีประเภทใด (CPA หรือ TA) ตามรูปแบบนิติบุคคลและสถานะปัจจุบัน

·       จัดทำบัญชีและปิดงบประจำปี พร้อมเตรียมเอกสารส่งผู้สอบบัญชี

·       วางไทม์ไลน์ประชุมสามัญ บอจ.5 การยื่นงบผ่าน DBD e-Filing และ ภ.ง.ด.50

·       ช่วยตามงบที่ค้างย้อนหลังสำหรับบริษัทที่ยังไม่เคยสอบบัญชี

·       ให้คำปรึกษาเมื่อต้องเลือกระหว่างคงบริษัทไว้หรือปิดบริษัท

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ

·       ชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก

·       วันจดทะเบียนและวันสิ้นรอบบัญชี

·       สถานะการยื่นงบปีที่ผ่านมา (ยื่นแล้ว/ค้าง)

·       ข้อมูลผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีปัจจุบัน (ถ้ามี)

·       จด VAT หรือไม่ และภาพรวมปริมาณรายการต่อเดือน


bottom of page