บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปีหรือไม่

บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปีหรือไม่ คำตอบคือ ต้องมีทุกปี บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินประจำปีก่อนนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นและยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กฎหมายไม่ยกเว้นตามขนาด ทุน หรือรายได้ แม้บริษัทไม่มีรายได้เลยก็ยังต้องตรวจสอบ ข้อยกเว้นมีเฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก ซึ่งใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้
กฎหมายข้อไหนกำหนดให้บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชี
กฎหมายสองฉบับกำหนดเรื่องนี้ไว้สอดคล้องกัน คือ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ทั้งสองฉบับไม่มีข้อยกเว้นสำหรับบริษัทจำกัดขนาดเล็ก
พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11
มาตรา 11 วรรคสี่ กำหนดว่างบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เว้นแต่ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุน สินทรัพย์ หรือรายได้ไม่เกินที่กฎกระทรวงกำหนด ข้อยกเว้นนี้เขียนไว้สำหรับ "ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน" เท่านั้น บริษัทจำกัดจึงไม่อยู่ในข้อยกเว้น
ป.พ.พ. มาตรา 1196, 1197 และ 1209
· มาตรา 1196 บริษัทต้องทำงบดุลอย่างน้อยทุกรอบ 12 เดือน แสดงสินทรัพย์ หนี้สิน และบัญชีกำไรขาดทุน
· มาตรา 1197 งบดุลต้องให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ และนำเสนอที่ประชุมใหญ่อนุมัติภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล และต้องส่งสำเนางบดุลให้ผู้ถือหุ้นทุกคนก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน
· มาตรา 1209 ผู้สอบบัญชีให้ที่ประชุมสามัญเลือกตั้งทุกปี ผู้สอบบัญชีคนเดิมจะเลือกกลับเข้ามาอีกก็ได้
สรุปง่าย ๆ คือ ทุกรอบบัญชีบริษัทต้องมีงบการเงิน ต้องมีผู้สอบบัญชีตรวจ และต้องมีการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีในที่ประชุมสามัญ เป็นวงจรที่วนซ้ำทุกปีตราบเท่าที่บริษัทยังจดทะเบียนอยู่
หมายเหตุ: ถ้อยคำตัวบท ป.พ.พ. ควรเทียบกับฉบับล่าสุดที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมาย
บริษัทไม่มีรายได้ต้องมีผู้สอบบัญชีไหม
ต้องมี บริษัทที่ไม่มีรายได้หรือยังไม่ได้เริ่มประกอบกิจการยังต้องปิดงบการเงินและให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบเช่นเดียวกับบริษัทที่มีรายได้
เหตุผลคือ หน้าที่ทำบัญชีเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (พ.ร.บ.การบัญชี ม.9) และบทบัญญัติเรื่องผู้มีหน้าที่ทำบัญชี (ม.8) การยื่นงบการเงิน (ม.11) และการจัดให้มีผู้ทำบัญชี (ม.19) ไม่ได้ยกเว้นกิจการที่ไม่มีรายได้ไว้ ในทางปฏิบัติจึงเรียกกันว่า "ปิดงบเปล่า" ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำอะไร แต่แปลว่างบการเงินมีรายการน้อย
นอกจากงบการเงินที่ผ่านผู้สอบบัญชีแล้ว บริษัทที่ไม่มีรายได้ก็ยังมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินต่อกรมสรรพากรภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชีด้วย
ข้อควรระวัง: หากไม่ยื่นงบการเงินติดต่อกันเกิน 3 รอบบัญชี DBD อาจพิจารณาขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนเป็นนิติบุคคลร้าง และการถูกขีดชื่อไม่ได้ทำให้ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นหมดไป อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ "บริษัทไม่มีรายได้ต้องยื่นงบการเงินหรือไม่"
บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนต่างกันอย่างไรเรื่องผู้สอบบัญชี
บริษัทจำกัดต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ทุกแห่ง ส่วนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้ นี่คือจุดที่ผู้ประกอบการสับสนบ่อยที่สุด
ประเภทกิจการ | ผู้ตรวจสอบงบการเงิน | เงื่อนไข |
บริษัทจำกัด (ทุกขนาด รวมบริษัทไม่มีรายได้) | ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) | ไม่มีข้อยกเว้นตามขนาด ทุน หรือรายได้ |
บริษัทมหาชนจำกัด | ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) | เอกสารแนบงบมากกว่าบริษัทจำกัด เช่น รายงานการประชุมอนุมัติงบและรายงานประจำปี |
ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนทั่วไป | ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) | เมื่อทุน สินทรัพย์ หรือรายได้เกินเกณฑ์ขนาดเล็ก |
ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก | ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้ | ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท โดย TA ตรวจสอบและรับรองบัญชีเพื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ตาม ม.3 สัตต ประมวลรัษฎากร |
ห้างหุ้นส่วนที่แจ้งเลิก | ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) | กรมสรรพากรระบุว่า TA ไม่มีสิทธิตรวจสอบและรับรองงบการเงินที่ยื่นเพื่อการเลิก |
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) กับผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือใคร
· ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) อยู่ภายใต้การกำกับของสภาวิชาชีพบัญชีตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาต ผู้ประกอบการตรวจสอบรายชื่อได้ผ่านระบบของสภาวิชาชีพบัญชี
· ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพากรตามระเบียบที่ออกภายใต้ ม.3 สัตต ประมวลรัษฎากร ต้องรักษาความเป็นอิสระ ความเที่ยงธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต
สำหรับบริษัทจำกัด คำตอบจึงชัดเจนว่าต้องเป็น CPA เท่านั้น การใช้ TA ตรวจงบบริษัทจำกัดไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย รายละเอียดเรื่องคุณสมบัติและการตรวจสอบรายชื่อ CPA อ่านต่อได้ในบทความ "ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA คืออะไร"
มีผู้ทำบัญชีแล้ว ยังต้องมีผู้สอบบัญชีอีกไหม
ต้องมีทั้งสองบทบาท เพราะกฎหมายกำหนดหน้าที่ต่างกัน ผู้ทำบัญชีไม่สามารถทำหน้าที่แทนผู้สอบบัญชีได้
ประเด็น | ผู้ทำบัญชี | ผู้สอบบัญชี (CPA) |
ฐานกฎหมาย | พ.ร.บ.การบัญชี ม.19–20 | พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 วรรคสี่ และ ป.พ.พ. ม.1197 |
หน้าที่หลัก | บันทึกบัญชีและจัดทำงบการเงินตามความเป็นจริง | ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินอย่างเป็นอิสระ |
ทำงานให้ใคร | ทำงานภายใต้การกำกับของกิจการ | ต้องเป็นอิสระจากกิจการที่ตรวจสอบ |
ผลงานที่ได้ | สมุดบัญชีและงบการเงิน | รายงานของผู้สอบบัญชี |
ในทางปฏิบัติ คนเดียวกันหรือสำนักงานเดียวกันไม่ควรเป็นทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของกิจการเดียวกัน เพราะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชีต้องสอบทานงานของตนเอง ซึ่งขัดกับหลักความเป็นอิสระตามจรรยาบรรณวิชาชีพ อ่านการเปรียบเทียบแบบละเอียดในบทความ "ผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีต่างกันอย่างไร"
ไทม์ไลน์สอบบัญชีประจำปีของบริษัทจำกัดเป็นอย่างไร
บริษัทจำกัดต้องให้งบผ่านผู้สอบบัญชีให้ทันก่อนประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งต้องจัดภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดงบ แล้วจึงยื่นงบต่อ DBD ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติ
ตัวอย่างสำหรับบริษัทที่ปิดรอบบัญชี 31 ธันวาคม 2568
1. 31 ธ.ค. 2568 ปิดรอบบัญชี ผู้ทำบัญชีปิดบัญชีและจัดทำงบการเงิน
2. ม.ค.–มี.ค. 2569 (ช่วงที่ควรวางแผน) ส่งเอกสารให้ผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและออกรายงาน
3. ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน ส่งสำเนางบดุลให้ผู้ถือหุ้นทุกคน (ป.พ.พ. ม.1197)
4. ภายใน 30 เม.ย. 2569 ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงิน และเลือกตั้งผู้สอบบัญชีสำหรับปีถัดไป (ม.1197 และ ม.1209)
5. ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุม ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อนายทะเบียน ซึ่งเป็นคนละกำหนดเวลากับการยื่นงบ
6. ภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุม ยื่นงบการเงินผ่าน DBD e-Filing พร้อมรายงานผู้สอบบัญชีและหมายเหตุประกอบงบ ปี 2569 DBD ประกาศเส้นตายเป็น 2 มิ.ย. 2569 เพราะ 31 พ.ค. ตรงกับวันหยุด
7. ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินต่อกรมสรรพากร (สิ้นงวด 31 ธ.ค. จะครบประมาณ 30 พ.ค.)
ข้อเท็จจริงกับคำแนะนำ: กำหนดเวลาในข้อ 1 และ 3–7 มาจากกฎหมายและประกาศของหน่วยงาน ส่วนช่วงเวลาในข้อ 2 เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติเพื่อให้มีเวลาเพียงพอ วันที่ครบกำหนดจริงในแต่ละปีอาจเลื่อนตามประกาศของ DBD
บริษัทเปิดใหม่ควรจำไว้ว่าการประชุมใหญ่ครั้งแรกต้องจัดภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน (ป.พ.พ. ม.1171) และควรแต่งตั้งผู้สอบบัญชีสำหรับรอบบัญชีแรกในโอกาสนี้ รายละเอียดวิธีแต่งตั้งอยู่ในบทความ "แต่งตั้งผู้สอบบัญชีในการประชุมผู้ถือหุ้น"
ถ้าบริษัทไม่ให้ผู้สอบบัญชีตรวจงบ มีโทษอะไร
มีโทษตามกฎหมาย งบการเงินที่ไม่ผ่านผู้สอบบัญชีรับอนุญาตถือว่าฝ่าฝืน พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 วรรคสี่ และมักนำไปสู่ความผิดอื่นตามมาเป็นทอด ๆ
ความผิด | มาตรา | อัตราสูงสุด (ค่าปรับเป็นพินัย) |
งบการเงินไม่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต | พ.ร.บ.การบัญชี ม.32 (ประกอบ ม.11 วรรคสี่) | ไม่เกิน 20,000 บาท |
ไม่ยื่นงบการเงินภายในกำหนด | พ.ร.บ.การบัญชี ม.30 (ประกอบ ม.11 วรรคหนึ่ง) | ไม่เกิน 50,000 บาท |
ไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ | พ.ร.บ.การบัญชี ม.29 (ประกอบ ม.19) |
นอกจากนี้ ม.40 กำหนดว่าเมื่อนิติบุคคลกระทำผิด กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบที่สั่งการหรือไม่ป้องกันต้องรับโทษด้วย ส่วนการไม่จัดประชุมสามัญหรือไม่ส่งงบให้ผู้ถือหุ้นมีโทษปรับตามกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผลกระทบที่มักหนักกว่าค่าปรับคือ เมื่อไม่มีงบที่ผ่านผู้สอบบัญชี บริษัทจะยื่นงบต่อ DBD และยื่น ภ.ง.ด.50 ได้ไม่ครบถ้วน หากปล่อยค้างหลายปีจะเสี่ยงต่อการถูกขีดชื่อและทำให้การปิดบริษัทในอนาคตยุ่งยากขึ้น อ่านต่อใน "บริษัทไม่ยื่นงบการเงินมีโทษอะไร"
ตัวอย่างสถานการณ์: บริษัทเปิดใหม่ที่ยังไม่มีรายได้
ตัวอย่างสมมติ: บริษัท เอ จำกัด จดทะเบียนเดือนสิงหาคม 2568 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ตั้งใจทำธุรกิจนำเข้าสินค้า แต่ยังไม่ได้เริ่มขายจนถึงสิ้นปี เจ้าของคิดว่า "ไม่มีรายได้ ไม่ต้องจ้างผู้สอบบัญชี"
สิ่งที่บริษัท เอ ต้องทำจริงคือ
· เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน บันทึกรายจ่ายก่อนดำเนินงาน เช่น ค่าจดทะเบียน ค่าเช่า ค่าธรรมเนียมธนาคาร
· จัดประชุมใหญ่ครั้งแรกภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน และแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
· ปิดงบรอบแรก (ภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี) ให้ CPA ตรวจสอบ แล้วนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น
· ยื่นงบการเงินต่อ DBD และยื่น ภ.ง.ด.50 ตามกำหนด
ถ้าบริษัท เอ ไม่ทำตามนี้ เจ้าของจะเจอปัญหาสะสม ทั้งค่าปรับ และงบย้อนหลังที่ต้องตามทำในภายหลังเมื่อต้องการเปิดบัญชีธนาคารเพิ่ม ขอสินเชื่อ หรือปิดบริษัท ทางที่คุ้มกว่าคือวางแผนกับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีตั้งแต่ปีแรก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องผู้สอบบัญชี
1. คิดว่าบริษัทเล็กหรือไม่มีรายได้ได้รับยกเว้น ข้อยกเว้นตาม ม.11 วรรคสี่ ใช้กับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเท่านั้น
2. ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจงบบริษัทจำกัด TA ใช้ได้กับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กเท่านั้น
3. ให้สำนักงานที่ทำบัญชีเป็นผู้สอบบัญชีด้วย ขัดกับหลักความเป็นอิสระในทางปฏิบัติ
4. ไม่แต่งตั้งผู้สอบบัญชีในที่ประชุมสามัญ ม.1209 กำหนดให้เลือกตั้งทุกปี หากที่ประชุมไม่ได้ตั้ง ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 5 คนอาจร้องขอให้ศาลตั้งผู้สอบบัญชีได้
5. ติดต่อผู้สอบบัญชีช้า หากเริ่มตรวจใกล้วันประชุม อาจออกรายงานไม่ทันกำหนด 4 เดือน และกระทบการยื่นงบทั้งระบบ
6. เข้าใจว่าบอจ.5 ต้องยื่นพร้อมงบการเงิน บอจ.5 มีกำหนด 14 วันนับแต่วันประชุม แยกจากกำหนดยื่นงบ
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
· นับถอยหลังจากวันประชุม ไม่ใช่จากวันยื่นงบ เส้นตายจริงที่ต้องคุมคือการประชุมอนุมัติงบภายใน 4 เดือน ผู้สอบบัญชีต้องออกรายงานก่อนวันนั้น
· ตกลงผู้สอบบัญชีล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี และทำนัดหมายส่งเอกสารที่ชัดเจน เตรียมเอกสารตามเช็กลิสต์ในบทความ "เตรียมเอกสารให้ผู้สอบบัญชีอย่างไร"
· ตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีก่อนจ้าง ผ่านระบบของสภาวิชาชีพบัญชี ว่าเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจริง
· แยกผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชี เพื่อรักษาความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของงบการเงินต่อธนาคารและคู่ค้า
· ถ้าบริษัทไม่มีแผนดำเนินกิจการต่อ ควรประเมินว่าจะคงบริษัทไว้อย่างถูกต้องหรือปิดบริษัท เพราะการคงไว้หมายถึงต้นทุนผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีทุกปี ปัจจัยที่กำหนดค่าสอบบัญชีอธิบายไว้ในบทความ "ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับอะไร"
เช็กลิสต์หน้าที่ประจำปีของบริษัทจำกัดที่เกี่ยวกับผู้สอบบัญชี
☐ มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศ DBD
☐ แต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ในที่ประชุมสามัญ
☐ ปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน และจัดทำงบการเงิน
☐ ให้ CPA ตรวจสอบและออกรายงานก่อนวันประชุม
☐ ส่งสำเนางบดุลให้ผู้ถือหุ้นก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน
☐ ประชุมอนุมัติงบภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดงบ
☐ ยื่น บอจ.5 ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุม
☐ ยื่นงบผ่าน DBD e-Filing ภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุม
☐ ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี
สรุป: บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปีหรือไม่
บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็ก บริษัทเปิดใหม่ หรือบริษัทที่ไม่มีรายได้ ฐานกฎหมายคือ พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 วรรคสี่ และ ป.พ.พ. ม.1196, 1197 และ 1209 ผู้ตรวจสอบต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ส่วนผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ใช้ได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก และใช้ไม่ได้กับงบเพื่อการเลิกห้าง การวางแผนตั้งแต่ต้นปี แยกผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชี และคุมไทม์ไลน์ประชุมสามัญ จะช่วยให้บริษัทยื่นงบได้ตรงเวลาและลดความเสี่ยงจากค่าปรับ
ทุนจดทะเบียนน้อยมาก เช่น 1 ล้านบาท ยังต้องมีผู้สอบบัญชีหรือไม่?
ต้องมี กฎหมายไม่ได้ใช้ทุนจดทะเบียนเป็นเกณฑ์ยกเว้นสำหรับบริษัทจำกัด เกณฑ์ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท เป็นเกณฑ์ของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กที่ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ ไม่ใช่เกณฑ์ของบริษัทจำกัด
ถ้าเปลี่ยนจากห้างหุ้นส่วนมาเป็นบริษัทจำกัด เรื่องผู้สอบบัญชีเปลี่ยนอย่างไร?
เมื่อดำเนินกิจการในรูปบริษัทจำกัด งบการเงินของบริษัทต้องตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ไม่สามารถใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรแบบที่ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กเคยใช้ได้ ขั้นตอนการแปรสภาพและผลทางบัญชีเฉพาะกรณีควรปรึกษาผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี และต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนผู้สอบบัญชีทุกปีได้ไหม?
ได้ ตาม ป.พ.พ. ม.1209 ที่ประชุมสามัญเลือกตั้งผู้สอบบัญชีทุกปี จะเลือกคนเดิมหรือคนใหม่ก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติ การเปลี่ยนผู้สอบบัญชีบ่อยอาจทำให้ผู้สอบบัญชีรายใหม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจยอดยกมาและระบบบัญชีมากขึ้น ควรเปลี่ยนเมื่อมีเหตุผลชัดเจน เช่น ความพร้อมด้านเวลาหรือความเชี่ยวชาญในธุรกิจ
ตรวจสอบได้อย่างไรว่าผู้สอบบัญชีเป็น CPA จริง?
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอยู่ภายใต้การกำกับของสภาวิชาชีพบัญชี ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายชื่อผ่านระบบของสภาวิชาชีพบัญชีที่ www.tfac.or.th ก่อนแต่งตั้ง ควรตรวจชื่อและเลขทะเบียนในรายงานผู้สอบบัญชีให้ตรงกับข้อมูลในระบบ เพื่อป้องกันการใช้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตตรวจงบของบริษัท
บริษัทที่กำลังเลิกกิจการยังต้องมีผู้สอบบัญชีไหม?
ต้องมี งบการเงินที่จัดทำในกระบวนการเลิกและชำระบัญชียังต้องผ่านผู้สอบบัญชี สำหรับห้างหุ้นส่วนที่แจ้งเลิก กรมสรรพากรระบุว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่มีสิทธิตรวจสอบและรับรองงบการเงินที่ยื่นเพื่อการเลิก จึงต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต รายละเอียดขั้นตอนดูได้ในบทความปิดบริษัท
ถ้าผู้ถือหุ้นไม่ยอมประชุมเพื่อตั้งผู้สอบบัญชี ทำอย่างไร?
หากที่ประชุมไม่ได้ตั้งผู้สอบบัญชี ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 5 คนอาจร้องขอให้ศาลตั้งผู้สอบบัญชีได้ตาม ป.พ.พ. ม.1212 อย่างไรก็ดี ทางที่เหมาะกว่าคือให้กรรมการเรียกประชุมตามกำหนดและบรรจุวาระแต่งตั้งผู้สอบบัญชีไว้ทุกปี กรณีมีข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมาย
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
ThaiRegisters ช่วยเจ้าของกิจการวางระบบหน้าที่ประจำปีให้ครบและตรงเวลา ตั้งแต่การทำบัญชีจนถึงการยื่นงบ
· ประเมินว่ากิจการของคุณต้องใช้ผู้สอบบัญชีประเภทใด (CPA หรือ TA) ตามรูปแบบนิติบุคคลและสถานะปัจจุบัน
· จัดทำบัญชีและปิดงบประจำปี พร้อมเตรียมเอกสารส่งผู้สอบบัญชี
· วางไทม์ไลน์ประชุมสามัญ บอจ.5 การยื่นงบผ่าน DBD e-Filing และ ภ.ง.ด.50
· ช่วยตามงบที่ค้างย้อนหลังสำหรับบริษัทที่ยังไม่เคยสอบบัญชี
· ให้คำปรึกษาเมื่อต้องเลือกระหว่างคงบริษัทไว้หรือปิดบริษัท
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ
· ชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก
· วันจดทะเบียนและวันสิ้นรอบบัญชี
· สถานะการยื่นงบปีที่ผ่านมา (ยื่นแล้ว/ค้าง)
· ข้อมูลผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีปัจจุบัน (ถ้ามี)
· จด VAT หรือไม่ และภาพรวมปริมาณรายการต่อเดือน




