ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับอะไร

ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับปริมาณงานและความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชีต้องตรวจ ไม่ได้คิดจากทุนจดทะเบียนอย่างเดียว ปัจจัยหลักคือ ขนาดและปริมาณรายการ ความพร้อมของบัญชีและเอกสาร ระบบควบคุมภายใน การจด VAT การมีสินค้าคงเหลือ ธุรกรรมต่างประเทศหรือบริษัทในเครือ ความซับซ้อนของธุรกิจ และกำหนดส่งงาน ไม่มีราคากลางทางการ จึงควรขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงานชัดเจนจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอย่างน้อย 2–3 ราย
ทำไมค่าสอบบัญชีบริษัทแต่ละที่จึงต่างกัน
เพราะผู้สอบบัญชีประเมินราคาจากเวลาและความเสี่ยงของงานตรวจแต่ละบริษัท ไม่ใช่ราคาตายตัวต่อบริษัท สองบริษัทที่ทุนจดทะเบียนเท่ากันอาจได้ราคาต่างกันมาก หากบริษัทหนึ่งมีเอกสารครบและอีกบริษัทหนึ่งมีรายการค้างจำนวนมาก
ก่อนเข้าเรื่องปัจจัย ควรเข้าใจข้อเท็จจริงทางกฎหมายสองข้อ
· บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจงบทุกปี ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 ม.11 วรรคสี่ และ ป.พ.พ. ม.1197 ค่าสอบบัญชีจึงเป็นต้นทุนประจำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้หรือไม่ (อ่านเพิ่มเติมใน "บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปีหรือไม่")
· ไม่มีหน่วยงานรัฐประกาศอัตราค่าสอบบัญชีกลาง ราคาเป็นการตกลงระหว่างบริษัทกับผู้สอบบัญชี บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขราคา เพราะตัวเลขที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงเป็นกลางอาจทำให้เข้าใจผิด
ข้อเท็จจริงกับคำแนะนำ: ปัจจัยในบทความนี้เป็นแนวทางเชิงปฏิบัติที่ใช้ทั่วไปในการประเมินขอบเขตงานสอบบัญชี ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย ผู้สอบบัญชีแต่ละรายอาจให้น้ำหนักต่างกัน
ปัจจัยอะไรบ้างที่กำหนดค่าสอบบัญชีบริษัท
คำตอบโดยสรุปคือ ทุกปัจจัยที่ทำให้ผู้สอบบัญชีต้องใช้เวลามากขึ้นหรือรับความเสี่ยงมากขึ้น จะทำให้ค่าสอบบัญชีสูงขึ้น ตารางนี้สรุปปัจจัยหลักและสิ่งที่บริษัทควบคุมได้
ปัจจัย | ทำไมกระทบค่าสอบบัญชี | บริษัทควบคุมได้หรือไม่ |
ขนาดและปริมาณรายการ | รายการขายซื้อมาก ผู้สอบบัญชีต้องสุ่มตรวจและทดสอบมากขึ้น | ควบคุมได้น้อย (ขึ้นกับธุรกิจ) |
ความพร้อมของบัญชีและเอกสาร | บัญชีไม่ปิด เอกสารไม่ครบ ต้องใช้เวลาติดตามและแก้ไข | ควบคุมได้มาก |
ระบบควบคุมภายใน | ระบบอนุมัติและแบ่งหน้าที่ชัด ช่วยลดปริมาณงานทดสอบรายละเอียด | ควบคุมได้ |
การจด VAT | ต้องตรวจความสอดคล้องระหว่างรายได้ในงบกับรายงานภาษีขายและแบบ ภ.พ.30 | ควบคุมได้น้อย (ขึ้นกับกฎหมาย) |
สินค้าคงเหลือ | อาจต้องสังเกตการณ์ตรวจนับและตรวจการตีราคา | ควบคุมได้บางส่วน (ความถูกต้องของรายงานสต็อก) |
ธุรกรรมต่างประเทศและบริษัทในเครือ | อัตราแลกเปลี่ยน เอกสารภาษาต่างประเทศ ยอดระหว่างกัน และการเปิดเผยข้อมูล | ควบคุมได้บางส่วน (กระทบยอดล่วงหน้า) |
ความเสี่ยงและความซับซ้อน | ธุรกิจที่มีสัญญาซับซ้อน คดีความ หรือปัญหาการดำเนินงานต่อเนื่อง ต้องใช้วิจารณญาณมากขึ้น | ควบคุมได้น้อย |
กำหนดส่งงาน | งานเร่งในช่วงใกล้เส้นตายต้องจัดสรรทีมพิเศษ | ควบคุมได้มาก (ติดต่อแต่เนิ่น ๆ) |
1. ขนาดและปริมาณรายการ
ปริมาณรายการเป็นตัวกำหนดเวลาตรวจโดยตรง บริษัทที่ออกใบกำกับภาษีหลายพันใบต่อปีต้องใช้เวลาตรวจมากกว่าบริษัทที่มีลูกค้าไม่กี่ราย ทุนจดทะเบียนจึงไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดีนัก เพราะบริษัททุนน้อยอาจมีรายการมาก และบริษัททุนมากอาจมีรายการน้อย
2. ความพร้อมของบัญชีและเอกสาร
นี่คือปัจจัยที่บริษัทควบคุมได้มากที่สุด กฎหมายกำหนดให้กิจการต้องส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชีอย่างครบถ้วน (พ.ร.บ.การบัญชี ม.12) และผู้ทำบัญชีต้องทำบัญชีให้มีเอกสารประกอบครบถ้วนตามความเป็นจริง (ม.20) ถ้าบัญชียังปิดไม่เสร็จ งบทดลองไม่ลงตัว หรือยอดเงินฝากไม่ได้กระทบยอด ผู้สอบบัญชีต้องใช้เวลาเพิ่มหรืออาจต้องส่งงานกลับให้แก้
3. ระบบควบคุมภายใน
บริษัทที่มีขั้นตอนอนุมัติจ่ายเงิน การแยกคนบันทึกบัญชีกับคนรับจ่ายเงิน และการกระทบยอดสม่ำเสมอ ช่วยให้ผู้สอบบัญชีประเมินความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าเจ้าของคนเดียวทำทุกอย่างและใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวปนกับบริษัท ผู้สอบบัญชีต้องตรวจรายละเอียดมากขึ้น
4. การจด VAT
บริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีข้อมูลรายเดือนที่ต้องสอดคล้องกับงบการเงิน เช่น รายได้ในงบกับยอดขายตามแบบ ภ.พ.30 ผู้สอบบัญชีจึงมีขั้นตอนตรวจเพิ่ม
5. สินค้าคงเหลือ
กิจการซื้อขายหรือผลิตสินค้ามักมีความเสี่ยงเรื่องปริมาณและมูลค่าสินค้า ผู้สอบบัญชีอาจต้องสังเกตการณ์การตรวจนับและตรวจการคำนวณต้นทุน ซึ่งเพิ่มเวลางาน
6. ธุรกรรมต่างประเทศและบริษัทในเครือ
รายการซื้อขายสกุลเงินต่างประเทศ เงินกู้จากผู้ถือหุ้นต่างประเทศ หรือการทำธุรกรรมกับบริษัทในเครือ ต้องตรวจยอด เอกสาร และการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม
7. ความเสี่ยงและความซับซ้อน
ธุรกิจที่มีสัญญาระยะยาว รับรู้รายได้หลายงวด มีคดีความ หรือมีผลขาดทุนสะสมสูง ผู้สอบบัญชีต้องใช้วิจารณญาณและอาจต้องหารือกับผู้บริหารมากขึ้น
8. กำหนดส่งงาน
บริษัทจำกัดต้องนำงบที่ผ่านผู้สอบบัญชีเข้าประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล (ป.พ.พ. ม.1197) งานที่ติดต่อเข้ามาช่วงใกล้เส้นตายมักต้องจัดสรรทรัพยากรเร่งด่วน ซึ่งอาจกระทบทั้งราคาและคุณภาพ
ใบเสนอราคาสอบบัญชีควรระบุอะไรบ้าง
ใบเสนอราคาที่ดีควรระบุขอบเขตงานชัดเจนพอที่จะเปรียบเทียบกันได้ ถ้าใบเสนอราคาระบุเพียงตัวเลขรวม ควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มก่อนตัดสินใจ
☐ ชื่อและเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่จะลงนามในรายงาน
☐ รอบบัญชีที่ตรวจ และจำนวนปี (กรณีมีงบค้างย้อนหลัง)
☐ ขอบเขตงาน เช่น ตรวจสอบงบการเงินประจำปี และการสังเกตการณ์ตรวจนับสินค้า (ถ้ามี)
☐ สิ่งที่ไม่รวมในราคา เช่น งานปรับปรุงบัญชี งานจัดทำงบ หรือการยื่นแบบต่าง ๆ
☐ กำหนดเวลาส่งเอกสาร วันเริ่มตรวจ และวันออกรายงาน
☐ เงื่อนไขกรณีเอกสารไม่ครบหรือส่งล่าช้า
☐ เงื่อนไขการชำระเงิน
☐ ผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่าย
คำถามที่ควรถามผู้สอบบัญชีก่อนจ้าง
1. มีประสบการณ์ตรวจธุรกิจประเภทเดียวกับเราหรือไม่
2. ต้องการเอกสารอะไรบ้าง และต้องการเมื่อใด
3. ถ้าพบรายการต้องปรับปรุง จะแจ้งและหารืออย่างไร
4. ราคาเปลี่ยนได้ในกรณีใด
5. ออกรายงานได้ทันวันประชุมผู้ถือหุ้นที่วางแผนไว้หรือไม่
ทำอย่างไรให้ค่าสอบบัญชีไม่บานปลายโดยยังถูกต้อง
วิธีที่ได้ผลคือลดงานที่ไม่จำเป็นของผู้สอบบัญชี ไม่ใช่ลดขอบเขตการตรวจ เพราะงบการเงินต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานทุกปี
1. ปิดบัญชีให้เสร็จก่อนส่งผู้สอบบัญชี งบทดลองควรลงตัวและยอดสำคัญกระทบยอดแล้ว
2. กระทบยอดธนาคารทุกบัญชีทุกเดือน ลดเวลาตรวจรายการเงินสดและเงินฝาก
3. แยกบัญชีธนาคารบริษัทออกจากบัญชีส่วนตัว ลดรายการที่ต้องอธิบาย
4. จัดเก็บเอกสารเป็นระบบตามเดือนและประเภท และเก็บไว้ตามที่กฎหมายกำหนดไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี (พ.ร.บ.การบัญชี ม.14)
5. ทำทะเบียนทรัพย์สินและรายงานสินค้าคงเหลือให้เป็นปัจจุบัน
6. ติดต่อผู้สอบบัญชีตั้งแต่ต้นรอบ วางกำหนดส่งเอกสารให้ห่างจากวันประชุมพอสมควร
รายการเอกสารแบบละเอียดดูได้ในบทความ "เตรียมเอกสารให้ผู้สอบบัญชีอย่างไร"
ค่าสอบบัญชีกับค่าทำบัญชีต่างกันอย่างไร
ค่าสอบบัญชีและค่าทำบัญชีเป็นค่าบริการคนละงาน ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบหรือรวมเป็นก้อนเดียวโดยไม่แยกขอบเขต
ประเด็น | ค่าทำบัญชี | ค่าสอบบัญชี |
ผู้ให้บริการ | ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศ DBD (พ.ร.บ.การบัญชี ม.19) | ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) สำหรับบริษัทจำกัด |
ลักษณะงาน | บันทึกบัญชี ปิดบัญชี จัดทำงบการเงิน | ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินอย่างเป็นอิสระ |
ความถี่ | มักเป็นรายเดือนตลอดปี | ปีละครั้งต่อรอบบัญชี |
ผลงาน | สมุดบัญชีและงบการเงิน | รายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งต้องแนบเมื่อยื่นงบผ่าน DBD e-Filing |
ความสัมพันธ์ที่สำคัญคือ คุณภาพของงานทำบัญชีส่งผลโดยตรงต่อปริมาณงานของผู้สอบบัญชี บริษัทที่ประหยัดค่าทำบัญชีจนบัญชีไม่เรียบร้อย อาจต้องจ่ายค่าปรับปรุงบัญชีเพิ่มและใช้เวลาตรวจนานขึ้นในตอนสิ้นปี ขณะเดียวกัน ทั้งสองบทบาทควรแยกจากกัน เพื่อรักษาความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี
ตัวอย่างสถานการณ์: สองบริษัททุนเท่ากัน ราคาต่างกัน
ตัวอย่างสมมติ: บริษัท เอ จำกัด และ บริษัท บี จำกัด มีทุนจดทะเบียนเท่ากัน แต่ได้ใบเสนอราคาสอบบัญชีต่างกันชัดเจน
ประเด็น | บริษัท เอ จำกัด | บริษัท บี จำกัด |
ธุรกิจ | ให้บริการที่ปรึกษา ลูกค้าไม่กี่ราย | ซื้อมาขายไป มีสินค้าในคลัง |
การจด VAT | ยังไม่ได้จด | จด VAT |
ธุรกรรมต่างประเทศ | ไม่มี | นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ |
ความพร้อมของบัญชี | ปิดบัญชีรายเดือน กระทบยอดธนาคารครบ | เอกสารบางเดือนหาย ยังไม่ได้กระทบยอดสต็อก |
ผลต่อขอบเขตงาน | งานตรวจน้อยกว่า | ต้องสังเกตการณ์ตรวจนับ ตรวจ VAT อัตราแลกเปลี่ยน และติดตามเอกสาร |
บริษัท บี จึงได้ราคาสูงกว่า ทั้งจากลักษณะธุรกิจที่ควบคุมไม่ได้ และจากความพร้อมของเอกสารที่ควบคุมได้ หากบริษัท บี จัดการเอกสารและกระทบยอดสต็อกให้เรียบร้อยก่อนส่งงาน ขอบเขตงานส่วนที่เกิดจากการติดตามเอกสารจะลดลง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกผู้สอบบัญชีจากราคา
1. เลือกจากราคาต่ำสุดโดยไม่ดูขอบเขตงาน ใบเสนอราคาที่ถูกกว่าอาจไม่รวมงานที่จำเป็น และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มภายหลัง
2. ไม่ตรวจสอบว่าผู้ลงนามเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจริง บริษัทจำกัดต้องใช้ CPA ควรตรวจรายชื่อผ่านระบบของสภาวิชาชีพบัญชี
3. ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) เพราะคิดว่าถูกกว่า TA ใช้ได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก ใช้กับบริษัทจำกัดไม่ได้
4. จ้างสำนักงานเดียวกันทั้งทำบัญชีและสอบบัญชีเพื่อประหยัด ในทางปฏิบัติไม่ควรทำ เพราะเกิดความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชีต้องสอบทานงานของตนเอง ขัดหลักความเป็นอิสระตามจรรยาบรรณวิชาชีพ
5. ติดต่อผู้สอบบัญชีช่วงใกล้เส้นตาย ทำให้ตัวเลือกน้อยและเสี่ยงยื่นงบไม่ทัน ซึ่งการไม่ยื่นงบมีค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท (พ.ร.บ.การบัญชี ม.30) และงบที่ไม่ผ่านผู้สอบบัญชีมีค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (ม.32)
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
· มองค่าสอบบัญชีเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนระบบบัญชีทั้งปี การลงทุนกับบัญชีรายเดือนที่เป็นระเบียบมักลดเวลางานตรวจสิ้นปี ปัจจัยของค่าทำบัญชีอ่านได้ใน "ทำบัญชีรายเดือนราคาเท่าไหร่"
· ขอใบเสนอราคาจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต 2–3 ราย โดยให้ข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบได้จริง
· ให้ข้อมูลตามจริงตั้งแต่แรก เช่น มีงบค้าง มีสต็อก หรือมีธุรกรรมต่างประเทศ เพื่อลดการปรับราคาภายหลัง
· ประเมินความคุ้มค่าของการคงบริษัทไว้ หากบริษัทไม่มีแผนดำเนินกิจการ ค่าสอบบัญชีเป็นต้นทุนที่เกิดทุกปี ควรเปรียบเทียบกับทางเลือกการปิดบริษัทอย่างถูกต้อง
สรุป: ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับอะไร
ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับเวลาและความเสี่ยงของงานตรวจ ได้แก่ ปริมาณรายการ ความพร้อมของบัญชีและเอกสาร ระบบควบคุมภายใน การจด VAT สินค้าคงเหลือ ธุรกรรมต่างประเทศหรือบริษัทในเครือ ความซับซ้อน และกำหนดส่ง ไม่มีราคากลางทางการ วิธีที่เหมาะคือเตรียมบัญชีให้พร้อม ขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตชัดจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหลายราย และติดต่อแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้งบผ่านการตรวจทันวันประชุมผู้ถือหุ้น
ค่าสอบบัญชีบริษัทที่ไม่มีรายได้ถูกกว่าบริษัทที่มีรายได้หรือไม่?
โดยทั่วไปบริษัทที่ไม่มีรายได้มีรายการน้อย ขอบเขตงานจึงมักน้อยกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะยังต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบทุกปี และผู้สอบบัญชียังต้องตรวจยอดคงเหลือ เงินกู้กรรมการ และรายจ่ายต่าง ๆ ราคาจริงขึ้นกับความพร้อมของเอกสารและการประเมินของผู้สอบบัญชีแต่ละราย
ทำไมผู้สอบบัญชีขอดูงบปีก่อนก่อนเสนอราคา?
งบปีก่อนและรายงานผู้สอบบัญชีเดิมช่วยให้ผู้สอบบัญชีเห็นขนาดกิจการ ยอดยกมา และประเด็นที่เคยพบ เพื่อประเมินเวลาและความเสี่ยงได้ใกล้เคียงความจริง หากบริษัทไม่เคยตรวจงบหรือมีงบค้าง ผู้สอบบัญชีมักต้องประเมินงานเพิ่มเติม ซึ่งอาจกระทบทั้งราคาและระยะเวลา
บริษัทที่มีงบค้างหลายปี ค่าสอบบัญชีคิดอย่างไร?
ผู้สอบบัญชีมักประเมินเป็นรายรอบบัญชี เพราะงบแต่ละปีต้องตรวจและออกรายงานแยกกัน ความยากอยู่ที่การรวบรวมเอกสารย้อนหลังและยอดยกมา ควรให้ข้อมูลจำนวนปีที่ค้างและสถานะเอกสารตามจริงตั้งแต่ต้น และวางลำดับการตรวจร่วมกับผู้ทำบัญชีเพื่อยื่นงบให้ครบ
จ่ายค่าสอบบัญชีแบบรายปีหรือแบ่งงวดได้ไหม?
เป็นเรื่องที่ตกลงกันระหว่างบริษัทกับผู้สอบบัญชี กฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบการชำระ ผู้สอบบัญชีบางรายอาจขอมัดจำก่อนเริ่มงานและชำระส่วนที่เหลือเมื่อออกรายงาน ควรระบุเงื่อนไขการชำระเงินไว้ในใบเสนอราคาหรือหนังสือตกลงรับงานให้ชัดเจน
ค่าสอบบัญชีนำมาเป็นรายจ่ายของบริษัทได้หรือไม่?
ค่าสอบบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทและบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงบการเงิน ส่วนการหักเป็นรายจ่ายทางภาษีและการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องพิจารณาตามหลักฐานและเงื่อนไขของประมวลรัษฎากร ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีและต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ควรจ้างผู้สอบบัญชีคนเดิมต่อหรือเปลี่ยนเพื่อให้ได้ราคาดีขึ้น?
ที่ประชุมสามัญเลือกตั้งผู้สอบบัญชีทุกปี และเลือกคนเดิมได้ (ป.พ.พ. ม.1209) ผู้สอบบัญชีคนเดิมเข้าใจธุรกิจและยอดยกมาอยู่แล้ว ส่วนรายใหม่อาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจในปีแรก การเปลี่ยนควรพิจารณาจากความพร้อมด้านเวลา ความเชี่ยวชาญ และขอบเขตงาน ไม่ใช่ราคาเพียงอย่างเดียว
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
ThaiRegisters ช่วยให้บริษัทพร้อมสำหรับการสอบบัญชี เพื่อลดงานซ้ำซ้อนและยื่นงบได้ตรงเวลา
· ทำบัญชีรายเดือนและปิดงบประจำปีให้พร้อมส่งผู้สอบบัญชี
· ช่วยรวบรวมข้อมูลขนาดกิจการและสถานะเอกสาร เพื่อใช้ขอใบเสนอราคาจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
· ประสานงานเอกสารระหว่างบริษัทกับผู้สอบบัญชีตามไทม์ไลน์ประชุมสามัญ
· ช่วยตามงบที่ค้างย้อนหลังและวางลำดับการยื่นงบ
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ
· ประเภทธุรกิจและวันสิ้นรอบบัญชี
· จด VAT หรือไม่ มีสินค้าคงเหลือหรือธุรกรรมต่างประเทศหรือไม่
· ปริมาณรายการขายและซื้อโดยประมาณต่อเดือน
· งบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชีปีก่อน (ถ้ามี)
· จำนวนปีที่ยังไม่ได้ยื่นงบ (ถ้ามี)




