top of page

ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับอะไร

Writer: Thairegisters
Thairegisters
2 minutes ago
2 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง

ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับปริมาณงานและความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชีต้องตรวจ ไม่ได้คิดจากทุนจดทะเบียนอย่างเดียว ปัจจัยหลักคือ ขนาดและปริมาณรายการ ความพร้อมของบัญชีและเอกสาร ระบบควบคุมภายใน การจด VAT การมีสินค้าคงเหลือ ธุรกรรมต่างประเทศหรือบริษัทในเครือ ความซับซ้อนของธุรกิจ และกำหนดส่งงาน ไม่มีราคากลางทางการ จึงควรขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงานชัดเจนจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอย่างน้อย 2–3 ราย


ทำไมค่าสอบบัญชีบริษัทแต่ละที่จึงต่างกัน

เพราะผู้สอบบัญชีประเมินราคาจากเวลาและความเสี่ยงของงานตรวจแต่ละบริษัท ไม่ใช่ราคาตายตัวต่อบริษัท สองบริษัทที่ทุนจดทะเบียนเท่ากันอาจได้ราคาต่างกันมาก หากบริษัทหนึ่งมีเอกสารครบและอีกบริษัทหนึ่งมีรายการค้างจำนวนมาก

ก่อนเข้าเรื่องปัจจัย ควรเข้าใจข้อเท็จจริงทางกฎหมายสองข้อ

·       บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจงบทุกปี ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 ม.11 วรรคสี่ และ ป.พ.พ. ม.1197 ค่าสอบบัญชีจึงเป็นต้นทุนประจำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้หรือไม่ (อ่านเพิ่มเติมใน "บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปีหรือไม่")

·       ไม่มีหน่วยงานรัฐประกาศอัตราค่าสอบบัญชีกลาง ราคาเป็นการตกลงระหว่างบริษัทกับผู้สอบบัญชี บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขราคา เพราะตัวเลขที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงเป็นกลางอาจทำให้เข้าใจผิด

ข้อเท็จจริงกับคำแนะนำ: ปัจจัยในบทความนี้เป็นแนวทางเชิงปฏิบัติที่ใช้ทั่วไปในการประเมินขอบเขตงานสอบบัญชี ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย ผู้สอบบัญชีแต่ละรายอาจให้น้ำหนักต่างกัน


ปัจจัยอะไรบ้างที่กำหนดค่าสอบบัญชีบริษัท

คำตอบโดยสรุปคือ ทุกปัจจัยที่ทำให้ผู้สอบบัญชีต้องใช้เวลามากขึ้นหรือรับความเสี่ยงมากขึ้น จะทำให้ค่าสอบบัญชีสูงขึ้น ตารางนี้สรุปปัจจัยหลักและสิ่งที่บริษัทควบคุมได้

ปัจจัย

ทำไมกระทบค่าสอบบัญชี

บริษัทควบคุมได้หรือไม่

ขนาดและปริมาณรายการ

รายการขายซื้อมาก ผู้สอบบัญชีต้องสุ่มตรวจและทดสอบมากขึ้น

ควบคุมได้น้อย (ขึ้นกับธุรกิจ)

ความพร้อมของบัญชีและเอกสาร

บัญชีไม่ปิด เอกสารไม่ครบ ต้องใช้เวลาติดตามและแก้ไข

ควบคุมได้มาก

ระบบควบคุมภายใน

ระบบอนุมัติและแบ่งหน้าที่ชัด ช่วยลดปริมาณงานทดสอบรายละเอียด

ควบคุมได้

การจด VAT

ต้องตรวจความสอดคล้องระหว่างรายได้ในงบกับรายงานภาษีขายและแบบ ภ.พ.30

ควบคุมได้น้อย (ขึ้นกับกฎหมาย)

สินค้าคงเหลือ

อาจต้องสังเกตการณ์ตรวจนับและตรวจการตีราคา

ควบคุมได้บางส่วน (ความถูกต้องของรายงานสต็อก)

ธุรกรรมต่างประเทศและบริษัทในเครือ

อัตราแลกเปลี่ยน เอกสารภาษาต่างประเทศ ยอดระหว่างกัน และการเปิดเผยข้อมูล

ควบคุมได้บางส่วน (กระทบยอดล่วงหน้า)

ความเสี่ยงและความซับซ้อน

ธุรกิจที่มีสัญญาซับซ้อน คดีความ หรือปัญหาการดำเนินงานต่อเนื่อง ต้องใช้วิจารณญาณมากขึ้น

ควบคุมได้น้อย

กำหนดส่งงาน

งานเร่งในช่วงใกล้เส้นตายต้องจัดสรรทีมพิเศษ

ควบคุมได้มาก (ติดต่อแต่เนิ่น ๆ)

 

1. ขนาดและปริมาณรายการ

ปริมาณรายการเป็นตัวกำหนดเวลาตรวจโดยตรง บริษัทที่ออกใบกำกับภาษีหลายพันใบต่อปีต้องใช้เวลาตรวจมากกว่าบริษัทที่มีลูกค้าไม่กี่ราย ทุนจดทะเบียนจึงไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดีนัก เพราะบริษัททุนน้อยอาจมีรายการมาก และบริษัททุนมากอาจมีรายการน้อย

2. ความพร้อมของบัญชีและเอกสาร

นี่คือปัจจัยที่บริษัทควบคุมได้มากที่สุด กฎหมายกำหนดให้กิจการต้องส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชีอย่างครบถ้วน (พ.ร.บ.การบัญชี ม.12) และผู้ทำบัญชีต้องทำบัญชีให้มีเอกสารประกอบครบถ้วนตามความเป็นจริง (ม.20) ถ้าบัญชียังปิดไม่เสร็จ งบทดลองไม่ลงตัว หรือยอดเงินฝากไม่ได้กระทบยอด ผู้สอบบัญชีต้องใช้เวลาเพิ่มหรืออาจต้องส่งงานกลับให้แก้

3. ระบบควบคุมภายใน

บริษัทที่มีขั้นตอนอนุมัติจ่ายเงิน การแยกคนบันทึกบัญชีกับคนรับจ่ายเงิน และการกระทบยอดสม่ำเสมอ ช่วยให้ผู้สอบบัญชีประเมินความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าเจ้าของคนเดียวทำทุกอย่างและใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวปนกับบริษัท ผู้สอบบัญชีต้องตรวจรายละเอียดมากขึ้น

4. การจด VAT

บริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีข้อมูลรายเดือนที่ต้องสอดคล้องกับงบการเงิน เช่น รายได้ในงบกับยอดขายตามแบบ ภ.พ.30 ผู้สอบบัญชีจึงมีขั้นตอนตรวจเพิ่ม

5. สินค้าคงเหลือ

กิจการซื้อขายหรือผลิตสินค้ามักมีความเสี่ยงเรื่องปริมาณและมูลค่าสินค้า ผู้สอบบัญชีอาจต้องสังเกตการณ์การตรวจนับและตรวจการคำนวณต้นทุน ซึ่งเพิ่มเวลางาน

6. ธุรกรรมต่างประเทศและบริษัทในเครือ

รายการซื้อขายสกุลเงินต่างประเทศ เงินกู้จากผู้ถือหุ้นต่างประเทศ หรือการทำธุรกรรมกับบริษัทในเครือ ต้องตรวจยอด เอกสาร และการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม

7. ความเสี่ยงและความซับซ้อน

ธุรกิจที่มีสัญญาระยะยาว รับรู้รายได้หลายงวด มีคดีความ หรือมีผลขาดทุนสะสมสูง ผู้สอบบัญชีต้องใช้วิจารณญาณและอาจต้องหารือกับผู้บริหารมากขึ้น

8. กำหนดส่งงาน

บริษัทจำกัดต้องนำงบที่ผ่านผู้สอบบัญชีเข้าประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล (ป.พ.พ. ม.1197) งานที่ติดต่อเข้ามาช่วงใกล้เส้นตายมักต้องจัดสรรทรัพยากรเร่งด่วน ซึ่งอาจกระทบทั้งราคาและคุณภาพ


ใบเสนอราคาสอบบัญชีควรระบุอะไรบ้าง

ใบเสนอราคาที่ดีควรระบุขอบเขตงานชัดเจนพอที่จะเปรียบเทียบกันได้ ถ้าใบเสนอราคาระบุเพียงตัวเลขรวม ควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มก่อนตัดสินใจ

☐ ชื่อและเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่จะลงนามในรายงาน

☐ รอบบัญชีที่ตรวจ และจำนวนปี (กรณีมีงบค้างย้อนหลัง)

☐ ขอบเขตงาน เช่น ตรวจสอบงบการเงินประจำปี และการสังเกตการณ์ตรวจนับสินค้า (ถ้ามี)

☐ สิ่งที่ไม่รวมในราคา เช่น งานปรับปรุงบัญชี งานจัดทำงบ หรือการยื่นแบบต่าง ๆ

☐ กำหนดเวลาส่งเอกสาร วันเริ่มตรวจ และวันออกรายงาน

☐ เงื่อนไขกรณีเอกสารไม่ครบหรือส่งล่าช้า

☐ เงื่อนไขการชำระเงิน

☐ ผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่าย

คำถามที่ควรถามผู้สอบบัญชีก่อนจ้าง

1. มีประสบการณ์ตรวจธุรกิจประเภทเดียวกับเราหรือไม่

2. ต้องการเอกสารอะไรบ้าง และต้องการเมื่อใด

3. ถ้าพบรายการต้องปรับปรุง จะแจ้งและหารืออย่างไร

4. ราคาเปลี่ยนได้ในกรณีใด

5. ออกรายงานได้ทันวันประชุมผู้ถือหุ้นที่วางแผนไว้หรือไม่

ทำอย่างไรให้ค่าสอบบัญชีไม่บานปลายโดยยังถูกต้อง

วิธีที่ได้ผลคือลดงานที่ไม่จำเป็นของผู้สอบบัญชี ไม่ใช่ลดขอบเขตการตรวจ เพราะงบการเงินต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานทุกปี

1. ปิดบัญชีให้เสร็จก่อนส่งผู้สอบบัญชี งบทดลองควรลงตัวและยอดสำคัญกระทบยอดแล้ว

2. กระทบยอดธนาคารทุกบัญชีทุกเดือน ลดเวลาตรวจรายการเงินสดและเงินฝาก

3. แยกบัญชีธนาคารบริษัทออกจากบัญชีส่วนตัว ลดรายการที่ต้องอธิบาย

4. จัดเก็บเอกสารเป็นระบบตามเดือนและประเภท และเก็บไว้ตามที่กฎหมายกำหนดไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี (พ.ร.บ.การบัญชี ม.14)

5. ทำทะเบียนทรัพย์สินและรายงานสินค้าคงเหลือให้เป็นปัจจุบัน

6. ติดต่อผู้สอบบัญชีตั้งแต่ต้นรอบ วางกำหนดส่งเอกสารให้ห่างจากวันประชุมพอสมควร

รายการเอกสารแบบละเอียดดูได้ในบทความ "เตรียมเอกสารให้ผู้สอบบัญชีอย่างไร"


ค่าสอบบัญชีกับค่าทำบัญชีต่างกันอย่างไร

ค่าสอบบัญชีและค่าทำบัญชีเป็นค่าบริการคนละงาน ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบหรือรวมเป็นก้อนเดียวโดยไม่แยกขอบเขต

ประเด็น

ค่าทำบัญชี

ค่าสอบบัญชี

ผู้ให้บริการ

ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศ DBD (พ.ร.บ.การบัญชี ม.19)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) สำหรับบริษัทจำกัด

ลักษณะงาน

บันทึกบัญชี ปิดบัญชี จัดทำงบการเงิน

ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินอย่างเป็นอิสระ

ความถี่

มักเป็นรายเดือนตลอดปี

ปีละครั้งต่อรอบบัญชี

ผลงาน

สมุดบัญชีและงบการเงิน

รายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งต้องแนบเมื่อยื่นงบผ่าน DBD e-Filing

 

ความสัมพันธ์ที่สำคัญคือ คุณภาพของงานทำบัญชีส่งผลโดยตรงต่อปริมาณงานของผู้สอบบัญชี บริษัทที่ประหยัดค่าทำบัญชีจนบัญชีไม่เรียบร้อย อาจต้องจ่ายค่าปรับปรุงบัญชีเพิ่มและใช้เวลาตรวจนานขึ้นในตอนสิ้นปี ขณะเดียวกัน ทั้งสองบทบาทควรแยกจากกัน เพื่อรักษาความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี

ตัวอย่างสถานการณ์: สองบริษัททุนเท่ากัน ราคาต่างกัน

ตัวอย่างสมมติ: บริษัท เอ จำกัด และ บริษัท บี จำกัด มีทุนจดทะเบียนเท่ากัน แต่ได้ใบเสนอราคาสอบบัญชีต่างกันชัดเจน

ประเด็น

บริษัท เอ จำกัด

บริษัท บี จำกัด

ธุรกิจ

ให้บริการที่ปรึกษา ลูกค้าไม่กี่ราย

ซื้อมาขายไป มีสินค้าในคลัง

การจด VAT

ยังไม่ได้จด

จด VAT

ธุรกรรมต่างประเทศ

ไม่มี

นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

ความพร้อมของบัญชี

ปิดบัญชีรายเดือน กระทบยอดธนาคารครบ

เอกสารบางเดือนหาย ยังไม่ได้กระทบยอดสต็อก

ผลต่อขอบเขตงาน

งานตรวจน้อยกว่า

ต้องสังเกตการณ์ตรวจนับ ตรวจ VAT อัตราแลกเปลี่ยน และติดตามเอกสาร

 

บริษัท บี จึงได้ราคาสูงกว่า ทั้งจากลักษณะธุรกิจที่ควบคุมไม่ได้ และจากความพร้อมของเอกสารที่ควบคุมได้ หากบริษัท บี จัดการเอกสารและกระทบยอดสต็อกให้เรียบร้อยก่อนส่งงาน ขอบเขตงานส่วนที่เกิดจากการติดตามเอกสารจะลดลง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกผู้สอบบัญชีจากราคา

1. เลือกจากราคาต่ำสุดโดยไม่ดูขอบเขตงาน ใบเสนอราคาที่ถูกกว่าอาจไม่รวมงานที่จำเป็น และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มภายหลัง

2. ไม่ตรวจสอบว่าผู้ลงนามเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจริง บริษัทจำกัดต้องใช้ CPA ควรตรวจรายชื่อผ่านระบบของสภาวิชาชีพบัญชี

3. ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) เพราะคิดว่าถูกกว่า TA ใช้ได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก ใช้กับบริษัทจำกัดไม่ได้

4. จ้างสำนักงานเดียวกันทั้งทำบัญชีและสอบบัญชีเพื่อประหยัด ในทางปฏิบัติไม่ควรทำ เพราะเกิดความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชีต้องสอบทานงานของตนเอง ขัดหลักความเป็นอิสระตามจรรยาบรรณวิชาชีพ

5. ติดต่อผู้สอบบัญชีช่วงใกล้เส้นตาย ทำให้ตัวเลือกน้อยและเสี่ยงยื่นงบไม่ทัน ซึ่งการไม่ยื่นงบมีค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท (พ.ร.บ.การบัญชี ม.30) และงบที่ไม่ผ่านผู้สอบบัญชีมีค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (ม.32)


คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

·       มองค่าสอบบัญชีเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนระบบบัญชีทั้งปี การลงทุนกับบัญชีรายเดือนที่เป็นระเบียบมักลดเวลางานตรวจสิ้นปี ปัจจัยของค่าทำบัญชีอ่านได้ใน "ทำบัญชีรายเดือนราคาเท่าไหร่"

·       ขอใบเสนอราคาจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต 2–3 ราย โดยให้ข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบได้จริง

·       ให้ข้อมูลตามจริงตั้งแต่แรก เช่น มีงบค้าง มีสต็อก หรือมีธุรกรรมต่างประเทศ เพื่อลดการปรับราคาภายหลัง

·       ประเมินความคุ้มค่าของการคงบริษัทไว้ หากบริษัทไม่มีแผนดำเนินกิจการ ค่าสอบบัญชีเป็นต้นทุนที่เกิดทุกปี ควรเปรียบเทียบกับทางเลือกการปิดบริษัทอย่างถูกต้อง


สรุป: ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับอะไร

ค่าสอบบัญชีบริษัทขึ้นอยู่กับเวลาและความเสี่ยงของงานตรวจ ได้แก่ ปริมาณรายการ ความพร้อมของบัญชีและเอกสาร ระบบควบคุมภายใน การจด VAT สินค้าคงเหลือ ธุรกรรมต่างประเทศหรือบริษัทในเครือ ความซับซ้อน และกำหนดส่ง ไม่มีราคากลางทางการ วิธีที่เหมาะคือเตรียมบัญชีให้พร้อม ขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตชัดจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหลายราย และติดต่อแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้งบผ่านการตรวจทันวันประชุมผู้ถือหุ้น

ค่าสอบบัญชีบริษัทที่ไม่มีรายได้ถูกกว่าบริษัทที่มีรายได้หรือไม่?

โดยทั่วไปบริษัทที่ไม่มีรายได้มีรายการน้อย ขอบเขตงานจึงมักน้อยกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะยังต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบทุกปี และผู้สอบบัญชียังต้องตรวจยอดคงเหลือ เงินกู้กรรมการ และรายจ่ายต่าง ๆ ราคาจริงขึ้นกับความพร้อมของเอกสารและการประเมินของผู้สอบบัญชีแต่ละราย

ทำไมผู้สอบบัญชีขอดูงบปีก่อนก่อนเสนอราคา?

งบปีก่อนและรายงานผู้สอบบัญชีเดิมช่วยให้ผู้สอบบัญชีเห็นขนาดกิจการ ยอดยกมา และประเด็นที่เคยพบ เพื่อประเมินเวลาและความเสี่ยงได้ใกล้เคียงความจริง หากบริษัทไม่เคยตรวจงบหรือมีงบค้าง ผู้สอบบัญชีมักต้องประเมินงานเพิ่มเติม ซึ่งอาจกระทบทั้งราคาและระยะเวลา

บริษัทที่มีงบค้างหลายปี ค่าสอบบัญชีคิดอย่างไร?

ผู้สอบบัญชีมักประเมินเป็นรายรอบบัญชี เพราะงบแต่ละปีต้องตรวจและออกรายงานแยกกัน ความยากอยู่ที่การรวบรวมเอกสารย้อนหลังและยอดยกมา ควรให้ข้อมูลจำนวนปีที่ค้างและสถานะเอกสารตามจริงตั้งแต่ต้น และวางลำดับการตรวจร่วมกับผู้ทำบัญชีเพื่อยื่นงบให้ครบ

จ่ายค่าสอบบัญชีแบบรายปีหรือแบ่งงวดได้ไหม?

เป็นเรื่องที่ตกลงกันระหว่างบริษัทกับผู้สอบบัญชี กฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบการชำระ ผู้สอบบัญชีบางรายอาจขอมัดจำก่อนเริ่มงานและชำระส่วนที่เหลือเมื่อออกรายงาน ควรระบุเงื่อนไขการชำระเงินไว้ในใบเสนอราคาหรือหนังสือตกลงรับงานให้ชัดเจน

ค่าสอบบัญชีนำมาเป็นรายจ่ายของบริษัทได้หรือไม่?

ค่าสอบบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทและบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงบการเงิน ส่วนการหักเป็นรายจ่ายทางภาษีและการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องพิจารณาตามหลักฐานและเงื่อนไขของประมวลรัษฎากร ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีและต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ควรจ้างผู้สอบบัญชีคนเดิมต่อหรือเปลี่ยนเพื่อให้ได้ราคาดีขึ้น?

ที่ประชุมสามัญเลือกตั้งผู้สอบบัญชีทุกปี และเลือกคนเดิมได้ (ป.พ.พ. ม.1209) ผู้สอบบัญชีคนเดิมเข้าใจธุรกิจและยอดยกมาอยู่แล้ว ส่วนรายใหม่อาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจในปีแรก การเปลี่ยนควรพิจารณาจากความพร้อมด้านเวลา ความเชี่ยวชาญ และขอบเขตงาน ไม่ใช่ราคาเพียงอย่างเดียว


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

ThaiRegisters ช่วยให้บริษัทพร้อมสำหรับการสอบบัญชี เพื่อลดงานซ้ำซ้อนและยื่นงบได้ตรงเวลา

·       ทำบัญชีรายเดือนและปิดงบประจำปีให้พร้อมส่งผู้สอบบัญชี

·       ช่วยรวบรวมข้อมูลขนาดกิจการและสถานะเอกสาร เพื่อใช้ขอใบเสนอราคาจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

·       ประสานงานเอกสารระหว่างบริษัทกับผู้สอบบัญชีตามไทม์ไลน์ประชุมสามัญ

·       ช่วยตามงบที่ค้างย้อนหลังและวางลำดับการยื่นงบ

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ

·       ประเภทธุรกิจและวันสิ้นรอบบัญชี

·       จด VAT หรือไม่ มีสินค้าคงเหลือหรือธุรกรรมต่างประเทศหรือไม่

·       ปริมาณรายการขายและซื้อโดยประมาณต่อเดือน

·       งบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชีปีก่อน (ถ้ามี)

·       จำนวนปีที่ยังไม่ได้ยื่นงบ (ถ้ามี)


bottom of page