วางแผนภาษีบริษัทอย่างถูกกฎหมาย: ใช้สิทธิที่กฎหมายให้ โดยไม่ข้ามเส้นหนีภาษี

การวางแผนภาษีบริษัทอย่างถูกกฎหมาย คือการใช้สิทธิที่กฎหมายให้ไว้โดยตรง เช่น รักษาเงื่อนไขอัตราภาษี SME (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท) ใช้สิทธิหักรายจ่ายเพิ่มตามพระราชกฤษฎีกาที่ยังมีผล ใช้ผลขาดทุนสะสมภายใน 5 ปี และจัดเอกสารให้รายจ่ายหักได้ตามมาตรา 65 ตรี ทุกอย่างต้องเกิดจากธุรกรรมจริง ไม่ใช่การแจ้งเท็จหรือซ่อนรายได้ ซึ่งเป็นการหนีภาษีที่มีโทษอาญา
วางแผนภาษีกับหนีภาษี ต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ "ธุรกรรมจริงและการเปิดเผยข้อมูลตามจริง" การวางแผนภาษีเลือกวิธีทำธุรกิจที่กฎหมายให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ส่วนการหนีภาษีคือการเจตนาแจ้งข้อความเท็จ ฉ้อโกง หรือใช้อุบายเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับ
ประเด็น | วางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย | หนีภาษี |
หลักการ | ใช้สิทธิที่กฎหมายให้ไว้โดยตรง | ปกปิดหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง |
ธุรกรรม | เกิดขึ้นจริง มีเหตุผลทางธุรกิจ | ไม่เกิดขึ้นจริง หรือแจ้งต่างจากที่เกิด |
เอกสาร | ครบ ตรวจสอบได้ ตรงกับบัญชี | ใบกำกับภาษีปลอม รายจ่ายที่ไม่มีผู้รับจริง |
ตัวอย่าง | ใช้อัตรา SME, หักค่าฝึกอบรมเพิ่มตาม พ.ร.ฎ., ใช้ผลขาดทุนสะสม | ไม่บันทึกรายได้, ซื้อใบกำกับภาษี, ลงรายจ่ายส่วนตัวเป็นของบริษัท |
ผลเมื่อถูกตรวจ | อธิบายได้ด้วยตัวบทและเอกสาร | ถูกประเมินภาษี เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และอาจถูกดำเนินคดีอาญา |
ระหว่างสองขั้วนี้มี "พื้นที่สีเทา" คือธุรกรรมที่จัดขึ้นเพื่อผลทางภาษีเป็นหลักโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ บทความนี้ไม่แนะนำให้วางแผนในพื้นที่นั้น และกฎหมายเองมีเครื่องมือรองรับบางส่วน เช่น มาตรา 65 ทวิ (4) ที่ให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาตลาดได้ เมื่อบริษัทโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร
สิทธิทางภาษีที่บริษัทใช้ได้อย่างถูกกฎหมายมีอะไรบ้าง?
มี 5 กลุ่มหลักที่ตรวจสอบได้ ณ วันที่เขียนบทความ ได้แก่ อัตรา SME, การหักรายจ่ายเพิ่มตามพระราชกฤษฎีกาที่ยังมีผล, ผลขาดทุนสะสม, การจัดเอกสารรายจ่ายให้หักได้ และการบริหารกระแสเงินสดภาษี
1. รักษาเงื่อนไขอัตราภาษี SME
บริษัทที่เข้าเงื่อนไข SME เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบขั้นบันได ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 530 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2560
กำไรสุทธิ | อัตรา SME | อัตราทั่วไป |
0–300,000 บาท | ยกเว้น | ร้อยละ 20 |
300,001–3,000,000 บาท | ร้อยละ 15 | ร้อยละ 20 |
เกิน 3,000,000 บาท | ร้อยละ 20 | ร้อยละ 20 |
เงื่อนไขต้องครบทั้ง 2 ข้อ คือ ทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และ รายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการในรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท การวางแผนในจุดนี้จึงหมายถึงการรู้ว่าการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น การเพิ่มทุน จะกระทบสิทธิ SME อย่างไร และตัดสินใจโดยเห็นตัวเลขทั้งสองด้าน
2. ใช้สิทธิหักรายจ่ายเพิ่มที่ยังมีผลบังคับ
พระราชกฤษฎีกาบางฉบับให้บริษัทหักรายจ่ายได้มากกว่าที่จ่ายจริง เมื่อรายจ่ายนั้นเป็นสิ่งที่รัฐต้องการส่งเสริม ตัวอย่างที่ตรวจสอบได้:
สิทธิ | สาระสำคัญ | ข้อควรตรวจสอบ |
ค่าฝึกอบรมพนักงาน | ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เท่ากับร้อยละ 100 ของรายจ่าย (รวมแล้วหักได้ 2 เท่า) เมื่อส่งพนักงานฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมตามที่กระทรวงการคลังประกาศ ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 437 | ตรวจว่าเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงการคลังยังใช้ได้ และผู้จัดอบรมเข้าเกณฑ์ |
จ้างลูกจ้างอายุ 60 ปีขึ้นไป | หักเพิ่มอีกร้อยละ 100 ของค่าจ้าง สำหรับค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน และไม่เกินร้อยละ 10 ของลูกจ้างทั้งหมด ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 639 | ตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากร |
ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt | ครม. อนุมัติเมื่อ 16 มิถุนายน 2569 ให้บริษัทหักรายจ่ายลงทุนและค่าใช้บริการระบบได้ 2 เท่า สำหรับช่วง 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 | อ้างอิงกฎกระทรวงที่ออกในปี 2569 ตรวจเงื่อนไขกับกรมสรรพากรก่อนลงทุน |
ข้อควรระวัง: สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่าหลายรายการที่เคยใช้ในอดีตสิ้นสุดไปแล้ว ก่อนใช้สิทธิใดก็ตาม ให้ตรวจว่าพระราชกฤษฎีกายังมีผลกับรอบบัญชีของบริษัท บทความหรือคำแนะนำที่อ้างสิทธิโดยไม่ระบุช่วงเวลา ควรตรวจซ้ำทุกครั้ง
3. ใช้ผลขาดทุนสะสมให้ทันก่อนหมดอายุ
มาตรา 65 ตรี (12) ให้นำผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบบัญชีปัจจุบัน มาหักในการคำนวณกำไรสุทธิ บริษัทที่เคยขาดทุนควรมีตารางติดตามอายุผลขาดทุนแต่ละปี และยื่น ภ.ง.ด.50 ทุกปีให้ถูกต้องเพื่อเป็นหลักฐาน รายละเอียดในบทความ "บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีไหม"
4. จัดเอกสารให้รายจ่ายหักได้ตามกฎหมาย
ภาษีที่บริษัทจ่ายเกินจำเป็นจำนวนมากไม่ได้มาจากการไม่รู้สิทธิพิเศษ แต่มาจาก "รายจ่ายจริงที่หักไม่ได้เพราะเอกสารไม่พร้อม" มาตรา 65 ตรี กำหนดรายจ่ายต้องห้ามหลายรายการที่เกี่ยวกับเอกสารและวัตถุประสงค์ เช่น
· รายจ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ (65 ตรี (18))
· รายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ (65 ตรี (13))
· รายจ่ายที่ควรเป็นของรอบบัญชีอื่น (65 ตรี (9))
· รายจ่ายส่วนตัวและการให้โดยเสน่หา (65 ตรี (3)) ยกเว้นการกุศลสาธารณะ การศึกษา หรือกีฬาตามเงื่อนไข ซึ่งหักได้ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
· ค่ารับรองส่วนที่ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง (65 ตรี (4))
ด้าน VAT ก็เช่นกัน ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษี ใบกำกับภาษีที่ข้อความไม่ครบในสาระสำคัญ หรือภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ นำมาหักไม่ได้ และภาษีซื้อที่เกี่ยวกับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่งเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (มีข้อยกเว้นสำหรับบางกิจการ) การรู้รายการเหล่านี้ก่อนซื้อช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
5. บริหารกระแสเงินสดภาษีให้ถูกจังหวะ
บางมาตรการไม่ได้ลดภาษีสุทธิ แต่ช่วยเรื่องเงินสด เช่น การจ่ายผ่านระบบ e-Withholding Tax ที่ลดอัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายเหลือร้อยละ 1 (ครม. มีมติขยายถึง 31 ธันวาคม 2570 ควรตรวจสอบประกาศล่าสุด) และการประมาณการ ภ.ง.ด.51 อย่างสมเหตุสมผล เพราะหากประมาณการกำไรขาดเกินร้อยละ 25 ของกำไรจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะมีเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาด
ตัวอย่างการวางแผนภาษีบริษัท SME
ตัวอย่างสมมติ (ตัวเลขใช้เพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น): บริษัท อี จำกัด ทุนชำระแล้ว 4 ล้านบาท รายได้ปีนี้ประมาณ 25 ล้านบาท คาดว่ากำไรสุทธิทางภาษี 2.5 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นกำลังพิจารณาเพิ่มทุนชำระแล้วเป็น 6 ล้านบาทก่อนสิ้นรอบบัญชี เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่
กรณี | การคำนวณ | ภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยประมาณ |
รักษาสิทธิ SME (ทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบไม่เกิน 5 ล้านบาท) | 300,000 แรกยกเว้น + (2,500,000 − 300,000) × 15% | 330,000 บาท |
ทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบเกิน 5 ล้านบาท (ไม่เข้าเงื่อนไข SME) | 2,500,000 × 20% | 500,000 บาท |
ส่วนต่าง |
| 170,000 บาท |
ข้อสังเกตจากตัวอย่าง (คำแนะนำเชิงปฏิบัติ):
1. เงื่อนไขทุนดูที่ "ทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี" ดังนั้นจังหวะเพิ่มทุนมีผลต่อภาษีของรอบนั้นจริง
2. หากธุรกิจต้องใช้เงินทันทีและการเพิ่มทุนคือทางที่เหมาะที่สุด การเสียสิทธิ SME ก็เป็นต้นทุนที่ยอมรับได้ ไม่ควรเลื่อนการตัดสินใจทางธุรกิจที่จำเป็นเพียงเพื่อภาษี
3. หากเลือกระดมเงินทางอื่นแทน เช่น เงินกู้จากกรรมการหรือผู้ถือหุ้น ต้องทำเป็นธุรกรรมจริง มีสัญญาและเงื่อนไขที่สมเหตุสมผล เพราะการให้กู้ที่ไม่มีค่าตอบแทนหรือต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาตลาดได้ตามมาตรา 65 ทวิ (4)
4. รายได้ 25 ล้านบาทใกล้เพดาน 30 ล้านบาท บริษัทควรติดตามรายได้ระหว่างปี เพราะถ้าเกิน สิทธิ SME จะหายไปทั้งรอบ
หมายเหตุ: ตัวอย่างนี้ไม่ได้แนะนำให้แตกบริษัทเพื่อกระจายรายได้ให้ต่ำกว่า 30 ล้านบาท การแยกบริษัทที่ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจจริง ไม่มีพนักงาน สถานที่ หรือการดำเนินงานแยกกัน และใช้ผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) มีความเสี่ยงสูงทั้งทางภาษีและทางกฎหมาย
ปฏิทินวางแผนภาษีบริษัทตลอดปี
การวางแผนภาษีที่ได้ผลเกิดขึ้นระหว่างปี ไม่ใช่ตอนปิดงบ ขั้นตอนด้านล่างเป็นแนวปฏิบัติที่แนะนำ
1. ต้นรอบบัญชี: ทบทวนผลปีก่อน ผลขาดทุนสะสมที่ยังใช้ได้ และสถานะเงื่อนไข SME ของปีนี้
2. ต้นรอบบัญชี: วางแผนรายจ่ายที่มีสิทธิหักเพิ่ม เช่น หลักสูตรอบรมพนักงาน หรือการใช้ระบบ e-Tax Invoice
3. ทุกเดือน: ตรวจเอกสารรายจ่ายและใบกำกับภาษีซื้อให้ครบก่อนบันทึกบัญชี
4. ก่อนครบ 6 เดือน: ประมาณการกำไรทั้งปีอย่างสมเหตุสมผลเพื่อยื่น ภ.ง.ด.51
5. ไตรมาสสุดท้าย: ทบทวนการตัดสินใจที่กระทบเงื่อนไข SME เช่น การเพิ่มทุน และติดตามรายได้สะสม
6. สิ้นรอบบัญชี: ตรวจรายจ่ายค้างจ่ายและรายได้ค้างรับตามเกณฑ์สิทธิ (มาตรา 65) ให้ลงรอบที่ถูกต้อง
7. ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบ: ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน (ออนไลน์ 158 วัน)
เช็กลิสต์วางแผนภาษีบริษัทอย่างถูกกฎหมาย
☐ ทุกรายการลดภาษีมีธุรกรรมจริงและเหตุผลทางธุรกิจรองรับ
☐ ตรวจเงื่อนไข SME ทั้งทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบ และรายได้ทั้งรอบ
☐ ตรวจว่าสิทธิหักรายจ่ายเพิ่มที่จะใช้ยังมีผลในรอบบัญชีนี้
☐ ทำตารางผลขาดทุนสะสมพร้อมปีที่หมดสิทธิใช้
☐ รายจ่ายทุกรายการมีหลักฐานผู้รับเงินและเกี่ยวกับกิจการ
☐ ธุรกรรมกับกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือบริษัทในเครือ ใช้ราคาและเงื่อนไขที่สมเหตุสมผล
☐ ใบกำกับภาษีซื้อครบถ้วนและไม่ใช่ภาษีซื้อต้องห้าม
☐ ประมาณการ ภ.ง.ด.51 อย่างมีเหตุผลและเก็บเอกสารประกอบการประมาณการ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการวางแผนภาษีบริษัท
· ใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่าที่หมดอายุแล้ว เพราะอ่านจากบทความเก่า
· ลงรายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของเป็นรายจ่ายบริษัท ซึ่งเป็นรายจ่ายต้องห้ามและเพิ่มความเสี่ยงเมื่อถูกตรวจ
· เพิ่มทุนก่อนสิ้นรอบโดยไม่รู้ว่ากระทบสิทธิ SME
· ซื้อหรือรับใบกำกับภาษีจากผู้ที่ไม่ได้ขายสินค้าจริง ซึ่งเป็นการหนีภาษี ไม่ใช่การวางแผน
· ตั้งราคาซื้อขายกับบริษัทในเครือหรือกรรมการต่ำกว่าตลาด โดยไม่มีเหตุผล
· ประมาณการ ภ.ง.ด.51 ต่ำเกินไปเพื่อเลื่อนการจ่ายภาษี จนเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20
· เน้นลดภาษีจนลืมเป้าหมายธุรกิจ เช่น ซื้อของที่ไม่จำเป็นเพื่อให้กำไรลด ซึ่งเสียเงินสดมากกว่าภาษีที่ประหยัดได้
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
1. ตั้งคำถามว่า "ถ้าไม่มีภาษี เรายังทำธุรกรรมนี้ไหม" ถ้าคำตอบคือไม่ ให้ทบทวนอีกครั้ง การวางแผนภาษีที่ยั่งยืนเกิดจากธุรกรรมที่มีเหตุผลทางธุรกิจอยู่แล้ว
2. เริ่มจากพื้นฐานก่อนสิทธิพิเศษ การจัดเอกสารให้รายจ่ายจริงหักได้ครบ มักให้ผลมากกว่าการไล่หาสิทธิประโยชน์ใหม่
3. ตรวจวันหมดอายุของทุกสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะมาตรการที่ออกตามมติ ครม. ซึ่งต้องรอกฎหมายลำดับรองและอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม
4. บันทึกเหตุผลของการตัดสินใจไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น รายงานการประชุมเรื่องการเพิ่มทุนหรือการกู้ยืม เอกสารเหล่านี้ช่วยได้มากเมื่อถูกตรวจสอบ
5. วางแผนร่วมกับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่หลังปิดงบ เพราะเมื่อปิดงบแล้ว ทางเลือกที่ถูกกฎหมายเหลือน้อยมาก
สรุป: วางแผนภาษีบริษัทอย่างถูกกฎหมายควรเริ่มอย่างไร
การวางแผนภาษีบริษัทอย่างถูกกฎหมายเริ่มจากการใช้สิทธิที่กฎหมายให้โดยตรง ได้แก่ อัตรา SME ที่ต้องรักษาเงื่อนไขทุนชำระแล้วและรายได้ สิทธิหักรายจ่ายเพิ่มที่ยังมีผล ผลขาดทุนสะสมภายใน 5 ปี และเอกสารรายจ่ายที่ครบตามมาตรา 65 ตรี ทั้งหมดต้องตั้งอยู่บนธุรกรรมจริง เพราะการแจ้งเท็จหรือปกปิดรายได้เป็นการหนีภาษีที่มีโทษจำคุก ดูภาพรวมภาษีของบริษัทได้ในบทความหลัก "บริษัทเปิดใหม่ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง"
แตกบริษัทเป็นหลายบริษัทเพื่อใช้อัตรา SME ได้ไหม?
กฎหมายไม่ได้ห้ามการมีหลายบริษัท แต่แต่ละบริษัทควรมีเหตุผลทางธุรกิจ การดำเนินงาน และรายได้ของตัวเองจริง หากแยกบริษัทเพียงเพื่อกระจายรายได้ให้ต่ำกว่าเกณฑ์ โดยไม่มีการดำเนินงานแยกกันจริง หรือใช้ผู้ถือหุ้นแทน จะมีความเสี่ยงถูกตรวจสอบและประเมินภาษี ธุรกรรมระหว่างกันที่ราคาต่ำกว่าตลาดยังถูกประเมินตามมาตรา 65 ทวิ (4) ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนปรับโครงสร้าง
ซื้อรถยนต์ในนามบริษัทช่วยลดภาษีได้ไหม?
ช่วยได้บางส่วนหากใช้เพื่อกิจการจริง เพราะค่าเสื่อมราคาเป็นรายจ่ายตามหลักเกณฑ์ในพระราชกฤษฎีกา แต่ภาษีซื้อจากการซื้อ เช่า หรือเช่าซื้อรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง เป็นภาษีซื้อต้องห้าม (ยกเว้นบางกิจการ เช่น ขายรถหรือให้เช่ารถ) และการใช้รถเพื่อส่วนตัวเป็นรายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อกิจการ อัตราและเพดานค่าเสื่อมราคาต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร
บริจาคเงินช่วยลดภาษีบริษัทได้แค่ไหน?
มาตรา 65 ตรี (3) ให้หักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ การศึกษา หรือการกีฬาตามเงื่อนไขได้ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และเงินบริจาคให้พรรคการเมืองหักได้ไม่เกิน 50,000 บาท การบริจาคจึงควรทำเพราะต้องการสนับสนุนจริง และต้องเก็บหลักฐานการรับเงินจากผู้รับบริจาคที่เข้าเงื่อนไข สิทธิหักบริจาค 2 เท่าบางโครงการในอดีตสิ้นสุดแล้ว ควรตรวจสอบก่อนอ้าง
จ่ายเงินเดือนให้ญาติที่ไม่ได้ทำงานจริง หักเป็นรายจ่ายได้ไหม?
ไม่ควรทำ รายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) และหากบันทึกค่าจ้างให้ผู้ที่ไม่ได้ทำงานจริงเพื่อลดภาษี อาจเข้าข่ายแจ้งข้อความเท็จ ซึ่งมาตรา 37 มีโทษจำคุก 3 เดือนถึง 7 ปีและปรับ การจ้างญาติทำได้หากทำงานจริง ค่าจ้างสมเหตุสมผล และหักภาษี ณ ที่จ่ายถูกต้อง
ถ้าเคยลงรายจ่ายผิดในปีก่อน ควรทำอย่างไร?
ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจขอบเขตของรายการที่ผิดก่อน แล้วพิจารณายื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง การแก้ไขเองก่อนถูกตรวจพบมักดีกว่าการรอ เพราะภาษีที่ชำระขาดมีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนที่สะสมไปเรื่อย ๆ และไม่มีบทกฎหมายให้งดหรือลด อัตราเบี้ยปรับและขั้นตอนต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร (1161)
ใช้ระบบ e-Tax Invoice แล้วได้สิทธิภาษีอย่างไร?
ครม. อนุมัติเมื่อ 16 มิถุนายน 2569 ให้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายลงทุนและค่าใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ได้ 2 เท่า สำหรับช่วง 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 โดยมีกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ออกในปี 2569 ระบบนี้ต้องได้รับอนุมัติตามประกาศอธิบดี ควรตรวจเงื่อนไขกับกรมสรรพากรก่อนลงทุน
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
การวางแผนภาษีที่ดีต้องเริ่มจากข้อมูลจริงของบริษัทและตัวบทที่ยังมีผล ThaiRegisters ช่วยดูแลได้ ดังนี้
· ทบทวนสถานะเงื่อนไข SME และผลกระทบของการเพิ่มทุนหรือการเติบโตของรายได้
· ตรวจรายจ่ายและเอกสารให้หักได้ตามมาตรา 65 ตรี และตรวจภาษีซื้อต้องห้าม
· ตรวจสอบสิทธิหักรายจ่ายเพิ่มที่ยังมีผลกับรอบบัญชีของบริษัท
· ติดตามผลขาดทุนสะสมและประมาณการ ภ.ง.ด.51
· วางปฏิทินภาษีทั้งปีร่วมกับงานบัญชีรายเดือน
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ
· งบการเงินและ ภ.ง.ด.50 ปีล่าสุด
· ทุนชำระแล้วปัจจุบันและแผนเพิ่มทุน (ถ้ามี)
· รายได้และกำไรที่คาดการณ์ในปีนี้
· แผนลงทุนหรือรายจ่ายสำคัญ เช่น เครื่องจักร ระบบ หรือการอบรมพนักงาน




