top of page

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบต้องมีอะไรบ้าง? รายการตามมาตรา 86/4 ความต่างจากแบบย่อ และ e-Tax Invoice

Writer: Thairegisters
Thairegisters
3 hours ago
3 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง


ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบต้องมีอะไรบ้าง? ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องมีอย่างน้อย 8 รายการ ได้แก่ (1) คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่เห็นได้เด่นชัด (2) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก (3) ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ (4) หมายเลขลำดับใบกำกับภาษีและเล่มที่ (ถ้ามี) (5) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าสินค้าหรือบริการ (6) จำนวนภาษีที่แยกจากมูลค่าชัดแจ้ง (7) วันที่ออก (8) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด ใบที่ข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในสาระสำคัญ ผู้ซื้อนำภาษีซื้อไปหักไม่ได้


ใบกำกับภาษีคืออะไร ใครมีหน้าที่ออก?

ใบกำกับภาษีคือเอกสารหลักฐานที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ออกให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ เพื่อแสดงมูลค่าสินค้าหรือบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บ สำหรับผู้ขาย ใบนี้คือหลักฐาน "ภาษีขาย" สำหรับผู้ซื้อที่จด VAT ใบนี้คือหลักฐาน "ภาษีซื้อ" ที่นำไปหักในการคำนวณภาษีรายเดือนได้

ผู้ที่ออกใบกำกับภาษีได้คือผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ประเด็นที่ควรรู้คือ

·       ผู้ที่ไม่ได้จด VAT ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ ใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก ผู้ซื้อนำภาษีซื้อไปหักไม่ได้ตามมาตรา 82/5

·       ผู้ประกอบการที่เสียภาษีจากยอดขายตามมาตรา 80/2 (กรณีตามมาตรา 82/16) ห้ามออกใบกำกับภาษี

·       อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้ปัจจุบันคือร้อยละ 7 (ร้อยละ 6.3 บวกภาษีท้องถิ่น) ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569 ซึ่งใช้ถึง 30 กันยายน 2570

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบต้องมีอะไรบ้างตามมาตรา 86/4?

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบต้องมีอย่างน้อย 8 รายการตามมาตรา 86/4 ตารางด้านล่างสรุปแต่ละรายการพร้อมจุดที่ควรตรวจในทางปฏิบัติ

ลำดับ

รายการที่กฎหมายกำหนด (ม.86/4)

จุดที่ควรตรวจในทางปฏิบัติ

(1)

คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

ใช้คำนี้ตรงตัวและเห็นชัด หากเป็นเอกสารหลายหน้าที่ในเอกสารเดียว เช่น "ใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษี" ต้องมีคำว่าใบกำกับภาษีชัดเจน

(2)

ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออก

ตรงกับข้อมูลที่จดทะเบียน VAT ของผู้ขาย

(3)

ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

สะกดชื่อนิติบุคคลให้ตรงกับหนังสือรับรอง ที่อยู่ครบถ้วน

(4)

หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)

เลขที่เรียงต่อเนื่อง ไม่ซ้ำ

(5)

ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ

ระบุรายละเอียดพอให้รู้ว่าซื้ออะไร ไม่ใช่เขียนเพียง "ค่าสินค้า"

(6)

จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่า โดยแยกออกจากมูลค่าให้ชัดแจ้ง

แสดงมูลค่าก่อนภาษี ภาษี และยอดรวมแยกกัน

(7)

วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

ตรงกับช่วงเวลาที่เกิดความรับผิดทางภาษี

(8)

ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

ตรวจประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับล่าสุด

 

เรื่องรายการตาม (8): ในทางปฏิบัติ ใบกำกับภาษีทั่วไปมักแสดงข้อมูลเพิ่มเติม เช่น เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ และระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่หรือสาขา ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อความที่อธิบดีกำหนด รายละเอียดและเงื่อนไขที่บังคับใช้ ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร (1161)

ตัวอย่างการแสดงยอดบนใบกำกับภาษี

บริษัท เอ จำกัด (ตัวอย่างสมมติ) ให้บริการออกแบบเว็บไซต์แก่ลูกค้า มูลค่าบริการ 100,000 บาท ใบกำกับภาษีควรแสดงยอดแยกดังนี้

รายการ

จำนวนเงิน (บาท)

ค่าบริการออกแบบเว็บไซต์ (ระบุขอบเขตงาน)

100,000.00

ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7

7,000.00

รวมทั้งสิ้น

107,000.00

 

การแสดงยอดแยกเช่นนี้เป็นไปตามรายการที่ (6) ส่วนการหักภาษี ณ ที่จ่ายของลูกค้า (ถ้ามี) เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และไม่ได้ทำให้มูลค่าบนใบกำกับภาษีเปลี่ยนแปลง


ใบกำกับภาษีเต็มรูปกับใบกำกับภาษีอย่างย่อต่างกันอย่างไร?

ใบกำกับภาษีอย่างย่อใช้ได้เฉพาะกิจการขายปลีกตามที่อธิบดีกำหนด ตามมาตรา 86/6 และมีรายการน้อยกว่าแบบเต็มรูป ที่สำคัญที่สุดคือ ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ ผู้ซื้อนำไปหักไม่ได้ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ข้อ 2

ประเด็น

ใบกำกับภาษีเต็มรูป (ม.86/4)

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ม.86/6)

ใครออกได้

ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ทั่วไป

เฉพาะกิจการขายปลีกตามที่อธิบดีกำหนด

ข้อมูลผู้ซื้อ

ต้องมีชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อ

ไม่ต้องมี

ชื่อผู้ออก

ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

ชื่อหรือชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

การแสดงภาษี

แยกจำนวนภาษีออกจากมูลค่าชัดแจ้ง

แสดงราคาที่ระบุชัดว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

หักภาษีซื้อได้หรือไม่

ได้ (หากถูกต้องครบถ้วน)

ไม่ได้

 

รายการขั้นต่ำของใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 ได้แก่ คำว่า "ใบกำกับภาษี" ชื่อหรือชื่อย่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก เลขลำดับและเล่มที่ (ถ้ามี) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่า ราคาที่ระบุชัดว่ารวมภาษีแล้ว วันที่ออก และข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

ถ้าซื้อของหน้าร้านแล้วอยากหักภาษีซื้อ ต้องทำอย่างไร?

ในทางปฏิบัติ ผู้ซื้อที่จด VAT ควรขอใบกำกับภาษีเต็มรูปจากผู้ขาย โดยแจ้งชื่อและที่อยู่ของบริษัท (และข้อมูลอื่นตามที่ผู้ขายต้องใช้) ขณะซื้อ เพราะใบกำกับภาษีอย่างย่อหรือใบเสร็จทั่วไปไม่สามารถใช้หักภาษีซื้อได้

e-Tax Invoice คืออะไร ใช้แทนใบกำกับภาษีกระดาษได้ไหม?

ใช้ได้ e-Tax Invoice & e-Receipt คือใบกำกับภาษีและใบรับที่จัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และลงลายมือชื่อดิจิทัล ครอบคลุมใบกำกับภาษีเต็มรูป ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และใบรับ ระบบนี้อาศัยมาตรา 86/4, 86/6, 86/9, 86/10 และ 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ร่วมกับพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และกฎกระทรวงฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565)

เงื่อนไขหลักของ e-Tax Invoice & e-Receipt

1. ผู้ประกอบการต้องได้รับอนุมัติหรืออยู่ในรายชื่อตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

2. ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ยังต้องมีรายการครบตามมาตรา 86/4 (หรือ 86/6 สำหรับแบบย่อ)

3. ต้องลงลายมือชื่อดิจิทัล

4. ต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปในรูปแบบ XML ผ่านช่องทางอัปโหลด Host-to-Host หรือผู้ให้บริการ (Service Provider)

สิทธิประโยชน์ทางภาษีปี 2569–2570

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 16 มิถุนายน 2569 อนุมัติให้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายลงทุนและค่าใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ได้ 2 เท่า สำหรับช่วง 1 มกราคม 2569 – 31 ธันวาคม 2570 โดยมีกฎกระทรวงที่ออกในปี 2569 ว่าด้วยมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เงื่อนไขการใช้สิทธิ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนวางแผนลงทุน

สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก มีบริการลักษณะ "e-Tax Invoice by Email" ด้วย แต่เกณฑ์รายได้และเงื่อนไขของบริการนี้ ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร


ใบกำกับภาษีเกี่ยวข้องกับการยื่น ภ.พ.30 อย่างไร?

ใบกำกับภาษีคือข้อมูลต้นทางของแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน ใบที่บริษัทออกให้ลูกค้าจะรวมเป็น "ภาษีขาย" ส่วนใบที่ได้รับจากผู้ขายจะรวมเป็น "ภาษีซื้อ" ภาษีที่ต้องชำระคือภาษีขายลบภาษีซื้อตามมาตรา 82/3 หากภาษีซื้อมากกว่า ผู้ประกอบการขอคืนหรือนำไปเครดิตได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

ประเด็นที่เกี่ยวกับใบกำกับภาษีโดยตรงมีดังนี้

·       ภ.พ.30 ต้องยื่นทุกเดือนภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23 สำหรับแบบที่ครบกำหนดภายใน 31 ม.ค. 2570) ไม่ว่าจะมีการขายในเดือนนั้นหรือไม่ก็ตาม ตามมาตรา 83

·       ภาษีซื้อที่ยังไม่ได้ใช้ในเดือนที่ได้รับใบกำกับภาษีเพราะมีเหตุจำเป็น นำไปใช้ในเดือนถัดไปได้ไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันที่ออกใบกำกับภาษี ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

·       ใบกำกับภาษีที่มีข้อบกพร่องตามมาตรา 82/5 หรือประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 42 ต้องคัดออก ไม่นำมารวมเป็นภาษีซื้อ

ขั้นตอนเตรียมออกใบกำกับภาษีสำหรับผู้ที่เพิ่งจด VAT

ขั้นตอนนี้เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติ

1. ตรวจข้อมูลในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) เช่น ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้ตรงกับที่จะพิมพ์บนใบกำกับภาษี

2. ออกแบบแบบฟอร์มให้มีรายการครบทั้ง 8 ข้อตามมาตรา 86/4 และวางระบบเลขที่ให้เรียงต่อเนื่อง

3. เลือกช่องทางออกเอกสาร ระหว่างโปรแกรมบัญชีที่พิมพ์เอกสาร หรือระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt

4. ทดสอบออกใบกำกับภาษีตัวอย่าง แล้วให้ผู้ทำบัญชีตรวจก่อนใช้จริง

5. กำหนดขั้นตอนยกเลิกและออกใบใหม่เมื่อพบข้อผิดพลาด แทนการแก้ไขบนใบเดิม

6. เก็บสำเนาใบกำกับภาษีขายและจัดทำรายงานภาษีขายทุกเดือน

ผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้จด VAT ควรรู้อะไร?

ผู้ที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ได้รับยกเว้นไม่ต้องจด VAT และจึงออกใบกำกับภาษีไม่ได้ เมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต้องยื่นคำขอจดทะเบียน (ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน ตามมาตรา 85/1 ส่วนผู้มีรายรับไม่ถึงเกณฑ์ที่ลูกค้าต้องการใบกำกับภาษี สามารถพิจารณาจดทะเบียนโดยสมัครใจตามมาตรา 81/3 ได้ แต่เมื่อจดแล้วจะเลิกได้ต่อเมื่ออธิบดีสั่งถอนทะเบียน จึงควรพิจารณาให้รอบคอบ รายละเอียดอ่านได้ในบทความจด VAT เมื่อรายได้ถึงเท่าไหร่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่ทำให้ใบกำกับภาษีมีปัญหา

ใบกำกับภาษีที่ข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในสาระสำคัญ ผู้ซื้อนำภาษีซื้อไปหักไม่ได้ตามมาตรา 82/5(2) และประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ยังกำหนดกรณีเฉพาะเพิ่มเติม ข้อผิดพลาดที่ควรระวังมีดังนี้

1. ไม่ได้พิมพ์หรือไม่ได้จัดทำด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ ประกาศฉบับที่ 42 กำหนดให้ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่รายการตามมาตรา 86/4(1) ไม่ได้พิมพ์หรือไม่ได้จัดทำด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับเป็นภาษีซื้อต้องห้าม

2. ใช้สำเนาใบกำกับภาษี ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่เป็นสำเนาเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (มีข้อยกเว้นตามประกาศ)

3. แก้ไขรายการด้วยการขีดฆ่าหรือเขียนทับ ใบกำกับภาษีที่รายการตามมาตรา 86/4 ถูกแก้ไขเป็นกรณีต้องห้าม (มีข้อยกเว้นตามประกาศ) ควรยกเลิกและออกใบใหม่

4. ชื่อหรือที่อยู่ผู้ซื้อไม่ตรง เช่น ออกในชื่อกรรมการแทนชื่อบริษัท หรือใช้ชื่อย่อที่ไม่ใช่ชื่อจดทะเบียน

5. ไม่แยกจำนวนภาษีออกจากมูลค่า หรือคำนวณภาษีผิดอัตรา

6. รายละเอียดสินค้าหรือบริการกว้างเกินไป จนไม่สามารถระบุได้ว่าซื้ออะไร

7. รับใบกำกับภาษีจากผู้ที่ไม่ได้จด VAT ใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก นำภาษีซื้อไปหักไม่ได้

เช็กลิสต์ตรวจใบกำกับภาษีเต็มรูปก่อนบันทึกภาษีซื้อ

☐ มีคำว่า "ใบกำกับภาษี" เห็นชัด

☐ ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายครบ และผู้ขายจด VAT จริง

☐ ชื่อและที่อยู่ของบริษัทเราถูกต้องตามที่จดทะเบียน

☐ มีเลขที่ใบกำกับภาษี (และเล่มที่ ถ้ามี)

☐ รายละเอียดสินค้า/บริการ ปริมาณ และมูลค่าชัดเจน

☐ ภาษีมูลค่าเพิ่มแยกจากมูลค่า และคำนวณถูกต้อง

☐ มีวันที่ออก

☐ ตรวจรายการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด เช่น ข้อมูลสาขาและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ ตามแนวปฏิบัติล่าสุด

☐ เป็นต้นฉบับ ไม่ใช่สำเนา และไม่มีการแก้ไขด้วยลายมือ

☐ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ และไม่อยู่ในกลุ่มภาษีซื้อต้องห้าม


คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนนี้เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย

·       สำหรับผู้ขาย ออกแบบฟอร์มใบกำกับภาษีจากระบบบัญชีหรือระบบออกเอกสารที่ล็อกรายการบังคับไว้ จะลดความผิดพลาดจากการพิมพ์เองทีละใบ และหากเลือกใช้ e-Tax Invoice อาจได้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่าในช่วงที่มาตรการมีผล

·       สำหรับผู้ซื้อ ส่งข้อมูลบริษัทที่ถูกต้อง (ชื่อเต็ม ที่อยู่ และข้อมูลอื่นที่จำเป็น) ให้ผู้ขายตั้งแต่ขั้นสั่งซื้อ และตรวจใบกำกับภาษีทันทีที่ได้รับ เพราะการขอแก้ไขภายหลังมักทำได้ยากเมื่อเวลาผ่านไป

·       ตั้งจุดตรวจรายเดือน ก่อนยื่น ภ.พ.30 ให้ฝ่ายบัญชีคัดใบกำกับภาษีที่มีปัญหาออก ไม่นำมาหักภาษีซื้อ แล้วติดตามผู้ขายให้ออกใบใหม่


สรุป

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบต้องมีอะไรบ้าง? คำตอบคือรายการอย่างน้อย 8 ข้อตามมาตรา 86/4 ตั้งแต่คำว่า "ใบกำกับภาษี" ข้อมูลผู้ออกและผู้ซื้อ เลขที่ รายละเอียดสินค้าหรือบริการ จำนวนภาษีที่แยกจากมูลค่า วันที่ออก ไปจนถึงข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีอย่างย่อใช้หักภาษีซื้อไม่ได้ ส่วน e-Tax Invoice ใช้แทนกระดาษได้เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร การตรวจใบกำกับภาษีทุกใบก่อนบันทึกภาษีซื้อคือวิธีป้องกันไม่ให้บริษัทเสียสิทธิหักภาษีซื้อในภายหลัง

ใบกำกับภาษีเขียนด้วยลายมือใช้ได้ไหม?

ต้องระวัง ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 กำหนดว่าภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่รายการตามมาตรา 86/4(1) ไม่ได้พิมพ์หรือไม่ได้จัดทำด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ เป็นภาษีซื้อต้องห้าม ในทางปฏิบัติจึงควรใช้แบบฟอร์มที่พิมพ์หรือออกจากระบบคอมพิวเตอร์ และตรวจเงื่อนไขละเอียดของประกาศกับกรมสรรพากรหากยังใช้แบบเขียนมือ

ใบกำกับภาษีหายต้องทำอย่างไร?

การใช้สำเนาใบกำกับภาษีเป็นกรณีภาษีซื้อต้องห้ามตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 42 แต่ประกาศมีข้อยกเว้นบางกรณี เมื่อต้นฉบับสูญหาย ควรติดต่อผู้ขายโดยเร็วเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กรมสรรพากรกำหนด และสอบถามรายละเอียดกับกรมสรรพากร (1161) ก่อนนำภาษีซื้อไปหัก

ใบแจ้งหนี้กับใบกำกับภาษีใช้ใบเดียวกันได้ไหม?

ได้ในทางปฏิบัติ หลายกิจการออกเอกสารชุดเดียวที่ใช้ชื่อร่วม เช่น "ใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษี" หรือ "ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี" สิ่งสำคัญคือเอกสารต้องมีคำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่เห็นได้เด่นชัด และมีรายการครบทุกข้อตามมาตรา 86/4 จึงจะใช้เป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปได้

ร้านค้าที่ไม่ได้จด VAT ออกใบกำกับภาษีได้ไหม?

ไม่ได้ ผู้ที่ออกใบกำกับภาษีได้คือผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ผู้ซื้อจะนำภาษีซื้อไปหักไม่ได้ตามมาตรา 82/5 ผู้ซื้อจึงควรตรวจสถานะการจด VAT ของผู้ขาย โดยเฉพาะผู้ขายรายใหม่

e-Tax Invoice ต้องพิมพ์ออกมาเก็บไหม?

e-Tax Invoice & e-Receipt เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ลงลายมือชื่อดิจิทัล และผู้ออกต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หลักการคือใช้และจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ รายละเอียดการจัดเก็บและระยะเวลาเก็บรักษาเอกสาร ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร

ใบกำกับภาษีผิดเล็กน้อย เช่น พิมพ์ที่อยู่ผิดหนึ่งคำ ยังใช้ได้ไหม?

มาตรา 82/5(2) ห้ามหักภาษีซื้อเฉพาะกรณีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ "ในสาระสำคัญ" ความผิดพลาดใดเป็นสาระสำคัญต้องพิจารณาเป็นรายกรณี แนวทางที่ปลอดภัยคือขอให้ผู้ขายยกเลิกและออกใบใหม่ แทนการแก้ไขบนใบเดิม เพราะการแก้ไขรายการตามมาตรา 86/4 เป็นกรณีต้องห้ามตามประกาศฉบับที่ 42


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

ThaiRegisters ช่วยผู้ประกอบการที่จด VAT จัดการใบกำกับภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง โดยทีมงานสามารถ

·       ตรวจแบบฟอร์มใบกำกับภาษีของบริษัทว่ามีรายการครบตามมาตรา 86/4

·       ตรวจใบกำกับภาษีซื้อรายเดือน และคัดแยกใบที่มีปัญหาก่อนยื่น ภ.พ.30

·       จัดทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

·       ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการเตรียมระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ

·       ตัวอย่างใบกำกับภาษีที่บริษัทออกในปัจจุบัน

·       ตัวอย่างใบกำกับภาษีซื้อที่มีข้อสงสัย

·       ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และข้อมูลสาขา (ถ้ามี)

·       ระบบบัญชีหรือโปรแกรมออกเอกสารที่ใช้อยู่


bottom of page