บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีไหม? ภาษีที่ยังต้องยื่น และการใช้ผลขาดทุนสะสม 5 ปี

บริษัทขาดทุนไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะภาษีนี้คำนวณจากกำไรสุทธิ แต่บริษัทยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี โดยหลักยังต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ไม่มียอดหากจด VAT และต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินได้ตามปกติ ผลขาดทุนสุทธิทางภาษีนำไปหักกับกำไรในอนาคตได้ไม่เกิน 5 ปี
บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไหม?
ไม่ต้องชำระ หากบริษัทขาดทุนสุทธิ "ทางภาษี" เพราะภาษีเงินได้นิติบุคคลคิดจากกำไรสุทธิ อัตราทั่วไปคือร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ ส่วน SME ที่เข้าเงื่อนไขใช้อัตราขั้นบันได เมื่อกำไรสุทธิเป็นศูนย์หรือติดลบ ภาษีที่ต้องชำระจึงเป็นศูนย์
ประเภทบริษัท | กำไรสุทธิทางภาษี | อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล |
บริษัททั่วไป | ทุกจำนวน | ร้อยละ 20 |
SME (ทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้า/ให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท) | 0–300,000 บาท | ยกเว้น |
SME | 300,001–3,000,000 บาท | ร้อยละ 15 |
SME | เกิน 3,000,000 บาท | ร้อยละ 20 |
ทุกประเภท | ขาดทุนสุทธิทางภาษี | ไม่มีภาษีต้องชำระ |
อัตรา SME เป็นไปตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 530 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ใช้สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 และต้องเข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อพร้อมกัน
ขาดทุนในงบการเงิน ไม่ได้แปลว่าขาดทุนทางภาษีเสมอไป
นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุดของบทความนี้ กำไรขาดทุนในงบการเงินคำนวณตามมาตรฐานการบัญชี แต่กำไรสุทธิทางภาษีต้องปรับปรุงตามประมวลรัษฎากร โดยเฉพาะ รายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี ซึ่งต้องบวกกลับเข้าไป ตัวอย่างรายจ่ายต้องห้ามที่พบบ่อย ได้แก่
· รายจ่ายส่วนตัว การให้โดยเสน่หา และการกุศล (ยกเว้นการกุศลสาธารณะ การศึกษา หรือกีฬาตามเงื่อนไข ซึ่งหักได้ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ)
· ค่ารับรองส่วนที่ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง
· เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ค่าปรับทางอาญา และภาษีเงินได้นิติบุคคลเอง
· รายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ
· รายจ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ
· รายจ่ายที่ควรเป็นของรอบบัญชีอื่น และรายจ่ายลงทุน
ดังนั้นบริษัทที่ขาดทุนในงบเพียงเล็กน้อย แต่มีรายจ่ายต้องห้ามจำนวนมาก อาจมีกำไรสุทธิทางภาษีและต้องเสียภาษีได้ อ่านวิธีคำนวณแบบเต็มได้ในบทความ "ภาษีเงินได้นิติบุคคลคำนวณอย่างไร"
บริษัทขาดทุนยังต้องยื่นแบบภาษีอะไรบ้าง?
ยังต้องยื่นเกือบทุกแบบที่บริษัทมีหน้าที่อยู่เดิม การขาดทุนเปลี่ยนเฉพาะ "จำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องจ่าย" แต่ไม่ได้ยกเลิกหน้าที่ยื่นแบบ
ภาษี / แบบ | บริษัทขาดทุนต้องทำไหม | กำหนดเวลา | หมายเหตุ |
ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน | ต้องยื่น แม้ไม่มีรายได้ | ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี (ยื่นออนไลน์ 158 วัน) | ต้องยื่นทุกปีจนกว่าจะจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีเสร็จ |
ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี) | โดยหลักยังต้องยื่น แม้ประมาณการว่าขาดทุน | ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรก (ออนไลน์ +8 วัน) | ไม่ต้องยื่นในรอบบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายที่น้อยกว่า 12 เดือน |
ภ.พ.30 (ถ้าจด VAT) | ต้องยื่นทุกเดือน แม้ไม่มียอดขาย | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ วันที่ 23) | ไม่ขึ้นกับกำไรขาดทุน |
ภ.ง.ด.1 / 3 / 53 | ต้องยื่นเมื่อมีการจ่ายเงินได้ที่ต้องหักภาษี | กระดาษวันที่ 7 / ออนไลน์วันที่ 15 ของเดือนถัดไป | ขาดทุนไม่ได้ยกเว้นหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย |
ส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | ต้องส่ง | ตามกำหนดของ DBD | ไม่ส่งงบมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 |
ข้อควรระวัง: กำหนดเวลาออนไลน์ที่ขยาย 8 วันเป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ 7) ซึ่งครอบคลุมแบบที่ครบกำหนดยื่นถึง 31 มกราคม 2570 ควรตรวจสอบการต่ออายุมาตรการก่อนวันดังกล่าว
ภ.ง.ด.50 ต้องยื่นแม้ไม่มีรายได้เลย
คำถามที่พบบ่อยของกรมสรรพากรระบุชัดว่า บริษัทยังต้องจัดทำงบการเงินและยื่น ภ.ง.ด.50 แม้ไม่มีรายได้ และต้องยื่นต่อเนื่องจนกว่าจะจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีเสร็จ แม้รอบบัญชีแรกจะไม่ถึง 12 เดือนก็ต้องยื่น การยื่น ภ.ง.ด.50 ในปีขาดทุนยังมีประโยชน์โดยตรง เพราะเป็นหลักฐานผลขาดทุนสุทธิที่บริษัทจะนำไปใช้ในปีต่อ ๆ ไป
ภ.ง.ด.51 ปีที่คาดว่าจะขาดทุน
ผู้มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 คือบริษัทที่ต้องจัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ บริษัทที่คาดว่าจะขาดทุนจึงโดยหลักยังต้องยื่น โดยมีภาษีที่ต้องชำระเป็นศูนย์ ข้อดีคือกฎหมายกำหนดว่า หากประมาณการว่ามีกำไรแต่ปลายปีขาดทุนจริง ไม่ถูกเงินเพิ่ม ในทางกลับกัน หากประมาณการกำไรขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะถูกเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาด และการไม่ยื่น ภ.ง.ด.51 ก็ถูกเงินเพิ่มร้อยละ 20 เช่นกัน รายละเอียดดูในบทความ "ภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ใครต้องยื่น"
ขาดทุนแล้วยังต้องยื่น VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายไหม?
ต้องยื่น เพราะ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ได้คำนวณจากกำไร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม: ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนตามมาตรา 83 "ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม" บริษัทขาดทุนที่ยังขายของอยู่จึงยังต้องเรียกเก็บ VAT จากลูกค้าและนำส่ง ส่วนเดือนที่ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ขอคืนหรือเครดิตได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อัตราที่ใช้ปัจจุบันคือร้อยละ 7 (ร้อยละ 6.3 รวมภาษีท้องถิ่น) ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807 ซึ่งใช้ถึง 30 กันยายน 2570
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: เมื่อบริษัทจ่ายเงินเดือน ค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าจ้างทำของที่ต้องหักภาษี บริษัทยังมีหน้าที่หัก นำส่ง และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ หากไม่หักหรือไม่นำส่ง ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมกับผู้รับ และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ซึ่งกรมสรรพากรยืนยันว่าเงินเพิ่มตามมาตรา 27 ไม่มีบทกฎหมายให้งดหรือลด
ภาษีที่บริษัทถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ในปีขาดทุนทำอย่างไร?
ภาษีที่ลูกค้าหักไว้จากบริษัทถือเป็นเครดิตภาษีของบริษัท นำไปใช้ใน ภ.ง.ด.50 ได้ ในปีที่ขาดทุนและไม่มีภาษีต้องชำระ เครดิตนี้อาจเป็นยอดที่ขอคืนได้ ขั้นตอนและเอกสารการขอคืนต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร (1161) และควรเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายต้นฉบับไว้ให้ครบ
ผลขาดทุนสะสมนำไปหักภาษีปีหน้าได้กี่ปี?
ได้ไม่เกิน 5 ปี มาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากรให้นำผลขาดทุนสุทธิที่ยกมาไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบบัญชีปีปัจจุบัน มาหักในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ผลขาดทุนที่เก่ากว่านั้นจะใช้ไม่ได้
ตัวอย่างการใช้ผลขาดทุนสะสม
ตัวอย่างสมมติ (ตัวเลขใช้เพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น): บริษัท เอ จำกัด เป็น SME รอบบัญชีตามปีปฏิทิน มีผลทางภาษีดังนี้
รอบบัญชี | กำไร (ขาดทุน) สุทธิทางภาษีก่อนหักผลขาดทุนยกมา | ใช้ผลขาดทุนยกมา | กำไรสุทธิหลังหัก | ผลขาดทุนคงเหลือยกไป |
2566 | (800,000) | – | – | 800,000 |
2567 | (200,000) | – | – | 1,000,000 |
2568 | 300,000 | 300,000 | 0 | 700,000 |
2569 | 900,000 | 700,000 | 200,000 | 0 |
ในปี 2569 กำไรสุทธิหลังหักผลขาดทุนเหลือ 200,000 บาท หากบริษัทเข้าเงื่อนไข SME กำไรช่วง 0–300,000 บาทได้รับยกเว้น จึงยังไม่มีภาษีต้องชำระ ทั้งนี้ผลขาดทุนแต่ละปีมีอายุของตัวเอง เช่น ผลขาดทุนของปี 2566 ใช้ได้กับรอบบัญชีไม่เกิน 5 ปีถัดมาเท่านั้น จึงควรทำตารางติดตามอายุของผลขาดทุนแยกตามปี
หมายเหตุ: การนำผลขาดทุนไปใช้ต้องอ้างอิงตัวเลขที่ยื่นไว้ใน ภ.ง.ด.50 ของแต่ละปี บริษัทที่ไม่ได้ยื่น ภ.ง.ด.50 ในปีขาดทุน จะพิสูจน์ผลขาดทุนได้ยากขึ้น
ตัวอย่าง: ขาดทุนในงบ แต่มีกำไรทางภาษี
ตัวอย่างสมมติ: บริษัท บี จำกัด ทุนชำระแล้ว 2 ล้านบาท รายได้ 12 ล้านบาท งบการเงินแสดงขาดทุนสุทธิ 150,000 บาท แต่ในรายจ่ายมีรายการต่อไปนี้
รายการ | จำนวน (บาท) | การปรับปรุงทางภาษี |
ขาดทุนสุทธิตามงบการเงิน | (150,000) | จุดเริ่มต้น |
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการที่บันทึกเป็นรายจ่ายบริษัท | 280,000 | บวกกลับ (รายจ่ายส่วนตัว) |
เบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีจากปีก่อน | 40,000 | บวกกลับ |
รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานผู้รับ | 90,000 | บวกกลับ |
กำไรสุทธิทางภาษี | 260,000 |
|
กำไรสุทธิทางภาษี 260,000 บาท อยู่ในช่วงที่ SME ได้รับยกเว้น บริษัท บี จึงยังไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้ารายจ่ายต้องห้ามสูงกว่านี้จนกำไรทางภาษีเกิน 300,000 บาท ส่วนที่เกินจะต้องเสียภาษีร้อยละ 15 ทั้งที่งบการเงินแสดงขาดทุน ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าคำถาม "บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีไหม" ต้องดูจากกำไรทางภาษี ไม่ใช่ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายของงบ
บริษัทขาดทุนหลายปีติดต่อกัน ต้องระวังอะไร?
ต้องระวังเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล การขาดทุนเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นหรือช่วงลงทุน แต่การขาดทุนต่อเนื่องเป็นสัญญาณที่ควรมีคำอธิบายรองรับ ในแบบรายงานผู้สอบบัญชีที่แนบ ภ.ง.ด.50 มีรายการเปิดเผยกรณีขาดทุนติดต่อกันเกิน 3 รอบบัญชีทั้งที่มีการขยายกิจการ (ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติ) ซึ่งเป็นข้อมูลที่กรมสรรพากรนำไปพิจารณาได้
คำแนะนำเชิงปฏิบัติคือ เตรียมคำอธิบายทางธุรกิจของการขาดทุนให้ชัด เช่น อยู่ในช่วงลงทุน ราคาวัตถุดิบเพิ่ม หรือลูกค้ารายใหญ่ยกเลิกสัญญา และให้ตัวเลขรายได้สอดคล้องกับ ภ.พ.30 ใบกำกับภาษี และบัญชีธนาคาร หากธุรกิจขาดทุนต่อเนื่องโดยไม่มีแผนฟื้นตัว ควรพิจารณาว่าจะปรับโครงสร้างหรือปิดกิจการ ดูบทความ "ธุรกิจขาดทุนต่อเนื่องควรปรับโครงสร้างหรือปิดบริษัท"
เช็กลิสต์สำหรับบริษัทที่ขาดทุนในปีนี้
☐ ปิดบัญชีและจัดทำงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบตามกำหนด
☐ กระทบยอดกำไรขาดทุนทางบัญชีกับกำไรขาดทุนทางภาษี โดยแยกรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี
☐ ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน แม้ภาษีที่ต้องชำระเป็นศูนย์
☐ ตรวจว่ารอบนี้ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่ และประมาณการให้สมเหตุสมผล
☐ ยื่น ภ.พ.30 ครบทุกเดือน (ถ้าจด VAT) รวมเดือนที่ไม่มียอด
☐ หักและนำส่งภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายเงินได้ที่ต้องหัก
☐ รวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่บริษัทถูกหัก เพื่อใช้เป็นเครดิตหรือขอคืน
☐ ทำตารางติดตามผลขาดทุนสะสมแยกตามปี พร้อมปีที่หมดสิทธิใช้
☐ ส่งงบการเงินต่อ DBD ตามกำหนด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของบริษัทขาดทุน
· ไม่ยื่น ภ.ง.ด.50 เพราะคิดว่าไม่มีภาษีต้องจ่าย ทำให้ผิดหน้าที่ยื่นแบบ และเสียหลักฐานผลขาดทุนที่จะใช้ในอนาคต
· หยุดยื่น ภ.พ.30 ในเดือนที่ไม่มียอดขาย ทั้งที่มาตรา 83 กำหนดให้ยื่นทุกเดือน
· คิดว่าขาดทุนแล้วไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งทำให้บริษัทต้องรับผิดร่วมและเสียเงินเพิ่ม
· ดูแค่ขาดทุนในงบ โดยไม่ปรับรายจ่ายต้องห้าม จนเกิดภาษีที่ไม่ได้เตรียมไว้
· ใช้ผลขาดทุนที่เกิน 5 ปีแล้ว หรือไม่ได้ติดตามอายุผลขาดทุนแต่ละปี
· บันทึกค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นรายจ่ายบริษัท เพื่อให้ขาดทุน ซึ่งเป็นรายจ่ายต้องห้ามและเพิ่มความเสี่ยงเมื่อถูกตรวจสอบ
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
1. มองการขาดทุนเป็น "สินทรัพย์ทางภาษี" ที่มีวันหมดอายุ ผลขาดทุนที่ยื่นไว้ถูกต้องช่วยลดภาษีในปีที่ธุรกิจกลับมามีกำไร จึงควรยื่นแบบให้ครบและตรงกับงบ
2. อย่าทำให้ขาดทุนเกินจริง การบันทึกรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการไม่ได้ช่วยลดภาษี เพราะต้องบวกกลับอยู่ดี และเพิ่มความเสี่ยงเรื่องเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
3. ประมาณการ ภ.ง.ด.51 อย่างมีเหตุผล ในปีที่ไม่แน่ใจ การประมาณการสูงเกินไม่ถูกเงินเพิ่ม ส่วนประมาณการต่ำเกินร้อยละ 25 โดยไม่มีเหตุอันสมควรมีเงินเพิ่มร้อยละ 20
4. แยก "ภาษีที่ขึ้นกับกำไร" ออกจาก "ภาษีที่ขึ้นกับธุรกรรม" ภาษีเงินได้นิติบุคคลขึ้นกับกำไร ส่วน VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายขึ้นกับการขายและการจ่ายเงิน การขาดทุนไม่ได้เปลี่ยนภาษีกลุ่มหลัง
5. ขาดทุนต่อเนื่องควรมีแผน ไม่ว่าจะเป็นแผนฟื้นตัว การเพิ่มทุน หรือการปิดกิจการอย่างถูกต้อง เพราะบริษัทที่ปล่อยทิ้งไว้ยังมีหน้าที่ยื่นแบบทุกปี
สรุป
บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีไหม
บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีไหม คำตอบคือไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหากขาดทุนทางภาษีจริง แต่ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน ยื่น ภ.ง.ด.51 ตามหน้าที่ ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนหากจด VAT และหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินได้ ผลขาดทุนสุทธิที่ยื่นไว้ถูกต้องนำไปหักกำไรได้ไม่เกิน 5 ปี ทั้งนี้ต้องตรวจกำไรทางภาษีหลังปรับรายจ่ายต้องห้ามทุกครั้ง ดูภาพรวมภาษีทุกประเภทของบริษัทได้ในบทความหลัก "บริษัทเปิดใหม่ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง"
บริษัทไม่มีรายได้เลยทั้งปี ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ไหม?
ต้องยื่น คำถามที่พบบ่อยของกรมสรรพากรระบุว่าบริษัทต้องจัดทำงบการเงินและยื่น ภ.ง.ด.50 แม้ไม่มีรายได้ และต้องยื่นทุกปีจนกว่าจะจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีเสร็จ บริษัทที่ไม่มีรายได้มักมีรายจ่าย เช่น ค่าทำบัญชีหรือค่าสอบบัญชี จึงเกิดผลขาดทุนที่ควรบันทึกไว้ใช้ในอนาคต หากไม่มีแผนดำเนินกิจการต่อ ควรพิจารณาเลิกบริษัทอย่างถูกต้องแทนการปล่อยทิ้งไว้
ผลขาดทุนสะสมโอนไปให้บริษัทอื่นหรือผู้ถือหุ้นใช้ได้ไหม?
ประมวลรัษฎากรให้นำผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปีมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทในรอบปีปัจจุบัน ซึ่งเป็นการใช้ภายในบริษัทเดียวกัน บทความนี้ไม่พบข้อมูลยืนยันว่าโอนไปให้บริษัทอื่นหรือผู้ถือหุ้นใช้ได้ กรณีควบรวมหรือปรับโครงสร้างกิจการมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนวางแผน
ถ้าบริษัทขาดทุนเพราะรายจ่ายต้องห้าม จะเกิดอะไรขึ้น?
รายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี เช่น รายจ่ายส่วนตัว เบี้ยปรับเงินเพิ่ม หรือรายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ ต้องบวกกลับเมื่อคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี บริษัทที่ขาดทุนในงบจึงอาจมีกำไรทางภาษีและต้องเสียภาษีได้ หากยื่นแบบโดยไม่บวกกลับ แล้วถูกตรวจพบภายหลัง อาจต้องชำระภาษีพร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน และอาจมีเบี้ยปรับตามกฎหมาย
ปีที่ขาดทุนต้องจ่ายภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ไหม?
ถ้าประมาณการทั้งปีว่าขาดทุน ภาษีที่ต้องชำระใน ภ.ง.ด.51 เป็นศูนย์ แต่โดยหลักยังต้องยื่นแบบ เพราะผู้มีหน้าที่คือบริษัทที่ต้องประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ข้อยกเว้นคือรอบบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายที่น้อยกว่า 12 เดือน ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 การไม่ยื่นในกรณีที่มีหน้าที่อาจถูกเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาด
บริษัทขาดทุนที่จด VAT ขอคืนภาษีซื้อได้ไหม?
ได้ตามเงื่อนไข การขอคืน VAT ไม่ได้ขึ้นกับกำไรขาดทุน แต่ขึ้นกับว่าเดือนนั้นภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายหรือไม่ ถ้ามากกว่า ผู้ประกอบการขอคืนเป็นเงินหรือนำไปเครดิตเดือนถัดไปได้ ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ภาษีซื้อต้องห้าม เช่น ภาษีซื้อเกี่ยวกับรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง หรือภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ นำมาหักหรือขอคืนไม่ได้
บริษัทขาดทุนจ่ายเงินปันผลได้ไหม?
เรื่องนี้เป็นประเด็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และสถานะกำไรสะสมของบริษัท ไม่ใช่ประเด็นภาษีโดยตรง หากบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 10 ก่อนตัดสินใจจ่ายปันผลในปีที่ขาดทุนหรือมีขาดทุนสะสม ควรให้ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีตรวจสอบกำไรสะสมและข้อกฎหมายก่อน
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
บริษัทที่ขาดทุนยังมีภาระยื่นแบบครบทุกประเภท และต้องใช้ผลขาดทุนให้ถูกต้องก่อนหมดอายุ ThaiRegisters ช่วยดูแลได้ ดังนี้
· กระทบยอดกำไรขาดทุนทางบัญชีกับทางภาษี และแยกรายจ่ายต้องห้ามให้ชัด
· จัดทำและยื่น ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.51 ภ.พ.30 และแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย
· จัดทำตารางติดตามผลขาดทุนสะสมแยกตามปีและวันหมดสิทธิใช้
· ประเมินทางเลือกเมื่อธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง ทั้งการปรับโครงสร้างและการปิดบริษัท
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ
· งบการเงินปีล่าสุดและ ภ.ง.ด.50 ย้อนหลัง (ถ้ามี)
· ทุนชำระแล้วและรายได้ต่อปีโดยประมาณ
· สถานะการจด VAT และเดือนที่ยื่น ภ.พ.30 ล่าสุด
· รายการผลขาดทุนสะสมแต่ละปี (ถ้าทราบ)




