top of page

เช็กลิสต์ปิดบริษัท: 8 หมวดที่ต้องตรวจก่อนตัดสินใจเลิกกิจการ

Writer: Thairegisters
Thairegisters
20 hours ago
4 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง

เช็กลิสต์ปิดบริษัทก่อนตัดสินใจควรครอบคลุม 8 หมวด คือ (1) ทางเลือกทางธุรกิจ (2) ผู้ถือหุ้นและข้อบังคับ (3) บัญชีและงบการเงินค้าง (4) ภาษีและ VAT (5) ลูกจ้างและประกันสังคม (6) สัญญา ใบอนุญาต และบัญชีธนาคาร (7) ทรัพย์สินและหนี้สิน (8) ไทม์ไลน์และงบประมาณ เหตุผลคือเมื่อลงมติเลิกแล้ว เส้นตายตามกฎหมายเริ่มนับทันที เช่น ต้องจดเลิกภายใน 14 วัน การตรวจก่อนจึงลดความเสี่ยงค่าปรับและความล่าช้า


ทำไมต้องมีเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจปิดบริษัท?

เพราะการปิดบริษัทเริ่มนับเส้นตายตั้งแต่วันที่ลงมติเลิก และ DBD ถือว่าการเลิกมีผลตั้งแต่วันที่ลงมติพิเศษ หากเริ่มโดยยังไม่รู้ว่ามีงบค้าง ภาษีค้าง หรือหนี้ค้าง จะต้องแก้ปัญหาภายใต้แรงกดดันของเส้นตาย

หลังลงมติเลิก มีเส้นตายตามกฎหมายที่ต้องทำต่อเนื่อง เช่น

·       ภายใน 14 วันนับแต่วันเลิก ต้องประกาศหนังสือพิมพ์ ส่งจดหมายลงทะเบียนถึงเจ้าหนี้ และจดทะเบียนเลิก (ป.พ.พ. มาตรา 1253 และ 1254)

·       ภายใน 15 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก ต้องแจ้งการเลิกต่อเจ้าพนักงานประเมิน (ป.รัษฎากร มาตรา 72)

·       ภายใน 150 วันนับแต่วันจดทะเบียนเลิก ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน

เช็กลิสต์นี้จึงเป็นการตรวจ "ก่อนเริ่ม" ไม่ใช่รายการเอกสารยื่น DBD หากต้องการขั้นตอนและเอกสารยื่นจริง อ่านบทความหลัก "ปิดบริษัท ปี 2569 ขั้นตอนและเอกสาร"


หมวด 1: ปิดบริษัทจำเป็นจริงหรือไม่ มีทางเลือกอื่นไหม?

ก่อนปิด ควรยืนยันก่อนว่าการปิดเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุดกับสถานการณ์ เพราะบางกรณีการคงบริษัทไว้โดยดูแลหน้าที่ให้ครบ หรือการปรับโครงสร้าง อาจตอบโจทย์มากกว่า

☐ ระบุเหตุผลที่ต้องการปิดให้ชัด เช่น หยุดธุรกิจถาวร ขาดทุนต่อเนื่อง ผู้ถือหุ้นแยกทาง หรือย้ายธุรกิจไปอยู่นิติบุคคลอื่น

☐ พิจารณาว่ามีแผนจะกลับมาทำธุรกิจภายใต้บริษัทนี้อีกหรือไม่ เช่น ชื่อบริษัท ประวัติ หรือสัญญาที่มีมูลค่า

☐ หากเลือกคงบริษัทไว้โดยไม่ดำเนินกิจการ เข้าใจว่ายังต้องทำบัญชี ส่งงบการเงิน และยื่นภาษีตามหน้าที่ต่อไป

☐ พิจารณาทางเลือกอื่นตามสถานการณ์ เช่น ขายหุ้นหรือโอนกิจการให้ผู้อื่น (รายละเอียดต้องประเมินเป็นรายกรณีกับผู้เชี่ยวชาญ)

☐ เปรียบเทียบภาระต่อเนื่องของการคงบริษัทไว้ กับค่าใช้จ่ายและเวลาในการปิดครั้งเดียว

ข้อควรระวัง: "ปล่อยบริษัทไว้เฉย ๆ แล้วให้ถูกขีดชื่อเอง" ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย การไม่ส่งงบการเงินมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาทตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 และแม้นายทะเบียนขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนตามมาตรา 1273/1 จนบริษัทสิ้นสภาพนิติบุคคล มาตรา 1273/3 ก็กำหนดให้ความรับผิดของกรรมการ ผู้ถือหุ้น และหุ้นส่วนยังคงอยู่ ข่าวเมื่อ 5 ส.ค. 2569 ระบุว่า DBD ประกาศจะขีดชื่อนิติบุคคลในกรุงเทพฯ 11,234 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่ส่งงบการเงิน 3 ปีติดต่อกัน

รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องผลของการไม่ปิดบริษัท ดูบทความ "บริษัทหยุดดำเนินกิจการแต่ไม่ปิดมีผลอย่างไร"


หมวด 2: ผู้ถือหุ้นและข้อบังคับพร้อมลงมติหรือยัง?

ต้องแน่ใจว่าจะได้มติพิเศษ คือเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และจัดประชุมได้ถูกต้อง

☐ ทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นปัจจุบัน ที่อยู่ติดต่อได้ทุกคน

☐ ผู้ถือหุ้นที่รวมกันเกิน 1 ใน 4 ของเสียงที่จะมาประชุม ไม่มีใครคัดค้านการเลิก

☐ ตรวจข้อบังคับบริษัทว่ามีเงื่อนไขพิเศษเรื่องการประชุมหรือการเลิกหรือไม่

☐ วางแผนส่งหนังสือนัดทางไปรษณีย์ตอบรับไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนประชุม (มาตรา 1175 ที่แก้ไขโดย ป.พ.พ. ฉบับที่ 23)

☐ มั่นใจว่าจะครบองค์ประชุม คือผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะอย่างน้อย 2 คน ถือหุ้นรวมไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของทุน (มาตรา 1178)

☐ เลือกผู้ชำระบัญชีที่พร้อมรับผิดชอบตลอดกระบวนการ (ถ้าไม่ตั้ง กรรมการจะเป็นผู้ชำระบัญชีโดยปริยายตามมาตรา 1251)

☐ ผู้ถือหุ้นที่อยู่ต่างประเทศ มีแผนเข้าร่วมประชุมหรือมอบฉันทะ หรือใช้การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์


หมวด 3: บัญชีและงบการเงินค้างหรือไม่?

สถานะบัญชีเป็นตัวกำหนดความเร็วของการปิดบริษัทมากที่สุด เพราะต้องทำงบ ณ วันเลิกให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ และสรรพากรต้องใช้ข้อมูลบัญชีในการตรวจสอบ

☐ ส่งงบการเงินประจำปีครบทุกปีหรือไม่ ถ้าค้าง ค้างกี่ปี

☐ เอกสารบัญชีครบหรือไม่ (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 14 ต้องเก็บ 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี)

☐ บัญชีธนาคารกระทบยอดกับบัญชีแยกประเภทได้หรือไม่

☐ มีบัญชีเงินกู้ยืมกรรมการหรือเงินทดรองที่ยังไม่ชัดเจนหรือไม่

☐ มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่จะตรวจงบ ณ วันเลิกแล้วหรือยัง

☐ ผู้ทำบัญชีเดิมยังติดต่อได้และพร้อมส่งมอบข้อมูลหรือไม่

ณ วันตรวจสอบข้อมูล ยังยืนยันไม่ได้ว่า DBD บังคับให้ส่งงบที่ค้างก่อนจดเลิก แต่การค้างส่งงบมีโทษปรับ และหน้าที่ยื่นงบหรือภาษีที่ค้างไม่หายไปเพราะการเลิกบริษัท จึงควรเคลียร์ไปพร้อมกัน ดูบทความ "ปิดบริษัทที่ไม่เคยส่งงบการเงิน" และ "ปิดบริษัทที่ไม่มีเอกสารบัญชีทำอย่างไร"


หมวด 4: ภาษีและ VAT มีอะไรต้องเคลียร์?

ต้องรู้สถานะภาษีทุกประเภทก่อนเริ่ม เพราะภาระภาษีไม่หยุดในวันเลิก และการจด VAT มักทำให้การปิดบริษัทใช้เวลานานขึ้น

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีหัก ณ ที่จ่าย

☐ ยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ครบทุกรอบที่ผ่านมาหรือไม่

☐ มีภาษีค้างจ่าย เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มที่ทราบอยู่หรือไม่

☐ มีหนังสือเรียกตรวจสอบหรือหนังสือเชิญพบจากสรรพากรที่ยังไม่ปิดหรือไม่

☐ ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายรายเดือนครบหรือไม่

☐ เข้าใจว่าทรัพย์สินคงเหลือ ณ วันเลิกต้องตีราคาตามราคาตลาดเพื่อคำนวณกำไรสุทธิ (มาตรา 74)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

☐ บริษัทจด VAT หรือไม่ ถ้าจด เตรียมแจ้งเลิกด้วยแบบ ภ.พ.09 ภายใน 15 วันนับจากวันเลิกประกอบกิจการ และคืนใบ ภ.พ.20

☐ ยื่น ภ.พ.30 ครบทุกเดือนหรือไม่ และเข้าใจว่าต้องยื่นต่อทุกเดือน (แม้ไม่มียอด) จนได้รับแจ้งการถอนชื่อ

☐ มีสินค้าคงเหลือหรือทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ ซึ่ง ณ วันเลิกจะถือเป็นการขายและต้องเสีย VAT จากราคาตลาดหรือไม่

☐ มีภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ (การแจ้งเลิกให้ตรวจสอบกับสรรพากรพื้นที่)

เงินที่จะคืนผู้ถือหุ้น

☐ ประเมินว่าจะมีเงินคืนผู้ถือหุ้นเกินทุนหรือไม่ เพราะส่วนที่เกินเงินทุนเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ฉ)

☐ พิจารณากับผู้เชี่ยวชาญว่าจะจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมก่อนหรือไม่ (เงินปันผลตามมาตรา 40(4)(ข) หัก ณ ที่จ่าย 10%)


หมวด 5: ลูกจ้างและประกันสังคมจัดการอย่างไร?

หากมีลูกจ้าง ต้องวางแผนเลิกจ้างให้ถูกต้องและคำนวณค่าชดเชยล่วงหน้า เพราะเป็นภาระเงินสดที่ต้องจ่ายก่อนแบ่งทรัพย์สินให้ผู้ถือหุ้น

☐ รายชื่อลูกจ้างทั้งหมดพร้อมวันเริ่มงานและอัตราค่าจ้างล่าสุด

☐ คำนวณค่าชดเชยตามมาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ดูตารางด้านล่าง)

☐ วางแผนบอกกล่าวล่วงหน้า หรือเตรียมจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (มาตรา 17)

☐ เตรียมยื่น สปส.6-09 แจ้งลูกจ้างพ้นสภาพภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ได้)

☐ เตรียมแจ้งเลิกกิจการกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่เลิก

☐ ตรวจสอบเรื่องกองทุนเงินทดแทน (แจ้งเลิกตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่)

อายุงานต่อเนื่อง

ค่าชดเชยตามมาตรา 118

120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี

30 วัน

1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี

90 วัน

3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี

180 วัน

6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี

240 วัน

10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี

300 วัน

20 ปีขึ้นไป

400 วัน

 

หมวด 6: สัญญา ใบอนุญาต และบัญชีธนาคารต้องปิดอะไรบ้าง?

ต้องทำรายการสัญญาและภาระผูกพันทั้งหมด เพราะบางสัญญามีค่าปรับเลิกก่อนกำหนด และบางรายการต้องใช้ต่อระหว่างชำระบัญชี

☐ สัญญาเช่าสำนักงาน โกดัง รถ หรือเครื่องจักร และเงื่อนไขการบอกเลิก

☐ สัญญากับลูกค้าที่ยังส่งมอบงานไม่ครบ หรือมีการรับประกันผลงาน

☐ สัญญากับซัพพลายเออร์ที่มีภาระซื้อขั้นต่ำ

☐ ใบอนุญาตประกอบกิจการเฉพาะ (ขั้นตอนการยกเลิกต้องตรวจสอบกับหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต)

☐ บัญชีธนาคาร: วางแผนเก็บไว้อย่างน้อย 1 บัญชีเพื่อรับเงินลูกหนี้และจ่ายหนี้ระหว่างชำระบัญชี

☐ วงเงินสินเชื่อ บัตรเครดิตบริษัท และหนังสือค้ำประกันธนาคาร

☐ โดเมน เว็บไซต์ ระบบซอฟต์แวร์ และบริการรายเดือนที่ตัดบัตรอัตโนมัติ


หมวด 7: ทรัพย์สินและหนี้สินมีอะไรค้างอยู่?

ต้องรู้ว่าทรัพย์สินพอชำระหนี้หรือไม่ เพราะเป็นตัวตัดสินว่าการปิดบริษัทจะเป็นการชำระบัญชีตามปกติ หรือมีความเสี่ยงต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

☐ รายการทรัพย์สินทั้งหมด เช่น เงินสด ลูกหนี้ สินค้า รถ อุปกรณ์ ที่ดิน พร้อมมูลค่าประมาณตามราคาตลาด

☐ รายการเจ้าหนี้ทั้งหมดพร้อมที่อยู่ (ต้องใช้ส่งจดหมายลงทะเบียนตามมาตรา 1253)

☐ ลูกหนี้ที่ยังเก็บเงินไม่ได้ และโอกาสเก็บได้จริง

☐ ค่าหุ้นที่ผู้ถือหุ้นยังชำระไม่ครบ (ผู้ชำระบัญชีเรียกได้ตามมาตรา 1265)

☐ คดีความหรือข้อพิพาทที่ยังค้าง

☐ ประเมินว่าทรัพย์สินพอชำระหนี้ทั้งหมดหรือไม่ (ถ้าเรียกค่าหุ้นครบแล้วยังไม่พอ ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอให้ศาลสั่งล้มละลายทันที ตามมาตรา 1266)

☐ เข้าใจว่าคืนทรัพย์สินให้ผู้ถือหุ้นได้เฉพาะส่วนที่ไม่ต้องใช้ชำระหนี้ (มาตรา 1269)


หมวด 8: ไทม์ไลน์และงบประมาณพร้อมหรือยัง?

ควรประเมินทั้งเวลาและเงินที่ต้องใช้ก่อนเริ่ม เพราะกฎหมายกำหนดเส้นตายแต่ละขั้น แต่ระยะเวลารวมขึ้นกับสถานะของบริษัท

☐ ประมาณการระยะเวลา: จากประสบการณ์ทั่วไป กรณีไม่ซับซ้อน (ไม่มี VAT ไม่มีทรัพย์สินหรือหนี้คงค้าง บัญชีพร้อม) อาจใช้ราว 2–4 เดือน กรณีจด VAT หรือมีรายการค้าง อาจ 6 เดือนขึ้นไป หรือเกิน 1 ปีหากถูกตรวจสอบ (เป็นการประมาณการ ไม่ใช่ระยะเวลาตามกฎหมาย)

☐ ค่าธรรมเนียม DBD 500 บาทต่อการจดทะเบียนแต่ละครั้ง (เลิก / เสร็จการชำระบัญชี) รวมประมาณ 1,000 บาท (ตรวจสอบอัตราล่าสุดกับ DBD สายด่วน 1570)

☐ ค่าลงประกาศหนังสือพิมพ์ ค่าไปรษณีย์ลงทะเบียน ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชีงบ ณ วันเลิก และค่าที่ปรึกษา (แตกต่างตามขนาดกิจการและผู้ให้บริการ)

☐ สำรองเงินสำหรับภาษีค้าง เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าชดเชยลูกจ้าง

☐ กำหนดผู้รับผิดชอบเส้นตายแต่ละหน่วยงาน (DBD สรรพากร ประกันสังคม)

☐ กำหนดวันลงมติเลิกให้สอดคล้องกับความพร้อมของบัญชี

รายละเอียดค่าใช้จ่ายและระยะเวลา ดูบทความ "ปิดบริษัทค่าใช้จ่ายเท่าไหร่" และ "ปิดบริษัทใช้เวลากี่เดือน"


สัญญาณอันตรายแบบไหนที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนปิดบริษัท?

หากติ๊กเช็กลิสต์แล้วพบข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงมติเลิก เพราะเป็นกรณีที่ความผิดพลาดมีผลทางกฎหมายหรือภาษีสูง

สัญญาณอันตราย

ทำไมต้องระวัง

ค้างส่งงบการเงินหลายปี หรือเอกสารบัญชีหาย

ต้องจัดการงบค้างและค่าปรับ และทำงบ ณ วันเลิกให้ผู้สอบบัญชีตรวจได้

จด VAT และมีสินค้าคงเหลือหรือทรัพย์สินมาก

ทรัพย์สิน ณ วันเลิกถือเป็นการขาย ต้องเสีย VAT จากราคาตลาด และอาจถูกตรวจสอบ

หนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน

อาจเข้าเงื่อนไขมาตรา 1266 ที่ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอให้ศาลสั่งล้มละลาย

มีหนังสือเรียกตรวจสอบภาษีค้างอยู่

กรมสรรพากรอาจขอให้ DBD ระงับการรับจดเสร็จการชำระบัญชีระหว่างตรวจสอบภาษี

ผู้ถือหุ้นไม่เห็นตรงกัน

มติพิเศษอาจไม่ผ่าน หรือถูกโต้แย้งภายหลัง

มีกำไรสะสมหรือทรัพย์สินมูลค่าสูงที่จะคืนผู้ถือหุ้น

ต้องวางแผนภาษีของผู้ถือหุ้นตามมาตรา 40(4)

มีคดีความหรือข้อพิพาทค้าง

ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินคดีแทนบริษัท และการปิดอาจล่าช้า

บริษัทเคยถูกขีดชื่อหรือได้รับหนังสือจากนายทะเบียน

ต้องตรวจสถานะตามมาตรา 1273/1–1273/4 ก่อน

 

ตัวอย่างสถานการณ์: ใช้เช็กลิสต์แล้วเปลี่ยนแผน (ตัวอย่างสมมติ)

บริษัท เอฟ จำกัด เป็นบริษัทนำเข้าสินค้าตกแต่งบ้าน เจ้าของตั้งใจจะลงมติเลิกบริษัทภายในเดือนหน้า เมื่อไล่เช็กลิสต์พบว่า

·       ค้างส่งงบการเงิน 2 ปี และผู้ทำบัญชีเดิมติดต่อไม่ได้

·       จด VAT และยังมีสินค้าคงเหลือในโกดัง

·       มีลูกจ้าง 3 คน คนหนึ่งทำงานมา 7 ปี ซึ่งต้องจ่ายค่าชดเชย 240 วัน

·       มีสัญญาเช่าโกดังเหลืออีก 8 เดือน

แทนที่จะลงมติทันที เจ้าของจึงวางแผนใหม่ คือ (1) จัดทำงบค้างให้เรียบร้อยก่อน (2) ระบายสินค้าคงเหลือและเจรจาบอกเลิกสัญญาเช่า (3) บอกกล่าวลูกจ้างล่วงหน้าและสำรองเงินค่าชดเชย (4) ลงมติเลิกเมื่อบัญชีพร้อม ผลคือเส้นตายหลังวันเลิกไม่ทับซ้อนกับงานค้าง และลดความเสี่ยงค่าปรับจากการทำไม่ทัน


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเตรียมปิดบริษัท

·       ลงมติเลิกก่อนตรวจสถานะ ทำให้เส้นตาย 14 วันและ 15 วันเริ่มนับขณะที่ยังไม่พร้อม

·       ปิดบัญชีธนาคารทุกบัญชีเร็วเกินไป จนไม่มีบัญชีรับเงินลูกหนี้หรือจ่ายหนี้ระหว่างชำระบัญชี

·       ลืมรายชื่อเจ้าหนี้บางราย ทำให้ส่งจดหมายลงทะเบียนตามมาตรา 1253 ไม่ครบ

·       ไม่ได้สำรองเงินค่าชดเชยลูกจ้าง และภาษีที่เกิดจากการตีราคาทรัพย์สิน

·       โอนทรัพย์สินให้ผู้ถือหุ้นก่อนเริ่มชำระบัญชี ซึ่งสร้างปัญหาทั้งภาษีและความรับผิด

·       คิดว่าการไม่ทำอะไรเลยปลอดภัยกว่า ทั้งที่การไม่ส่งงบมีโทษปรับ และการถูกขีดชื่อไม่ทำให้ความรับผิดหายไป

คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

เช็กลิสต์ที่ดีไม่ได้มีไว้เพื่อติ๊กให้ครบ แต่มีไว้เพื่อหา "ตัวแปรที่ทำให้ช้า" ให้เจอก่อนเริ่ม ในการปิดบริษัท ตัวแปรหลักมักมี 3 อย่าง คือ ความพร้อมของบัญชี สถานะ VAT และทรัพย์สินหรือหนี้คงค้าง

1. เริ่มจากหมวด 3 และ 4 ก่อนเสมอ เพราะบัญชีและภาษีเป็นงานที่ใช้เวลามากที่สุดและแก้ไขย้อนหลังยากที่สุด

2. กำหนดวันลงมติเลิกจากความพร้อม ไม่ใช่จากความต้องการ เมื่อบัญชีพร้อมและรู้สถานะภาษีแล้ว จึงค่อยส่งหนังสือนัดประชุม

3. บันทึกผลการตรวจเป็นเอกสาร เพื่อใช้สื่อสารกับผู้ถือหุ้น ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี และใช้เป็นหลักฐานประกอบการตัดสินใจ

สรุป

เช็กลิสต์ปิดบริษัทก่อนตัดสินใจช่วยให้รู้ล่วงหน้าว่าบริษัทพร้อมปิดหรือยัง และมีอะไรต้องเคลียร์ ครอบคลุม 8 หมวด ได้แก่ ทางเลือกทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้น บัญชี ภาษีและ VAT ลูกจ้าง สัญญาและบัญชีธนาคาร ทรัพย์สินและหนี้สิน และไทม์ไลน์กับงบประมาณ หากพบสัญญาณอันตราย เช่น งบค้างหลายปี หนี้มากกว่าทรัพย์สิน หรือมีการตรวจสอบภาษีค้าง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงมติ เพราะเมื่อลงมติเลิกแล้ว เส้นตายตามกฎหมายจะเริ่มนับทันที


FAQ

ควรเริ่มทำเช็กลิสต์ก่อนลงมติเลิกบริษัทนานแค่ไหน?

กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ แต่ในทางปฏิบัติควรเริ่มตรวจก่อนส่งหนังสือนัดประชุม ซึ่งต้องส่งไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันประชุม หากพบงบค้าง VAT หรือลูกจ้างที่ต้องเลิกจ้าง ควรเผื่อเวลาเคลียร์งานเหล่านี้ก่อน เพราะเมื่อลงมติแล้ว เส้นตายจดเลิก 14 วันและแจ้งสรรพากร 15 วันจะเริ่มนับทันที

บริษัทไม่มีรายได้และไม่มีทรัพย์สินเลย ยังต้องใช้เช็กลิสต์นี้ไหม?

ยังควรใช้ เพราะแม้ไม่มีรายได้ บริษัทอาจยังค้างส่งงบการเงิน ค้างยื่นแบบภาษี หรือยังจด VAT อยู่ ซึ่งต้องยื่น ภ.พ.30 ต่อจนกว่าจะถูกถอนชื่อ บริษัทลักษณะนี้มักผ่านเช็กลิสต์ได้เร็วและอยู่ในกลุ่มที่ปิดได้ไม่ซับซ้อน แต่การตรวจช่วยยืนยันว่าไม่มีภาระที่มองข้ามไป

ถ้าเช็กลิสต์พบว่าหนี้มากกว่าทรัพย์สิน ยังปิดบริษัทได้หรือไม่?

ยังเริ่มกระบวนการได้ แต่ต้องระวังมาตรา 1266 ที่กำหนดว่าหากเรียกค่าหุ้นครบแล้วทรัพย์สินยังไม่พอชำระหนี้ ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอให้ศาลสั่งล้มละลายทันที กรณีนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงมติ และอ่านเพิ่มเติมในบทความ "ปิดบริษัทที่มีหนี้สินทำได้หรือไม่"

ต้องปิดบัญชีธนาคารบริษัทเมื่อไร?

ไม่ควรปิดทันทีที่ตัดสินใจเลิก เพราะระหว่างชำระบัญชี บริษัทยังคงตั้งอยู่เท่าที่จำเป็น (มาตรา 1249) และต้องใช้บัญชีรับเงินลูกหนี้ จ่ายหนี้ จ่ายภาษี และคืนเงินผู้ถือหุ้น คำแนะนำเชิงปฏิบัติคือเก็บไว้อย่างน้อย 1 บัญชีจนถึงช่วงท้ายของการชำระบัญชี เงื่อนไขการปิดบัญชีให้ตรวจสอบกับธนาคาร

เช็กลิสต์นี้ใช้กับห้างหุ้นส่วนจำกัดได้หรือไม่?

ใช้ได้เกือบทั้งหมด เพราะห้างหุ้นส่วนใช้หมวดการชำระบัญชีเดียวกับบริษัท และภาษีใช้หลักเดียวกัน จุดที่ต่างคือหมวด 2 ห้างใช้ความยินยอมของหุ้นส่วนแทนมติพิเศษของผู้ถือหุ้น และหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ชำระบัญชีโดยปริยาย รายละเอียดดูบทความ "ปิดห้างหุ้นส่วนจำกัด ขั้นตอนครบ"


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?


ถ้าคุณติ๊กเช็กลิสต์แล้วพบข้อที่ไม่แน่ใจ หรือพบสัญญาณอันตราย ThaiRegisters ช่วยประเมินสถานะบริษัทและวางแผนปิดอย่างเป็นขั้นตอน

·       ตรวจสถานะงบการเงิน ภาษี VAT และประกันสังคมก่อนลงมติเลิก

·       ช่วยวางลำดับงานที่ต้องเคลียร์ก่อน เพื่อไม่ให้ชนกับเส้นตายหลังวันเลิก

·       จัดเตรียมการประชุมผู้ถือหุ้น การจดเลิก การชำระบัญชี และการจดเสร็จการชำระบัญชี

·       ดูแลงานบัญชี ปิดงบ และประสานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

·       ประเมินกรณีที่ซับซ้อน เช่น งบค้าง หนี้ค้าง หรือทรัพย์สินคงเหลือ

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:

·       เช็กลิสต์ที่ติ๊กแล้ว พร้อมข้อที่ยังไม่แน่ใจ

·       ชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล

·       ปีล่าสุดที่ส่งงบการเงิน และสถานะการจด VAT

·       จำนวนลูกจ้างและอายุงานโดยประมาณ

·       รายการทรัพย์สินและหนี้สินโดยสังเขป


bottom of page