ปิดบริษัทเองได้ไหม? เทียบทำเองกับจ้างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมตารางช่วยตัดสินใจ

ปิดบริษัทเองได้บางส่วน เจ้าของสามารถจัดประชุมผู้ถือหุ้น ลงประกาศหนังสือพิมพ์ ส่งจดหมายถึงเจ้าหนี้ และยื่นจดเลิกหรือจดเสร็จการชำระบัญชีออนไลน์กับ DBD ได้เอง แต่งบการเงิน ณ วันเลิกของบริษัทจำกัดต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบตามกฎหมาย ส่วนงานภาษี VAT และหน้าที่ผู้ชำระบัญชีมีความเสี่ยงสูง บริษัทที่ไม่จด VAT ไม่มีทรัพย์สินหรือหนี้คงค้าง และบัญชีพร้อม มีโอกาสทำเองได้มากที่สุด
ปิดบริษัทเองได้จริงไหม และทำเองได้ถึงขั้นไหน?
ได้จริงในส่วนงานทะเบียน แต่ไม่มีบริษัทจำกัดใดปิดได้ "เองทั้งหมด" เพราะกฎหมายกำหนดให้งบการเงิน ณ วันเลิกต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
การปิดบริษัทแบ่งงานได้เป็น 3 กลุ่ม ซึ่งมีระดับความยากและความเสี่ยงต่างกัน
กลุ่มงาน | ตัวอย่าง | ทำเองได้หรือไม่ |
งานทะเบียนและธุรการ | ส่งหนังสือนัดประชุม จัดประชุมลงมติพิเศษ ลงประกาศหนังสือพิมพ์ ส่งจดหมายลงทะเบียนถึงเจ้าหนี้ ยื่นแบบ ลช.1, ลช.2, ลช.3, ลช.5, ลช.6 | ทำเองได้ หากเข้าใจเงื่อนไขและเส้นตาย |
งานที่กฎหมายบังคับใช้มืออาชีพ | ตรวจสอบและรับรองงบการเงิน ณ วันเลิก โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) | ทำเองไม่ได้ ต้องจ้าง |
งานบัญชีและภาษี | ปิดบัญชี ทำงบ ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.51 แจ้งเลิกตามมาตรา 72 แจ้งเลิก VAT และยื่น ภ.พ.30 ต่อเนื่อง ตีราคาทรัพย์สินตามราคาตลาด | ทำเองได้ในทางทฤษฎี แต่ความเสี่ยงสูงหากไม่มีพื้นฐาน |
งานที่ยื่นออนไลน์กับ DBD ได้เอง
ตามคู่มือ DBD การจดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชียื่นผ่านระบบ e-Registration / DBD Biz Regist ได้ ยืนยันตัวตนผ่าน ThaID, NDID หรือแอป DBD e-Service และระบบเปิด 24 ชั่วโมง
ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569 มีข่าวว่า DBD จะให้ทุกประเภทคำขอของห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดยื่นผ่าน DBD Biz Regist ช่องทางเดียว ข่าวไม่ได้ระบุชัดว่ารวมการเลิกและเสร็จการชำระบัญชี มีแนวโน้มครอบคลุม ควรตรวจสอบกับ DBD สายด่วน 1570 ก่อนยื่น
ค่าธรรมเนียมราชการที่ต้องจ่ายไม่ว่าทำเองหรือจ้าง
ค่าธรรมเนียม DBD คือ 500 บาทต่อการจดทะเบียนแต่ละครั้ง (เลิก / เสร็จการชำระบัญชี) รวมประมาณ 1,000 บาท ต้องตรวจสอบอัตราล่าสุดกับ DBD สายด่วน 1570 ส่วนค่าลงประกาศหนังสือพิมพ์ ค่าไปรษณีย์ลงทะเบียน และค่าสอบบัญชี แตกต่างตามขนาดกิจการและผู้ให้บริการ และไม่พบส่วนลดค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นออนไลน์ในกรณีนี้
งานไหนที่กฎหมายบังคับให้ต้องใช้มืออาชีพ?
งานที่กฎหมายบังคับชัดเจนคือการตรวจสอบงบการเงิน ณ วันเลิกโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) สำหรับบริษัทจำกัด งานอื่นไม่ได้บังคับให้จ้าง แต่มีผลทางกฎหมายต่อผู้ชำระบัญชีโดยตรง
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
· มาตรา 1255 กำหนดให้ผู้ชำระบัญชีทำงบดุลและส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบ
· เอกสารจดเสร็จการชำระบัญชีกับ DBD ต้องมีงบการเงิน ณ วันเลิกที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรอง พร้อมแบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร
· งบ ณ วันเลิก ใช้วันที่ลงมติ หรือวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิกก็ได้ (ตามคู่มือ DBD)
งานที่ไม่บังคับให้จ้าง แต่ผู้ชำระบัญชีต้องรับผิดชอบเอง
เมื่อทำเอง เจ้าของหรือกรรมการซึ่งมักเป็นผู้ชำระบัญชีโดยปริยาย (มาตรา 1251) จะเป็นผู้รับผิดชอบเต็มตัว เช่น
· ต้องแจ้งเจ้าหนี้ตามมาตรา 1253 ภายใน 14 วัน
· ต้องยื่นรายงานการชำระบัญชี (ลช.3) ทุก 3 เดือนหากยังไม่เสร็จ (มาตรา 1267)
· ถ้าเรียกค่าหุ้นครบแล้วทรัพย์สินยังไม่พอชำระหนี้ ต้องร้องขอให้ศาลสั่งล้มละลายทันที (มาตรา 1266)
· คืนทรัพย์สินให้ผู้ถือหุ้นได้เฉพาะส่วนที่ไม่ต้องใช้ชำระหนี้ (มาตรา 1269)
· คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2094/2553 วางหลักว่าผู้ชำระบัญชีที่ชำระบัญชีเสร็จโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงานประเมินอาจต้องรับผิดฐานละเมิด
ความเสี่ยงหลักของการปิดบริษัทเองอยู่ตรงไหน?
ความเสี่ยงหลักไม่ได้อยู่ที่การกรอกแบบฟอร์ม DBD แต่อยู่ที่ภาษี VAT และความรับผิดของผู้ชำระบัญชี ซึ่งความผิดพลาดมักปรากฏภายหลังและแก้ไขยากกว่า
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
· วันจดทะเบียนเลิกเป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินภายใน 150 วัน (ขอขยายเวลาได้ภายใน 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนเลิก)
· ระหว่างชำระบัญชี ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 ทุกรอบจนกว่าจะจดเสร็จการชำระบัญชี
· ทรัพย์สินคงเหลือ ณ วันเลิกต้องตีราคาตามราคาตลาดเพื่อคำนวณกำไรสุทธิ (มาตรา 74) ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ทำเองมักมองข้าม
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
· แจ้งเลิกด้วยแบบ ภ.พ.09 ภายใน 15 วันนับจากวันเลิกประกอบกิจการ พร้อมคืน ภ.พ.20
· ยังต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ไม่มียอด จนกว่าจะได้รับแจ้งการถอนชื่อ
· สินค้าคงเหลือและทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ ณ วันเลิกถือเป็นการขาย ต้องเสีย VAT จากราคาตลาด (ตามคำสั่ง ป.66/2539)
3. การจ่ายเงินคืนผู้ถือหุ้น
เงินที่ผู้ถือหุ้นได้รับเมื่อเลิกบริษัท ส่วนที่เกินเงินทุนเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ฉ) ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า หากที่ประชุมมีมติจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมก่อน จะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ข) หัก ณ ที่จ่าย 10% การเลือกลำดับนี้มีผลต่อภาษีที่ผู้ถือหุ้นต้องเสีย จึงควรวางแผนกับผู้เชี่ยวชาญ
4. เส้นตายที่ซ้อนกันหลายหน่วยงาน
เส้นตาย | งาน |
14 วันนับแต่วันเลิก | ประกาศหนังสือพิมพ์ ส่งจดหมายถึงเจ้าหนี้ จดทะเบียนเลิก |
15 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดเลิก | แจ้งเลิกต่อเจ้าพนักงานประเมิน (มาตรา 72) |
15 วันนับจากวันเลิกประกอบกิจการ | ภ.พ.09 (ถ้าจด VAT) |
วันที่ 15 ของเดือนถัดไป | แจ้งประกันสังคม (ถ้ามีลูกจ้าง) |
ทุก 3 เดือน | ลช.3 หากชำระบัญชียังไม่เสร็จ |
150 วันนับแต่วันจดเลิก | ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน |
14 วันนับแต่วันประชุมอนุมัติรายงาน | จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี |
การพลาดเส้นตายอาจมีค่าปรับเป็นพินัย เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
บริษัทแบบไหนควรปิดเอง และแบบไหนควรจ้างผู้เชี่ยวชาญ?
บริษัทที่ไม่จด VAT ไม่มีลูกจ้าง ไม่มีทรัพย์สินหรือหนี้คงค้าง และบัญชีพร้อม มีโอกาสทำเองได้มากที่สุด ส่วนบริษัทที่มีรายการค้างหรือโครงสร้างซับซ้อนควรจ้างผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยในส่วนบัญชีและภาษี
ตารางช่วยตัดสินใจตามลักษณะบริษัท
ลักษณะบริษัท | ระดับความซับซ้อน | แนวทางที่เหมาะ (คำแนะนำเชิงปฏิบัติ) |
ไม่จด VAT ไม่มีลูกจ้าง ไม่มีทรัพย์สินและหนี้คงค้าง งบส่งครบ บัญชีพร้อม ผู้ถือหุ้นเห็นตรงกัน | ต่ำ | ทำงานทะเบียนเองได้ จ้าง CPA ตรวจงบ ณ วันเลิก และให้ผู้ทำบัญชีช่วยตรวจภาษี |
จด VAT แต่ไม่มีสินค้าคงเหลือหรือทรัพย์สินมาก | ปานกลาง | ทำงานทะเบียนเองได้ แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล VAT ภ.พ.09 และ ภ.พ.30 จนถอนชื่อ |
มีทรัพย์สิน เช่น รถ อุปกรณ์ สินค้าคงเหลือ หรือมีกำไรสะสม | ปานกลางถึงสูง | ควรจ้างวางแผนภาษีเรื่องราคาตลาดและการจ่ายเงินคืนผู้ถือหุ้น |
มีเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือข้อพิพาทค้าง | สูง | ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญ เพราะเกี่ยวกับมาตรา 1253, 1264 และ 1266 |
ค้างส่งงบหลายปี หรือเอกสารบัญชีไม่ครบ | สูง | ควรจ้างตั้งแต่ต้น เพื่อจัดการงบค้างและความเสี่ยงค่าปรับ |
มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ หรือผู้ถือหุ้นไม่เห็นตรงกัน | สูง | ควรจ้าง เพราะการประชุมและเอกสารมีโอกาสถูกโต้แย้ง |
มีลูกจ้างที่ต้องเลิกจ้าง | ปานกลางถึงสูง | ควรมีผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานคำนวณค่าชดเชยตามมาตรา 118 และการบอกกล่าวล่วงหน้า |
ทางเลือกกลาง: ทำเองบางส่วน จ้างบางส่วน
หลายบริษัทเลือกแบบผสม คือเจ้าของทำงานทะเบียนและธุรการเอง แล้วจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงานบัญชี ภาษี และสอบบัญชี วิธีนี้ช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย แต่ต้องกำหนดให้ชัดว่าใครรับผิดชอบเส้นตายใด เพราะเส้นตายของ DBD สรรพากร และประกันสังคมเกี่ยวโยงกัน
ตัวอย่างสถานการณ์: สองบริษัท สองทางเลือก (ตัวอย่างสมมติ)
บริษัท ดี จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษาที่มีผู้ถือหุ้น 2 คน ไม่จด VAT ไม่มีลูกจ้าง ส่งงบครบทุกปี เงินสดในบัญชีเหลือเล็กน้อยและไม่มีหนี้ ผู้ถือหุ้นจัดประชุม ลงประกาศ และยื่นจดเลิกออนไลน์เอง จ้าง CPA ตรวจงบ ณ วันเลิก และให้สำนักงานบัญชีเดิมยื่น ภ.ง.ด.50 กรณีนี้การทำเองบางส่วนสมเหตุสมผล
บริษัท อี จำกัด เป็นร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า จด VAT มีสินค้าคงเหลือ รถขนส่ง 2 คัน ลูกจ้าง 5 คน และเจ้าหนี้การค้าหลายราย ความเสี่ยงอยู่ที่ VAT จากสินค้าคงเหลือ การตีราคาทรัพย์สินตามราคาตลาด ค่าชดเชยลูกจ้าง และลำดับการชำระหนี้ กรณีนี้ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญดูแลทั้งกระบวนการ
ถ้าจะจ้าง ควรถามผู้ให้บริการปิดบริษัทอะไรบ้าง?
ควรถามให้ชัดว่าขอบเขตงานครอบคลุมถึงจดเสร็จการชำระบัญชีหรือไม่ ใครเป็นผู้สอบบัญชี และค่าใช้จ่ายส่วนไหนไม่รวมในใบเสนอราคา
Checklist คำถามก่อนตัดสินใจจ้าง
☐ ขอบเขตงานครอบคลุมทั้งจดเลิก ชำระบัญชี และจดเสร็จการชำระบัญชี หรือเฉพาะจดเลิก
☐ รวมงานบัญชี ปิดงบ และยื่นภาษี (ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.51) หรือไม่
☐ รวมการตรวจสอบงบ ณ วันเลิกโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือไม่ และผู้สอบบัญชีเป็นใคร
☐ ดูแล VAT จนกว่าจะได้รับแจ้งการถอนชื่อหรือไม่ รวมการยื่น ภ.พ.30 ระหว่างรอ
☐ ดูแลการยื่น ลช.3 ทุก 3 เดือนหากชำระบัญชีไม่เสร็จหรือไม่
☐ ค่าใช้จ่ายใดไม่รวม เช่น ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ ภาษีค้าง เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม
☐ หากสรรพากรเรียกตรวจสอบ ค่าบริการเพิ่มเติมคิดอย่างไร
☐ ใครเป็นผู้ชำระบัญชี และผู้ให้บริการรับผิดชอบส่วนใด
☐ ระยะเวลาที่ประเมินไว้คืออะไร และขึ้นกับเงื่อนไขอะไร (ไม่ควรเชื่อคำรับประกันระยะเวลา)
☐ จะได้รับเอกสารและหลักฐานการยื่นทุกขั้นหรือไม่
ข้อสังเกต: ระยะเวลาปิดบริษัทขึ้นกับความพร้อมของบัญชี VAT ทรัพย์สินและหนี้คงค้าง และการตรวจสอบของสรรพากร ตามประมาณการจากประสบการณ์ทั่วไป กรณีไม่ซับซ้อนอาจใช้ราว 2–4 เดือน กรณีจด VAT หรือมีรายการค้างอาจ 6 เดือนขึ้นไป หรือเกิน 1 ปีหากถูกตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ระยะเวลาตามกฎหมาย ผู้ให้บริการที่รับประกันระยะเวลาแน่นอนจึงควรถูกถามต่อว่าอ้างอิงจากอะไร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของการปิดบริษัทเอง
· คิดว่าจดเลิกกับ DBD แล้วคือปิดบริษัทเสร็จ ทั้งที่ยังต้องชำระบัญชีและจดเสร็จการชำระบัญชี
· ลืมแจ้งเลิกกับสรรพากรตามมาตรา 72 ภายใน 15 วัน ซึ่งอาจมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
· หยุดยื่น ภ.พ.30 หลังยื่น ภ.พ.09 ก่อนได้รับแจ้งการถอนชื่อ
· ไม่ตีราคาทรัพย์สินคงเหลือตามราคาตลาด ทั้งในภาษีเงินได้นิติบุคคลและ VAT
· โอนเงินหรือทรัพย์สินคืนผู้ถือหุ้นก่อนชำระหนี้ครบ ขัดกับมาตรา 1269
· ชำระบัญชีเสร็จแล้วไม่แจ้งสรรพากรพื้นที่ เสี่ยงต่อความรับผิดตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2094/2553
· เลือกปล่อยบริษัทร้างแทนการปิด การถูกขีดชื่อตามมาตรา 1273/1–1273/4 ไม่ได้ทำให้ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นหายไป
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
คำถามที่ควรถามตัวเองไม่ใช่ "ทำเองได้ไหม" แต่คือ "ถ้าทำผิด ใครรับผิด และแก้ยากแค่ไหน" งานทะเบียนกับ DBD หากผิดพลาดส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยการยื่นใหม่ แต่ความผิดพลาดด้านภาษีและการคืนทรัพย์สินให้ผู้ถือหุ้นก่อนเวลา อาจกลับมาในรูปเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม หรือความรับผิดส่วนตัวของผู้ชำระบัญชี
แนวทางที่สมดุลสำหรับ SMEs ส่วนใหญ่คือ
1. ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินสถานะบริษัทก่อน ว่าอยู่ในกลุ่มความซับซ้อนระดับใด
2. ทำเองในส่วนที่ความเสี่ยงต่ำ เช่น การประชุมและงานธุรการ หากมีเวลาและเข้าใจเส้นตาย
3. มอบหมายงานบัญชี ภาษี และสอบบัญชีให้มืออาชีพ โดยกำหนดขอบเขตงานให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษร
สรุป
การปิดบริษัทเองทำได้จริงในส่วนงานทะเบียนและธุรการ โดยเฉพาะเมื่อ DBD เปิดให้ยื่นจดเลิกและจดเสร็จการชำระบัญชีออนไลน์ แต่บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบ ณ วันเลิก และงานภาษี VAT การคืนทรัพย์สินผู้ถือหุ้น และหน้าที่ผู้ชำระบัญชีมีความเสี่ยงที่ควรประเมินอย่างจริงจัง บริษัทที่ไม่จด VAT ไม่มีทรัพย์สินหรือหนี้คงค้าง และบัญชีพร้อม เหมาะกับการปิดบริษัทเองมากที่สุด ส่วนบริษัทที่มีรายการค้างควรจ้างผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยในส่วนบัญชีและภาษี
FAQ
ปิดบริษัทเองต้องมีความรู้บัญชีหรือไม่?
สำหรับงานทะเบียนกับ DBD ไม่จำเป็นต้องมีความรู้บัญชีลึก แต่ต้องเข้าใจเงื่อนไขการประชุมและเส้นตาย ส่วนงานปิดบัญชี การทำงบ ณ วันเลิก และการยื่นภาษี ต้องอาศัยความรู้บัญชีและภาษี ในทางปฏิบัติเจ้าของที่ไม่มีพื้นฐานมักจ้างผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชีดูแลส่วนนี้ และต้องจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบ ณ วันเลิกอยู่แล้ว
ถ้าทำเองแล้วติดขัดกลางทาง ค่อยจ้างได้ไหม?
ได้ แต่ควรระวังเส้นตายที่เดินอยู่แล้ว เช่น ลช.3 ทุก 3 เดือน หรือ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับแต่วันจดเลิก การเปลี่ยนมาจ้างกลางทางอาจทำให้ผู้ให้บริการต้องตรวจงานที่ทำไปแล้วใหม่ หากจะทำเอง ควรขอให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินสถานะตั้งแต่ต้น เพื่อรู้จุดเสี่ยงล่วงหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกขั้นไว้ส่งต่อได้
ผู้ชำระบัญชีต้องเป็นเจ้าของบริษัทเองหรือจ้างคนนอกได้?
ตามมาตรา 1251 หากไม่ได้ตั้งคนอื่น กรรมการเป็นผู้ชำระบัญชีโดยปริยาย แต่ข้อบังคับหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นตั้งบุคคลอื่นได้ การตั้งคนนอกเป็นผู้ชำระบัญชีต้องระบุในรายงานการประชุม และการเปลี่ยนผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนภายใน 14 วัน (มาตรา 1258) ผู้ที่รับตำแหน่งต้องรับหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายด้วย
ใช้บริการปิดบริษัทแล้ว ความรับผิดของกรรมการหมดไปหรือไม่?
ไม่หมดไปโดยอัตโนมัติ การจ้างผู้ให้บริการช่วยลดความผิดพลาดในการปฏิบัติ แต่ความรับผิดตามกฎหมายของผู้ชำระบัญชีและกรรมการยังคงอยู่ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง มาตรา 1272 ยังเปิดให้ฟ้องเรียกหนี้ได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันสิ้นสุดการชำระบัญชี จึงควรเก็บเอกสารและหลักฐานทุกขั้นไว้เอง
ทำไมใบเสนอราคาปิดบริษัทแต่ละเจ้าต่างกันมาก?
เพราะขอบเขตงานต่างกัน บางรายรวมเพียงการจดเลิก บางรายรวมการทำบัญชี สอบบัญชี ยื่นภาษี ดูแล VAT จนถอนชื่อ และจดเสร็จการชำระบัญชี ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมราชการแตกต่างตามขนาดกิจการและผู้ให้บริการ ควรเปรียบเทียบใบเสนอราคาโดยใช้ขอบเขตงานเดียวกัน และถามเสมอว่าอะไรไม่รวมในราคา
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
ไม่ว่าคุณจะเลือกปิดบริษัทเองบางส่วนหรือให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลทั้งหมด ThaiRegisters ช่วยประเมินและกำหนดขอบเขตงานให้เหมาะกับสถานะบริษัทของคุณ
· ประเมินสถานะบริษัทเบื้องต้นว่าอยู่ในระดับความซับซ้อนใด และส่วนใดเหมาะทำเอง
· ดูแลงานทะเบียนกับ DBD ตั้งแต่จดเลิกจนจดเสร็จการชำระบัญชี
· ดูแลงานบัญชี ปิดงบ และประสานผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสำหรับงบ ณ วันเลิก
· ดูแลภาษีเงินได้นิติบุคคล VAT และการแจ้งเลิกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
· รับงานเฉพาะส่วนสำหรับลูกค้าที่ต้องการทำบางขั้นตอนเอง
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:
· ชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล
· สถานะการจด VAT และจำนวนลูกจ้าง
· งบการเงินปีล่าสุดที่ส่งแล้ว และปีที่ค้าง (ถ้ามี)
· รายการทรัพย์สิน หนี้สิน ลูกหนี้คงค้างโดยสังเขป
· งานส่วนที่ต้องการทำเอง และส่วนที่ต้องการให้ช่วย




