top of page

ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่อะไร อำนาจ ความรับผิด และกำหนดเวลาที่ต้องรู้

Writer: Thairegisters
Thairegisters
15 hours ago
3 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: อภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: อภิรักษ์ บวบทอง

ผู้ชำระบัญชีคือบุคคลที่ทำหน้าที่สะสางกิจการของบริษัทหลังเลิก โดยปริยายคือกรรมการบริษัท เว้นแต่ข้อบังคับหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นตั้งคนอื่น (ป.พ.พ. ม.1251) หน้าที่หลักคือแจ้งเจ้าหนี้และจดทะเบียนเลิกภายใน 14 วัน ทำงบดุลให้ผู้สอบบัญชีตรวจ เก็บหนี้ ชำระหนี้ คืนทรัพย์สินส่วนที่เหลือให้ผู้ถือหุ้น รายงานต่อนายทะเบียนทุก 3 เดือนหากยังไม่เสร็จ แล้วจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี รวมถึงแจ้งการเลิกต่อกรมสรรพากรตามประมวลรัษฎากร ม.72 การปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบอาจทำให้ผู้ชำระบัญชีต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว

ผู้ชำระบัญชีคือใคร และใครเป็นได้บ้าง


ผู้ชำระบัญชีโดยปริยายของบริษัทจำกัดคือกรรมการ ส่วนห้างหุ้นส่วนคือหุ้นส่วนผู้จัดการ เว้นแต่ข้อบังคับหรือที่ประชุมจะตั้งบุคคลอื่น และศาลอาจตั้งผู้ชำระบัญชีได้ตามคำร้องของพนักงานอัยการหรือผู้มีส่วนได้เสีย (ป.พ.พ. ม.1251)

การตั้ง ยืนยัน ถอน และเปลี่ยนผู้ชำระบัญชี

เรื่อง

ข้อกฎหมาย

สาระสำคัญ

ผู้ชำระบัญชีโดยปริยาย

ม.1251

กรรมการ (บริษัท) / หุ้นส่วนผู้จัดการ (ห้าง) เว้นแต่ข้อบังคับหรือที่ประชุมตั้งคนอื่น

ศาลตั้ง

ม.1251

ตามคำร้องของอัยการหรือผู้มีส่วนได้เสีย

ที่ประชุมใหญ่ยืนยันหรือตั้ง

ม.1256

ที่ประชุมใหญ่ยืนยันหรือตั้งผู้ชำระบัญชี และอนุมัติงบดุล

ถอนผู้ชำระบัญชี

ม.1257

ถอนโดยมติที่ประชุม หรือศาลถอนตามคำร้องของผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 1 ใน 20

เปลี่ยนผู้ชำระบัญชี

ม.1258

ต้องจดทะเบียนภายใน 14 วัน

 

ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติ: ถ้าบริษัทมีกรรมการหลายคน และไม่ได้ตั้งผู้ชำระบัญชีเป็นการเฉพาะ กรรมการทุกคนจะเป็นผู้ชำระบัญชีโดยปริยาย ในการจดทะเบียนเลิกตามคู่มือ DBD ผู้ชำระบัญชีทุกคนต้องลงชื่อในแบบ ลช.2 และหากตั้งผู้ชำระบัญชีที่ไม่ใช่กรรมการทุกคนหรือกำหนดอำนาจใหม่ ต้องแนบสำเนารายงานการประชุม ในทางปฏิบัติจึงควรระบุชื่อผู้ชำระบัญชีและอำนาจให้ชัดในมติเลิกบริษัทเสมอ


ผู้ชำระบัญชีมีอำนาจอะไรบ้าง

ป.พ.พ. ม.1259 ให้อำนาจผู้ชำระบัญชีเท่าที่จำเป็นเพื่อชำระสะสางกิจการของบริษัทให้เสร็จ ได้แก่

1. ฟ้องหรือต่อสู้คดีในนามบริษัท

2. ประนีประนอมยอมความ

3. ดำเนินกิจการของบริษัทเท่าที่จำเป็นเพื่อชำระสะสาง

4. ขายทรัพย์สินของบริษัท

5. ทำการอย่างอื่นที่จำเป็นเพื่อชำระบัญชีให้เสร็จ

นอกจากนี้ ม.1265 ให้ผู้ชำระบัญชีเรียกค่าหุ้นที่ยังค้างชำระจากผู้ถือหุ้นได้

ขอบเขตที่ควรเข้าใจ: อำนาจเหล่านี้มีไว้เพื่อ "ปิด" กิจการ ไม่ใช่เพื่อขยายกิจการใหม่ บริษัทที่เลิกแล้วถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีเท่านั้น (ม.1249) การทำธุรกรรมใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับการชำระสะสางจึงอาจถูกตั้งคำถามได้


หน้าที่ของผู้ชำระบัญชีตามกำหนดเวลา มีอะไรบ้าง

หน้าที่ของผู้ชำระบัญชีมีกำหนดเวลาชัดเจนตั้งแต่วันเลิกจนถึงวันส่งมอบเอกสาร ตารางนี้รวมหน้าที่หลักตาม ป.พ.พ. และประมวลรัษฎากรไว้ในที่เดียว

ลำดับ

หน้าที่

ข้อกฎหมาย

กำหนดเวลา

1

ลงประกาศหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง ให้เจ้าหนี้ยื่นทวงหนี้

ป.พ.พ. ม.1253(1)

ภายใน 14 วันนับแต่วันเลิก

2

ส่งคำบอกกล่าวทางจดหมายลงทะเบียนถึงเจ้าหนี้ทุกคนที่ปรากฏในบัญชี/เอกสาร

ป.พ.พ. ม.1253(2)

ภายใน 14 วันนับแต่วันเลิก

3

จดทะเบียนเลิกและชื่อผู้ชำระบัญชี

ป.พ.พ. ม.1254

ภายใน 14 วันนับแต่วันเลิก

4

ร่วมกับผู้จัดการแจ้งการเลิกต่อเจ้าพนักงานประเมิน

ป.รัษฎากร ม.72

ภายใน 15 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก

5

ทำงบดุล ส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบ แล้วเรียกประชุมใหญ่

ป.พ.พ. ม.1255

โดยเร็วที่สุด

6

ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน ณ วันเลิก

ป.รัษฎากร

ภายใน 150 วันนับแต่วันจดทะเบียนเลิก (ขอขยายได้ภายใน 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนเลิก)

7

ยื่นรายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช.3) ต่อนายทะเบียน

ป.พ.พ. ม.1267

ทุก 3 เดือน หากยังชำระบัญชีไม่เสร็จ

8

เรียกประชุมใหญ่

ป.พ.พ. ม.1268

ทุกสิ้นปี หากชำระบัญชียังไม่เสร็จ

9

ทำรายงานการชำระบัญชีเสนอที่ประชุมใหญ่ แล้วจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

ป.พ.พ. ม.1270

จดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันประชุม

10

มอบสมุดบัญชีและเอกสารให้นายทะเบียน

ป.พ.พ. ม.1271

ภายใน 14 วัน (นายทะเบียนเก็บไว้ 10 ปี)

 

หมายเหตุ: ตารางนี้ไม่รวมหน้าที่ VAT ประกันสังคม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งยังมีอยู่หากบริษัทจด VAT มีลูกจ้าง หรือมีการจ่ายเงินได้ที่ต้องหักภาษี ดูรายละเอียดในบทความเรื่องภาษีที่ต้องยื่นเมื่อปิดบริษัท

หน้าที่ด้านการเงินระหว่างชำระบัญชี

·       ชำระค่าใช้จ่ายชำระบัญชีก่อน: ค่าธรรมเนียม ภาระติดพัน และค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีชำระก่อนหนี้อื่น (ม.1263)

·       วางทรัพย์เมื่อเจ้าหนี้ไม่มาทวง: แทนการชำระหนี้ (ม.1264)

·       ร้องขอให้ศาลสั่งล้มละลายเมื่อทรัพย์สินไม่พอ: หากเรียกค่าหุ้นครบแล้วทรัพย์สินยังไม่พอชำระหนี้ ต้องร้องขอทันที (ม.1266)

·       คืนทรัพย์สินเฉพาะส่วนที่เหลือ: คืนให้ผู้ถือหุ้นได้เฉพาะส่วนที่ไม่ต้องใช้ชำระหนี้ (ม.1269)

หน้าที่ด้านภาษีต่อกรมสรรพากร

·       แจ้งการเลิก: ตาม ม.72 ภายใน 15 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก การไม่แจ้งอาจมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

·       ยื่นแบบภาษีทุกรอบระหว่างชำระบัญชี: ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินทุกรอบ จนกว่าจะจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

·       ทรัพย์สินคงเหลือ: ทรัพย์สินคงเหลือ ณ วันเลิกตีราคาตามราคาตลาดเพื่อคำนวณกำไรสุทธิ (ม.74)

·       หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อคืนเงินผู้ถือหุ้น: ส่วนที่ผู้ถือหุ้นได้รับเกินทุนเป็นเงินได้ ม.40(4)(ฉ) ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาถูกหักตามอัตราก้าวหน้า ม.50(2)

·       แจ้งเมื่อชำระบัญชีเสร็จ: ควรแจ้งสำนักงานสรรพากรพื้นที่เมื่อชำระบัญชีเสร็จ (ดูบทเรียนจากคำพิพากษาด้านล่าง)


ผู้ชำระบัญชีต้องรับผิดส่วนตัวหรือไม่

ได้ ถ้าผู้ชำระบัญชีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย อาจต้องรับผิดทั้งในทางแพ่งต่อผู้ที่ได้รับความเสียหาย และรับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2094/2553

ข้อเท็จจริงที่เผยแพร่โดยกรมสรรพากร: ผู้ชำระบัญชีที่ชำระบัญชีเสร็จโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงานประเมิน อาจต้องรับผิดฐานละเมิด

บทเรียนเชิงปฏิบัติ: การจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีที่ DBD ไม่ได้แปลว่าความรับผิดของผู้ชำระบัญชีสิ้นสุดเสมอไป หากบริษัทยังมีภาระภาษีที่กรมสรรพากรไม่ได้รับแจ้งและไม่ได้รับชำระ ผู้ชำระบัญชีอาจถูกเรียกร้องเป็นการส่วนตัว การแจ้งการเลิกตาม ม.72 การยื่นแบบให้ครบทุกรอบ และการแจ้งสรรพากรพื้นที่เมื่อชำระบัญชีเสร็จ จึงเป็นการป้องกันตัวเองโดยตรง

โทษเมื่อไม่ปฏิบัติหน้าที่

·       ข้อกฎหมาย: การไม่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้ชำระบัญชี หรือไม่จดทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด มีโทษตาม พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 ซึ่งปัจจุบันกำหนดเป็น "ค่าปรับเป็นพินัย" จำนวนเงินต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับ DBD สายด่วน 1570

·       ข้อกฎหมาย: หากเลิกแล้วแต่ไม่มีผู้ชำระบัญชี ไม่ยื่นรายงาน หรือไม่จดทะเบียนเสร็จ นายทะเบียนอาจดำเนินการขีดชื่อตาม ป.พ.พ. ม.1273/2 โดยให้เวลา 180 วัน แล้วประกาศและขีดชื่อเมื่อพ้น 90 วัน แต่ความรับผิดของกรรมการ หุ้นส่วน และผู้ถือหุ้นยังคงอยู่ตาม ม.1273/3

·       ข้อเท็จจริงล่าสุด: ข่าวเมื่อ 5 สิงหาคม 2569 (MGR Online) รายงานว่า DBD ประกาศจะขีดชื่อนิติบุคคลในกรุงเทพฯ ที่เลิกแล้วแต่ชำระบัญชีไม่เสร็จภายใน 3 ปี จำนวน 2,788 ราย สะท้อนว่าการปล่อยการชำระบัญชีค้างไว้นานเป็นประเด็นที่หน่วยงานติดตามจริง

ความเสี่ยงหลังชำระบัญชีเสร็จ

ป.พ.พ. ม.1272 ห้ามฟ้องเรียกหนี้ของบริษัท ผู้ถือหุ้น หรือผู้ชำระบัญชี เมื่อพ้น 2 ปีนับแต่วันสิ้นสุดการชำระบัญชี ในช่วง 2 ปีนี้ผู้ชำระบัญชีจึงยังอาจถูกฟ้องได้ หากมีเจ้าหนี้ตกหล่นหรือมีการคืนทรัพย์สินให้ผู้ถือหุ้นก่อนชำระหนี้ครบ


ควรเลือกกรรมการหรือมืออาชีพเป็นผู้ชำระบัญชี

ถ้าบริษัทเล็ก ไม่มีรายการค้าง และกรรมการมีเวลาดูแล การให้กรรมการเป็นผู้ชำระบัญชีมักเพียงพอ แต่ถ้ามีหนี้ ทรัพย์สิน ภาษีค้าง หรือผู้ถือหุ้นมีความเห็นไม่ตรงกัน การตั้งผู้ชำระบัญชีมืออาชีพหรือให้มืออาชีพเป็นผู้ช่วยมักช่วยลดความเสี่ยงได้

ปัจจัย

กรรมการเป็นผู้ชำระบัญชี

ผู้ชำระบัญชีมืออาชีพ

ความรู้ข้อเท็จจริงของบริษัท

รู้ประวัติบริษัทดี

ต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูล

ความเข้าใจกฎหมายและภาษี

ขึ้นกับประสบการณ์ของกรรมการ

มีความชำนาญเฉพาะด้าน

ความเป็นกลาง

อาจมีส่วนได้เสีย เช่น เป็นเจ้าหนี้เงินกู้หรือผู้ถือหุ้นด้วย

เป็นกลางกว่าเมื่อผู้ถือหุ้นมีความขัดแย้ง

ค่าใช้จ่าย

ไม่มีค่าบริการผู้ชำระบัญชี (แต่ยังมีค่าสอบบัญชี/ค่าทำบัญชี)

มีค่าบริการ แตกต่างตามขนาดกิจการและผู้ให้บริการ

ความรับผิดส่วนตัว

กรรมการรับความเสี่ยงเอง

ผู้ชำระบัญชีมืออาชีพรับผิดชอบในฐานะผู้ชำระบัญชี

เหมาะกับ

บริษัทเล็ก ไม่มีรายการค้าง ผู้ถือหุ้นเห็นตรงกัน

บริษัทมีหนี้ ทรัพย์สิน ภาษีค้าง หรือผู้ถือหุ้นขัดแย้ง

 

ทางเลือกกลาง: หลายบริษัทให้กรรมการเป็นผู้ชำระบัญชีตามกฎหมาย แต่จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีดูแลงานเอกสาร กำหนดเวลา และการยื่นแบบ วิธีนี้ทำให้กรรมการยังควบคุมการตัดสินใจ แต่ลดความเสี่ยงตกหล่นเรื่องเส้นตาย

ตัวอย่างสถานการณ์: กรรมการที่ไม่รู้ว่าตนเป็นผู้ชำระบัญชี

ตัวอย่างสมมติ: บริษัท เอ จำกัด มีกรรมการ 2 คน ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษเลิกบริษัท โดยไม่ได้ตั้งผู้ชำระบัญชีเป็นการเฉพาะ กรรมการคนหนึ่งดูแลการจดทะเบียนเลิก ส่วนอีกคนเข้าใจว่าตนไม่มีหน้าที่อะไรแล้ว

·       ตาม ม.1251 กรรมการทั้ง 2 คนเป็นผู้ชำระบัญชีโดยปริยาย และต้องลงชื่อในแบบ ลช.2 ร่วมกัน

·       หากการชำระบัญชีไม่เสร็จใน 3 เดือน ทั้งคู่มีหน้าที่ยื่นรายงาน ลช.3 ทุก 3 เดือน และเรียกประชุมใหญ่ทุกสิ้นปีตาม ม.1268

·       หากบริษัทมีภาษีค้างและชำระบัญชีเสร็จโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงานประเมิน ทั้งคู่อาจมีความเสี่ยงตามแนวฎีกา 2094/2553

ทางแก้ที่เหมาะสม: ระบุในมติเลิกให้ชัดว่าใครเป็นผู้ชำระบัญชี มีอำนาจอย่างไร และกำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละเส้นตายเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของผู้ชำระบัญชี

·       ไม่รู้ว่าตนเป็นผู้ชำระบัญชีโดยปริยาย: กรรมการทุกคนเป็นผู้ชำระบัญชีหากไม่ได้ตั้งคนอื่น

·       นับวันผิด: เส้นตาย 14 วันตาม ม.1253 และ ม.1254 นับจากวันเลิก ส่วน 15 วันตาม ม.72 นับจากวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก

·       ลืมยื่น ลช.3: เมื่อชำระบัญชีเกิน 3 เดือน ต้องยื่นทุก 3 เดือน

·       คืนเงินผู้ถือหุ้นก่อนชำระหนี้ครบ: ขัดกับ ม.1269

·       ไม่แจ้งสรรพากรเมื่อชำระบัญชีเสร็จ: เพิ่มความเสี่ยงรับผิดส่วนตัว

·       ไม่ส่งมอบสมุดบัญชีและเอกสาร: ม.1271 กำหนดให้มอบภายใน 14 วัน

·       เปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีแต่ไม่จดทะเบียน: ม.1258 กำหนดให้จดภายใน 14 วัน

คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

·       ทำปฏิทินหน้าที่ตั้งแต่วันลงมติ: ใส่ทุกเส้นตายจากตารางด้านบนลงปฏิทิน พร้อมผู้รับผิดชอบ

·       เก็บหลักฐานทุกขั้น: หน้าหนังสือพิมพ์ ใบรับจดหมายลงทะเบียน ใบรับแบบภาษี และรายงานการประชุม เป็นเครื่องป้องกันความรับผิดของผู้ชำระบัญชี

·       ประเมินสถานะภาษีก่อนรับตำแหน่ง: ผู้ที่ถูกขอให้เป็นผู้ชำระบัญชีควรขอดูงบและสถานะภาษีล่าสุดก่อน เพราะภาระที่ค้างจะกลายเป็นงานที่ตนต้องสะสาง

·       อย่าปล่อยการชำระบัญชีค้างนาน: ยิ่งนาน ยิ่งต้องยื่น ลช.3 และประชุมประจำปีต่อเนื่อง และเสี่ยงถูกขีดชื่อตาม ม.1273/2

·       ระยะเวลาเป็นการประมาณการ: กรณีไม่ซับซ้อนอาจใช้ราว 2–4 เดือน กรณีจด VAT หรือมีรายการค้างอาจ 6 เดือนขึ้นไป หรือมากกว่า 1 ปีหากถูกตรวจสอบ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการจากประสบการณ์ทั่วไป ไม่ใช่ระยะเวลาตามกฎหมาย


สรุป

ผู้ชำระบัญชีคือผู้รับผิดชอบหลักในการปิดบริษัทหลังมีมติเลิก โดยปริยายคือกรรมการทุกคน เว้นแต่มีการตั้งบุคคลอื่น ผู้ชำระบัญชีมีอำนาจตาม ม.1259 ในการฟ้องคดี ประนีประนอม ขายทรัพย์สิน และดำเนินกิจการเท่าที่จำเป็น ขณะเดียวกันมีหน้าที่ตามกำหนดเวลาชัดเจน ตั้งแต่แจ้งเจ้าหนี้และจดทะเบียนเลิกภายใน 14 วัน แจ้งสรรพากรภายใน 15 วัน รายงาน ลช.3 ทุก 3 เดือน จนถึงจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีและส่งมอบเอกสาร การไม่ปฏิบัติหน้าที่อาจมีค่าปรับเป็นพินัยและความรับผิดส่วนตัว ดังที่เห็นจากแนวฎีกา 2094/2553 การวางปฏิทินหน้าที่และเก็บหลักฐานทุกขั้นจึงเป็นสิ่งที่ผู้ชำระบัญชีทุกคนควรทำ

FAQ

ผู้ชำระบัญชีต้องเป็นนักบัญชีหรือทนายความไหม?

ไม่จำเป็น ป.พ.พ. ม.1251 กำหนดให้กรรมการเป็นผู้ชำระบัญชีโดยปริยาย และที่ประชุมหรือข้อบังคับอาจตั้งบุคคลอื่นได้ อย่างไรก็ตาม งานของผู้ชำระบัญชีเกี่ยวข้องกับงบการเงินที่ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ และแบบภาษีหลายประเภท ผู้ชำระบัญชีที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจึงมักใช้ผู้ช่วยด้านบัญชีและภาษีควบคู่

ผู้ชำระบัญชีมีได้กี่คน และต้องลงชื่อร่วมกันไหม?

มีได้มากกว่า 1 คน หากไม่ได้ตั้งเป็นการเฉพาะ กรรมการทุกคนเป็นผู้ชำระบัญชีโดยปริยาย ตามคู่มือ DBD ผู้ชำระบัญชีทุกคนต้องลงชื่อในแบบ ลช.2 เมื่อจดทะเบียนเลิก ส่วนอำนาจกระทำการแทนบริษัทว่าต้องลงชื่อร่วมกันหรือไม่ ควรกำหนดให้ชัดในมติที่ประชุม และแนบรายงานการประชุมเมื่อกำหนดอำนาจใหม่

ผู้ชำระบัญชีลาออกหรือเสียชีวิตระหว่างชำระบัญชี ทำอย่างไร?

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามารถตั้งผู้ชำระบัญชีคนใหม่ได้ และการเปลี่ยนผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนภายใน 14 วันตาม ป.พ.พ. ม.1258 หากไม่สามารถตั้งได้ ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการอาจร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีตาม ม.1251 รายละเอียดเอกสารที่ใช้ต้องตรวจสอบกับ DBD สายด่วน 1570

ผู้ถือหุ้นไม่พอใจการทำงานของผู้ชำระบัญชี ทำอะไรได้บ้าง?

ตาม ป.พ.พ. ม.1257 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามารถลงมติถอนผู้ชำระบัญชีได้ หรือผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 20 ของหุ้นทั้งหมด สามารถร้องขอให้ศาลถอนได้ เมื่อถอนแล้วต้องตั้งผู้ชำระบัญชีคนใหม่และจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงภายใน 14 วัน

จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว ผู้ชำระบัญชียังมีความรับผิดอยู่ไหม?

ยังอาจมี ป.พ.พ. ม.1272 กำหนดว่าห้ามฟ้องเรียกหนี้ของบริษัท ผู้ถือหุ้น หรือผู้ชำระบัญชี เมื่อพ้น 2 ปีนับแต่วันสิ้นสุดการชำระบัญชี ภายใน 2 ปีจึงยังมีความเสี่ยง นอกจากนี้กรมสรรพากรเผยแพร่แนวฎีกา 2094/2553 ว่าผู้ชำระบัญชีที่ชำระบัญชีเสร็จโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงานประเมินอาจต้องรับผิดฐานละเมิด

ผู้ชำระบัญชีได้รับค่าตอบแทนไหม?

ค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีได้รับชำระก่อนหนี้อื่นตาม ป.พ.พ. ม.1263 ส่วนหลักเกณฑ์เรื่องค่าตอบแทนผู้ชำระบัญชีควรตรวจสอบข้อบังคับบริษัทและตัวบทกฎหมายล่าสุดประกอบ ในทางปฏิบัติ หากกรรมการเป็นผู้ชำระบัญชีมักไม่คิดค่าตอบแทน ส่วนผู้ชำระบัญชีมืออาชีพจะคิดค่าบริการแตกต่างตามขนาดกิจการและผู้ให้บริการ ควรให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติค่าตอบแทนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

หากคุณกำลังจะเป็นผู้ชำระบัญชี หรือต้องการผู้ช่วยดูแลหน้าที่ทั้งหมดให้ครบตามกำหนดเวลา ThaiRegisters ช่วยได้ในเรื่องต่อไปนี้

·       จัดทำปฏิทินหน้าที่ผู้ชำระบัญชีตามวันเลิกจริงของบริษัท

·       ดำเนินการประกาศหนังสือพิมพ์ ส่งจดหมายถึงเจ้าหนี้ และจดทะเบียนเลิกกับ DBD

·       ดูแลงบ ณ วันเลิก การแจ้งเลิกต่อกรมสรรพากร และการยื่นแบบภาษีระหว่างชำระบัญชี

·       จัดทำรายงานการชำระบัญชี (ลช.3) รายงานการประชุม และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ

·       หนังสือรับรองบริษัทและข้อบังคับ (ถ้ามี)

·       รายชื่อกรรมการและผู้ที่ต้องการให้เป็นผู้ชำระบัญชี

·       วันที่ลงมติเลิกหรือวันที่วางแผนจะประชุม

·       งบการเงินล่าสุดและสถานะภาษี/VAT

·       รายการทรัพย์สิน หนี้สิน และสัญญาที่ยังผูกพัน


bottom of page