top of page

เลือกสำนักงานบัญชีอย่างไรให้เหมาะกับ SME: เช็กลิสต์ตรวจก่อนจ้าง ปี 2569

Writer: Thairegisters
Thairegisters
11 minutes ago
2 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง


การเลือกสำนักงานบัญชีให้เหมาะกับ SME ควรตรวจ 2 ชั้น ชั้นแรกคือเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและตรวจสอบได้ ได้แก่ ผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบมีวุฒิตรงกับขนาดกิจการ เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ยังไม่ขาดอายุ อบรม CPD ครบ และรับทำงบไม่เกิน 100 งบต่อปี ชั้นที่สองคือคุณภาพบริการ ได้แก่ ความเข้าใจธุรกิจ ระบบรับส่งเอกสาร รายงานที่ได้รับ ความเป็นอิสระจากผู้สอบบัญชี และสัญญาที่ชัดเจน


ทำไมการเลือกสำนักงานบัญชีจึงเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของกิจการ?

เพราะกฎหมายกำหนดหน้าที่ไว้ที่บริษัท ไม่ใช่ที่สำนักงานบัญชี ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 19 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด และต้องควบคุมดูแลให้บันทึกบัญชีถูกต้องตามความเป็นจริง การไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติมีค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 29

นอกจากนี้ มาตรา 40 กำหนดว่า หากนิติบุคคลกระทำผิด กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบที่สั่งการหรือไม่ป้องกัน ต้องรับโทษด้วย การจ้างสำนักงานบัญชีจึงไม่ใช่การ "โอนความรับผิดชอบ" ออกไปทั้งหมด เจ้าของกิจการยังต้องเลือกให้ถูกคน และส่งเอกสารให้ครบตามมาตรา 12

เกณฑ์ผู้ทำบัญชีปี 2569 ที่ต้องตรวจมีอะไรบ้าง?

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ตารางด้านล่างสรุปเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการเลือกสำนักงานบัญชีโดยตรง

เกณฑ์

ข้อกำหนด

สิ่งที่เจ้าของกิจการควรถาม

วุฒิการศึกษา

ปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า ทำบัญชีได้ทุกขนาด; อนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชี ทำได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัดที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

ผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบบริษัทเรามีวุฒิระดับใด และตรงกับขนาดกิจการหรือไม่

สมาชิกภาพ

ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและต่ออายุรายปี ขาดสมาชิกภาพเท่ากับขาดคุณสมบัติ

สมาชิกภาพยังมีผลอยู่หรือไม่

ผู้ทำบัญชีรายใหม่

ตั้งแต่ปี 2569 ต้องผ่านการทดสอบในระบบ e-Accountant (ผู้ทำบัญชีเดิมที่ไม่ขาดสถานะไม่ต้องสอบ)

ถ้าเป็นผู้ทำบัญชีรายใหม่ ผ่านการทดสอบแล้วหรือยัง

CPD

อย่างน้อย 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน เป็นด้านบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง รายงานภายใน 31 ธันวาคม

อบรม CPD ครบตามเกณฑ์ปีนี้หรือไม่

เพดานงาน

ผู้ทำบัญชี 1 คนรับทำงบได้ไม่เกิน 100 งบต่อปีปฏิทิน

ผู้ทำบัญชีคนนี้ดูแลกี่กิจการ และสำนักงานมีผู้ทำบัญชีกี่คน

การแจ้งรับงาน

แจ้งรับทำหรือยกเลิกทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน

จะแจ้งรับทำบัญชีบริษัทเราเมื่อใด

 

ข้อควรรู้: การอบรม CPD ไม่ครบไม่ทำให้ขาดคุณสมบัติทันที แต่ต้องอบรมชดเชย และการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของประกาศมีค่าปรับเป็นพินัย ข้อมูลรายละเอียดของประกาศควรตรวจสอบล่าสุดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570

ทำไมเพดาน 100 งบต่อปีจึงสำคัญกับ SME?

เพดานนี้ช่วยบอกว่าผู้ทำบัญชีคนหนึ่งมีเวลาให้แต่ละกิจการได้แค่ไหน สำนักงานที่รับลูกค้าจำนวนมากแต่มีผู้ทำบัญชีน้อย อาจต้องกระจายงานให้ผู้ช่วยหลายคน ซึ่งไม่ผิด แต่เจ้าของกิจการควรรู้ว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีที่มีชื่อรับผิดชอบงบของบริษัท และมีระบบตรวจทานงานของผู้ช่วยอย่างไร

วุฒิต้องตรงกับขนาดกิจการ และต้องทบทวนเมื่อธุรกิจโต

ถ้าบริษัทเติบโตจนทุนจดทะเบียน สินทรัพย์รวม หรือรายได้รวมเกินเกณฑ์ข้างต้น ผู้ทำบัญชีที่มีวุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. จะไม่สามารถทำบัญชีให้ได้อีก ควรตกลงกับสำนักงานบัญชีล่วงหน้าว่าจะเปลี่ยนผู้รับผิดชอบเมื่อใด เพื่อไม่ให้บริษัทตกอยู่ในสภาพไม่มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ

ทำไมสำนักงานบัญชีไม่ควรเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทเดียวกัน?

เพราะผู้สอบบัญชีต้องเป็นอิสระจากงานที่ตนตรวจ ผู้ทำบัญชีมีหน้าที่บันทึกบัญชีและจัดทำงบตามมาตรา 19–20 พ.ร.บ.การบัญชี ส่วนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินอย่างเป็นอิสระ ถ้าคนเดียวกันหรือสำนักงานเดียวกันทำทั้งสองบทบาท จะเกิดความเสี่ยงที่ต้องสอบทานงานของตนเอง ในทางปฏิบัติจึงไม่ควรให้บุคคลหรือสำนักงานเดียวกันเป็นทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของกิจการเดียวกัน

สำนักงานบัญชีจำนวนมากทำงานร่วมกับสำนักงานสอบบัญชีที่แยกจากกัน ซึ่งช่วยให้ประสานงานได้สะดวก สิ่งที่ควรถามคือผู้สอบบัญชีเป็นใคร เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ตรวจสอบรายชื่อได้ในระบบของสภาวิชาชีพบัญชีหรือไม่ และแยกจากผู้ทำบัญชีอย่างไร

ข้อควรรู้: บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินทุกปี โดยกฎหมายไม่มีข้อยกเว้นตามขนาดหรือรายได้สำหรับบริษัทจำกัด และผู้สอบบัญชีต้องได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นทุกปี (ป.พ.พ. มาตรา 1209)

นอกจากเกณฑ์กฎหมาย ควรดูอะไรอีกบ้าง?

ควรดูว่าสำนักงานเข้าใจธุรกิจของคุณ มีระบบทำงานที่ตรวจสอบได้ และสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษร เกณฑ์ชั้นนี้ไม่มีกฎหมายกำหนด แต่มีผลต่อคุณภาพงานในระยะยาว

เกณฑ์ด้านบริการ

สิ่งที่ควรเห็น

สัญญาณที่ควรระวัง

ความเข้าใจธุรกิจ

ถามเรื่องรูปแบบรายได้ สต็อก VAT และพนักงานก่อนเสนอราคา

เสนอราคาทันทีโดยไม่ถามข้อมูล

ระบบรับส่งเอกสาร

มีช่องทางและกำหนดส่งเอกสารที่ชัด

รับเอกสารแบบไม่มีระบบ ไม่มีบันทึกการรับ

รายงานที่ได้รับ

ส่งสำเนาแบบภาษีและหลักฐานการยื่นทุกเดือน

ไม่ส่งหลักฐาน ต้องทวงถามเอง

การสื่อสาร

มีผู้ติดต่อประจำ และตอบคำถามเป็นลายลักษณ์อักษร

เปลี่ยนผู้ดูแลบ่อย ไม่มีบันทึก

ความโปร่งใสเรื่องราคา

แยกค่ารายเดือน ค่าปิดงบ และค่าสอบบัญชี

ราคาเหมารวมที่ไม่ระบุขอบเขต

จริยธรรม

อธิบายทางเลือกภาษีที่ถูกกฎหมายพร้อมเอกสารรองรับ

เสนอวิธีลดภาษีที่ไม่มีเอกสารหรือให้ไม่บันทึกรายการ

การส่งมอบงานคืน

มีเงื่อนไขส่งมอบบัญชีและเอกสารเมื่อเลิกจ้าง

ไม่มีเงื่อนไข หรือเก็บเอกสารไว้เป็นข้อต่อรอง

 

ความเข้าใจมาตรฐานบัญชีที่ใช้

SMEs ส่วนใหญ่เป็นกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ และใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ฉบับปรับปรุง 2565 ซึ่งมีผลกับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2566 สำนักงานบัญชีควรอธิบายได้ว่าบริษัทของคุณใช้มาตรฐานชุดใด และมีประเด็นเฉพาะใดที่ต้องระวัง

ขั้นตอนเลือกสำนักงานบัญชีสำหรับ SME

1. สรุปความต้องการของกิจการ ได้แก่ ประเภทธุรกิจ สถานะ VAT จำนวนพนักงาน ปริมาณเอกสาร และงานค้าง

2. คัดรายชื่อ 2–3 สำนักงาน แล้วส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้ทุกราย

3. ขอข้อมูลผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบ ชื่อ วุฒิ สถานะสมาชิกภาพ และจำนวนกิจการที่ดูแล

4. ถามเรื่องผู้สอบบัญชี ว่าเป็นใคร และเป็นอิสระจากผู้ทำบัญชีอย่างไร

5. ขอตัวอย่างรายงาน ที่จะได้รับทุกเดือนและเมื่อปิดงบ

6. อ่านสัญญาให้ครบ ขอบเขตงาน กำหนดส่ง ค่าบริการเพิ่ม การยกเลิก และการส่งมอบเอกสารคืน

7. ยืนยันการแจ้งรับทำบัญชี ในระบบ e-Accountant ภายใน 30 วันหลังเริ่มงาน

8. ทบทวนทุกปี หลังปิดงบ ว่างานตรงเวลา ถูกต้อง และยังเหมาะกับขนาดกิจการหรือไม่

เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญา

☐ รู้ชื่อผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบบริษัท

☐ วุฒิของผู้ทำบัญชีตรงกับขนาดกิจการ

☐ สมาชิกภาพสภาวิชาชีพบัญชียังมีผล

☐ ผู้ทำบัญชีอบรม CPD ครบตามเกณฑ์ปีปัจจุบัน

☐ จำนวนงบที่ผู้ทำบัญชีรับทำอยู่ในเพดาน 100 งบต่อปี

☐ ผู้สอบบัญชีเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่แยกจากผู้ทำบัญชี

☐ ขอบเขตงานและราคาแยกเป็นรายการ

☐ มีกำหนดส่งเอกสารและส่งงานเป็นลายลักษณ์อักษร

☐ มีเงื่อนไขส่งมอบบัญชีและเอกสารเมื่อเลิกจ้าง

ตัวอย่างสถานการณ์: บริษัทโตเร็วจนผู้ทำบัญชีขาดคุณสมบัติ

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายหลักคิด ไม่ใช่ข้อมูลจริง

บริษัท ซี จำกัด เป็นธุรกิจขายอุปกรณ์ออนไลน์ จ้างสำนักงานบัญชีขนาดเล็กตั้งแต่เปิดบริษัท ผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบมีวุฒิ ปวส. ทางการบัญชี ซึ่งในปีแรกบริษัทมีทุนจดทะเบียน สินทรัพย์ และรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ทำบัญชีวุฒินี้ทำได้

ในปีที่สาม ยอดขายเติบโตจนรายได้รวมเกิน 30 ล้านบาท เจ้าของไม่ทราบว่าเกณฑ์นี้เกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ทำบัญชี จนผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตระหว่างตรวจงบ บริษัทต้องรีบหาผู้ทำบัญชีที่มีวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีมารับผิดชอบแทน

บทเรียนคือ ควรถามวุฒิของผู้ทำบัญชีตั้งแต่วันแรก และตกลงล่วงหน้าว่าสำนักงานจะเปลี่ยนผู้รับผิดชอบเมื่อกิจการเติบโตเกินเกณฑ์

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกสำนักงานบัญชี

·       เลือกจากราคาอย่างเดียว โดยไม่ตรวจว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีและมีคุณสมบัติหรือไม่

·       ไม่ถามเรื่องความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี แล้วยอมรับข้อเสนอที่ผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีเป็นคนเดียวกัน

·       คิดว่าจ้างแล้วหมดหน้าที่ ทั้งที่บริษัทยังต้องส่งเอกสารให้ครบ และกรรมการยังต้องรับผิดชอบตามมาตรา 40

·       ไม่ทบทวนเมื่อธุรกิจโต จนวุฒิของผู้ทำบัญชีไม่ตรงกับขนาดกิจการ

·       ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้เกิดปัญหาเมื่อเปลี่ยนสำนักงานและต้องขอเอกสารคืน

·       ไม่เก็บสำเนาแบบภาษีและหลักฐานการยื่น ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้เมื่อเกิดปัญหา


คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ


สำนักงานบัญชีที่เหมาะกับ SME ไม่จำเป็นต้องเป็นสำนักงานขนาดใหญ่ แต่ต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติครบ มีระบบตรวจทานงาน และกล้าบอกเจ้าของกิจการเมื่อเอกสารไม่พอหรือรายการมีความเสี่ยงทางภาษี

·       ให้ความสำคัญกับ "คนที่รับผิดชอบงบของคุณ" มากกว่าชื่อสำนักงาน

·       ขอให้สำนักงานแจ้งเมื่อพบรายการผิดปกติ แทนการบันทึกไปโดยไม่ถาม

·       ใช้การปิดงบปีแรกเป็นช่วงประเมินผล ถ้างานล่าช้าหรือมีข้อสังเกตจากผู้สอบบัญชีมาก ควรพูดคุยหรือพิจารณาเปลี่ยน

·       ถ้าจะเปลี่ยนสำนักงาน ให้เริ่มต้นรอบบัญชีใหม่ถ้าทำได้ และให้รายใหม่ตรวจรับงานเดิมก่อน


สรุป

การเลือกสำนักงานบัญชีให้เหมาะกับ SME เริ่มจากเกณฑ์ที่ตรวจสอบได้ตามกฎหมาย คือ ผู้ทำบัญชีมีวุฒิตรงกับขนาดกิจการ เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี อบรม CPD ครบ และรับงานไม่เกิน 100 งบต่อปี ตามเกณฑ์ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 จากนั้นตรวจความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี ความเข้าใจธุรกิจ ระบบรายงาน และสัญญา เพราะแม้จะจ้างสำนักงานบัญชี บริษัทและกรรมการยังมีหน้าที่ตามกฎหมายอยู่ การเลือกให้ถูกคนตั้งแต่ต้นจึงลดความเสี่ยงได้มากกว่าการแก้ปัญหาภายหลัง

จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าผู้ทำบัญชีมีคุณสมบัติจริง?

วิธีที่ใช้ได้จริงคือขอชื่อผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบ วุฒิการศึกษา และหลักฐานสมาชิกภาพสภาวิชาชีพบัญชีที่ยังมีผล รวมถึงถามว่าจะแจ้งรับทำบัญชีของบริษัทในระบบ e-Accountant เมื่อใด ช่องทางตรวจสอบสถานะกับหน่วยงานโดยตรงควรสอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 หรือสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อใช้ข้อมูลล่าสุด

สำนักงานบัญชีกับผู้ทำบัญชีต่างกันอย่างไร?

สำนักงานบัญชีคือธุรกิจที่ให้บริการ ส่วนผู้ทำบัญชีคือบุคคลที่มีคุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำบัญชีตามมาตรา 20 พ.ร.บ.การบัญชี เกณฑ์อย่างวุฒิ สมาชิกภาพ CPD และเพดาน 100 งบต่อปี ผูกกับตัวบุคคล ไม่ใช่ตัวสำนักงาน จึงต้องถามว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีของบริษัทคุณ

เปลี่ยนสำนักงานบัญชีระหว่างปีได้ไหม?

เปลี่ยนได้ แต่ควรวางแผนการส่งมอบบัญชีและเอกสาร ผู้ทำบัญชีรายเดิมต้องแจ้งยกเลิก และรายใหม่ต้องแจ้งรับทำบัญชีในระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนตอนเริ่มรอบบัญชีใหม่ เพื่อลดงานตรวจรับและความเสี่ยงที่ข้อมูลระหว่างปีขาดตอน

บริษัทเล็กควรเลือกสำนักงานบัญชีเล็กหรือใหญ่?

ขนาดสำนักงานไม่ใช่เกณฑ์หลัก สิ่งที่ควรดูคือผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบมีคุณสมบัติครบ มีเวลาดูแลงานของคุณ และสำนักงานมีระบบตรวจทาน สำนักงานเล็กอาจใกล้ชิดกว่า สำนักงานใหญ่อาจมีทีมเฉพาะทางมากกว่า ให้เลือกจากความเหมาะกับลักษณะธุรกิจและความซับซ้อนของรายการ

ผู้ทำบัญชีที่ไม่ได้อบรม CPD ครบ ยังทำบัญชีให้บริษัทได้ไหม?

ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การอบรม CPD ไม่ครบไม่ทำให้ขาดคุณสมบัติทันที แต่ผู้ทำบัญชีต้องอบรมชดเชย และการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมีค่าปรับเป็นพินัย เจ้าของกิจการจึงควรถามเรื่องนี้เป็นสัญญาณของวินัยวิชาชีพ ส่วนกรณีขาดสมาชิกภาพสภาวิชาชีพบัญชีจะถือว่าขาดคุณสมบัติ


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?


ถ้าคุณกำลังเลือกหรือเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ThaiRegisters ช่วยให้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจ

·       แจ้งชื่อและคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีที่จะรับผิดชอบบริษัทของคุณ

·       เสนอขอบเขตงานและราคาแยกเป็นรายการ

·       ประสานผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่เป็นอิสระจากผู้ทำบัญชี

·       ตรวจรับงานจากสำนักงานบัญชีเดิมและวางแผนการเปลี่ยนผ่าน

·       ส่งสำเนาแบบภาษีและหลักฐานการยื่นให้เก็บไว้ทุกเดือน

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:

·       ชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล และรอบบัญชี

·       ประเภทธุรกิจ สถานะ VAT และจำนวนพนักงาน

·       ปริมาณเอกสารต่อเดือนโดยประมาณ

·       สถานะงบการเงินปีล่าสุดและสำนักงานบัญชีเดิม (ถ้ามี)

·       ปัญหาที่พบกับบริการเดิม



bottom of page