บริษัทไม่มีรายได้ต้องยื่นงบการเงินหรือไม่ และควรเก็บบริษัทไว้หรือปิดดี

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน:นายอภิรักษ์ บวบทอง
ต้องยื่น บริษัทที่ไม่มีรายได้ยังมีหน้าที่จัดทำบัญชี มีผู้ทำบัญชี ปิดงบการเงิน ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ และยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทุกปี เพราะ พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 ไม่ได้ยกเว้นกรณีไม่มีรายได้ นอกจากนี้ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินต่อกรมสรรพากรภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี การไม่ยื่นงบมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และหากไม่ยื่นเกิน 3 รอบบัญชีติดต่อกัน อาจถูกพิจารณาขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง
บริษัทไม่มีรายได้ต้องยื่นงบการเงินหรือไม่
ต้องยื่น เพราะหน้าที่ทางบัญชีผูกกับ "สถานะการเป็นบริษัทที่จดทะเบียน" ไม่ได้ผูกกับการมีรายได้
ข้อกฎหมาย: พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 8 กำหนดให้บริษัทจำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มาตรา 9 ให้เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน มาตรา 11 ให้ยื่นงบการเงิน และมาตรา 19 ให้จัดให้มีผู้ทำบัญชี ซึ่งบทบัญญัติเหล่านี้ไม่ได้มีข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่ไม่มีรายได้ กล่าวคือ ตราบใดที่บริษัทยังจดทะเบียนอยู่และยังไม่ได้เลิกและชำระบัญชีเสร็จ หน้าที่เหล่านี้ยังคงอยู่ทุกปี
ฝั่งภาษีก็ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50
ข้อเท็จจริงจากกรมสรรพากร: คำถามที่พบบ่อยของกรมสรรพากรเรื่อง ภ.ง.ด.50 ระบุว่าบริษัทยังต้องจัดทำงบการเงินและยื่น ภ.ง.ด.50 แม้ไม่มีรายได้ และต้องยื่นจนกว่าจะจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีเสร็จ กำหนดยื่นคือภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี (ยื่นออนไลน์ขยายได้อีก 8 วัน ตามประกาศกระทรวงการคลังที่ครอบคลุมแบบที่ครบกำหนดภายใน 31 มกราคม 2570)
บริษัทที่ไม่มีรายได้ยังมีหน้าที่อะไรบ้าง
บริษัทที่ไม่มีรายได้ยังมีหน้าที่เกือบครบเหมือนบริษัทที่มีรายได้ ต่างกันเพียงปริมาณรายการที่น้อยกว่า ตารางนี้สรุปหน้าที่หลัก
หน้าที่ | ยังต้องทำหรือไม่ | หน่วยงาน / หลักกฎหมาย |
จัดทำบัญชีและเก็บเอกสาร | ต้องทำ | พ.ร.บ.การบัญชี ม.8, ม.9, ม.14 |
มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ | ต้องมี | พ.ร.บ.การบัญชี ม.19 |
ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงิน | ต้องทำ (บริษัทจำกัดไม่มีข้อยกเว้นตามขนาด) | พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 วรรคสี่, ป.พ.พ. ม.1196–1197 |
ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี | ต้องทำ | ป.พ.พ. ม.1197 |
ส่ง บอจ.5 ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญ | ต้องทำ | DBD |
ยื่นงบการเงินภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติ | ต้องทำ | พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 / DBD e-Filing |
ยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี | ต้องทำ | กรมสรรพากร |
ยื่น ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) | โดยหลักยังต้องยื่น เพราะผู้มีหน้าที่คือบริษัทที่ต้องประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ (ยกเว้นรอบบัญชีแรกที่ไม่ถึง 12 เดือน) | กรมสรรพากร |
ยื่น ภ.พ.30 รายเดือน | ต้องยื่นทุกเดือนแม้ไม่มียอด หากบริษัทจด VAT ไว้ | ประมวลรัษฎากร ม.83 |
ยื่น ภ.ง.ด.1, 3, 53 | โดยทั่วไปยื่นเมื่อมีการจ่ายเงินได้ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย | กรมสรรพากร |
ข้อควรระวัง: สำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก (ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่เกิน 30 ล้านบาท รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท) กฎหมายยกเว้นไม่ต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แต่ต้องให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจสอบและรับรองบัญชีเพื่อยื่น ภ.ง.ด.50 และยื่นงบต่อ DBD ภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี ข้อยกเว้นนี้ไม่ใช้กับบริษัทจำกัด
"ปิดงบเปล่า" คืออะไร งบเป็นศูนย์จริงหรือไม่
"ปิดงบเปล่า" เป็นคำที่ใช้กันในวงการ หมายถึงการจัดทำงบการเงินของบริษัทที่ไม่มีรายได้หรือแทบไม่มีรายการค้า ไม่ใช่การยื่นงบที่ทุกตัวเลขเป็นศูนย์
ความหมายในทางปฏิบัติ: แม้ไม่มีรายได้ บริษัทส่วนใหญ่ยังมีรายการที่ต้องแสดงในงบ เช่น
· เงินสดหรือเงินฝากธนาคารจากการชำระค่าหุ้น
· ทุนจดทะเบียนและทุนที่ชำระแล้ว
· ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าทำบัญชี และค่าสอบบัญชีของปีก่อน
· เงินที่กรรมการสำรองจ่ายแทนบริษัท ซึ่งอาจต้องบันทึกเป็นหนี้สินต่อกรรมการ
· ผลขาดทุนสะสมจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
งบการเงินจึงยังต้องสะท้อนฐานะการเงินตามความเป็นจริง ตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.การบัญชี และยังต้องผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ข้อดีคือรายการน้อย งานจัดทำและงานตรวจสอบจึงมักไม่ซับซ้อน
ถ้าไม่ยื่นงบเพราะไม่มีรายได้ จะเกิดอะไรขึ้น
การไม่ยื่นงบการเงินมีผลทางกฎหมาย 3 ระดับ คือ ค่าปรับ ความเสี่ยงถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง และภาระที่ค้างกับกรมสรรพากร
ค่าปรับตาม พ.ร.บ.การบัญชี
ข้อกฎหมาย: มาตรา 30 กำหนดค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับการไม่ยื่นงบการเงินตามมาตรา 11 วรรคหนึ่ง และมาตรา 40 กำหนดให้กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบที่สั่งการหรือไม่ป้องกันต้องรับโทษด้วย
ข้อมูลประกอบ: ตามตารางอัตราค่าปรับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ DBD เช่น บริษัทจำกัดยื่นงบช้าไม่เกิน 2 เดือน ประมาณ 2,000 บาท (รวมนิติบุคคลและกรรมการ) และเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ล่าช้า อัตราจริงขึ้นกับการพิจารณาของ DBD ต้องตรวจสอบกับ DBD สายด่วน 1570
ความเสี่ยงถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง
ข้อเท็จจริง: DBD ระบุว่านิติบุคคลที่ไม่ส่งงบการเงินเกิน 3 รอบบัญชีติดต่อกัน อาจถูกพิจารณาขีดชื่อเป็นนิติบุคคลร้าง ข่าวเดือนสิงหาคม 2569 รายงานว่า DBD ประกาศจะขีดชื่อนิติบุคคลในกรุงเทพฯ 11,234 ราย ในจำนวนนี้ 8,446 ราย เป็นกรณีไม่ส่งงบ 3 ปีติดต่อกัน
สิ่งที่ต้องเข้าใจ: ป.พ.พ. มาตรา 1273/3 กำหนดว่าการถูกขีดชื่อไม่ทำให้ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นหมดไป การปล่อยให้บริษัทร้างจึงไม่ใช่วิธีปิดบริษัทที่ปลอดภัย
ศาลอาจสั่งเลิกบริษัทได้
ข้อกฎหมาย: ป.พ.พ. มาตรา 1237 กำหนดว่า หากบริษัทไม่เริ่มทำการภายใน 1 ปีนับแต่วันจดทะเบียน หรือหยุดทำการถึง 1 ปีเต็ม เป็นเหตุหนึ่งที่ศาลอาจสั่งให้เลิกบริษัทได้ บริษัทที่ไม่มีกิจกรรมเป็นเวลานานจึงควรประเมินสถานะอย่างจริงจัง
ภาระฝั่งกรมสรรพากร
การไม่ยื่น ภ.ง.ด.50 หรือยื่นล่าช้า อาจมีค่าปรับตามที่กรมสรรพากรกำหนด (FAQ ของกรมสรรพากรระบุค่าปรับยื่นล่าช้าไม่เกิน 2,000 บาท) และหากมีภาษีต้องชำระจะมีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน สำหรับบริษัทที่จด VAT การไม่ยื่น ภ.พ.30 รายเดือนจะเพิ่มภาระสะสมทุกเดือน ควรตรวจสอบยอดจริงกับกรมสรรพากร สายด่วน 1161
บริษัทไม่มีรายได้ ควรเก็บไว้หรือปิดบริษัทดี
ถ้ามีแผนกลับมาทำธุรกิจในเวลาอันใกล้ การเก็บบริษัทไว้และยื่นงบให้ครบทุกปีเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล แต่ถ้าไม่มีแผนใช้บริษัทอีก การเลิกและชำระบัญชีอย่างถูกต้องมักควบคุมความเสี่ยงระยะยาวได้ดีกว่า
ประเด็นพิจารณา | เก็บบริษัทไว้ (ยื่นงบทุกปี) | เลิกและชำระบัญชี |
ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง | มีค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีทุกปี แม้ไม่มีรายได้ | มีค่าใช้จ่ายช่วงปิดบริษัทครั้งเดียว แล้วหน้าที่รายปีสิ้นสุดเมื่อชำระบัญชีเสร็จ |
ความพร้อมกลับมาทำธุรกิจ | ใช้บริษัทเดิมได้ทันที รักษาชื่อและประวัติบริษัท | ต้องจดทะเบียนบริษัทใหม่หากกลับมาทำธุรกิจ |
ความเสี่ยงทางกฎหมาย | ต่ำ หากยื่นครบทุกปี | ต่ำ หากทำครบขั้นตอนเลิกและชำระบัญชี |
ภาระงานเอกสาร | ประชุมผู้ถือหุ้น บอจ.5 งบการเงิน ภ.ง.ด.50 ทุกปี | งานกระจุกในช่วงปิด เช่น ประชุมลงมติพิเศษ จดทะเบียนเลิก งบ ณ วันเลิก จดเสร็จการชำระบัญชี |
ประเด็นเฉพาะ | ต้องระวัง ม.1237 หากหยุดทำการนาน | หากเคยจด VAT ต้องแจ้งเลิกด้วย ภ.พ.09 ภายใน 15 วันนับแต่วันเลิก |
ปัจจัยที่ใช้ตัดสินใจ (คำแนะนำเชิงปฏิบัติ):
1. มีแผนธุรกิจที่จะใช้บริษัทนี้ภายใน 1–2 ปีหรือไม่
2. บริษัทมีทรัพย์สิน ใบอนุญาต สัญญา หรือชื่อเสียงที่มีมูลค่าต้องรักษาหรือไม่
3. บริษัทมีหนี้สิน เจ้าหนี้ หรือภาระภาษีค้างหรือไม่
4. ผู้ถือหุ้นพร้อมรับค่าใช้จ่ายรายปีต่อเนื่องหรือไม่
5. งบการเงินปีที่ผ่านมายื่นครบแล้วหรือยัง
เรื่องค่าใช้จ่าย: บทความนี้ไม่ระบุราคาค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี หรือค่าปิดบริษัท เพราะไม่มีแหล่งอ้างอิงที่เป็นกลาง ค่าบริการขึ้นกับปริมาณรายการ ความพร้อมของเอกสาร การจด VAT จำนวนปีที่ค้าง และขอบเขตงาน ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตชัดเจนทั้งสองทางเลือกเพื่อเปรียบเทียบ
ขั้นตอนดูแลบริษัทที่ไม่มีรายได้ให้ถูกต้องทุกปี
หากตัดสินใจเก็บบริษัทไว้ ให้ทำตามลำดับนี้ทุกรอบบัญชี
1. เก็บเอกสารทุกชิ้นแม้มีน้อย: รายการเดินบัญชีธนาคาร ใบเสร็จค่าธรรมเนียม และหลักฐานค่าใช้จ่ายที่กรรมการจ่ายแทน
2. ส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอ: แม้รายการน้อยก็ควรส่งเป็นรอบ เพื่อไม่ให้ตกหล่น
3. ยื่นแบบภาษีรายเดือนที่เกี่ยวข้อง: หากจด VAT ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ไม่มียอด
4. ปิดบัญชีเมื่อสิ้นรอบ: ผู้ทำบัญชีจัดทำงบการเงิน
5. ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ: ได้รายงานของผู้สอบบัญชี
6. ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ: ภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี และส่งงบให้ผู้ถือหุ้นก่อนประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน
7. ส่ง บอจ.5: ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญ
8. ยื่นงบการเงินผ่าน DBD e-Filing: ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติงบ
9. ยื่น ภ.ง.ด.50: ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี
ตัวอย่างสถานการณ์: บริษัทที่ตั้งไว้รอโครงการ
ตัวอย่างสมมติ: บริษัท บี จำกัด จดทะเบียนปี 2567 เพื่อรอรับโครงการรับเหมาที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา ตลอดปี 2568 ไม่มีรายได้ ไม่ได้จด VAT ไม่มีพนักงาน มีเพียงเงินค่าหุ้นในบัญชีธนาคารและค่าธรรมเนียมเล็กน้อย
· หน้าที่ปี 2569: บริษัทยังต้องจัดทำงบการเงินรอบปี 2568 ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจ ประชุมอนุมัติงบภายใน 30 เมษายน 2569 ส่ง บอจ.5 และยื่นงบต่อ DBD ซึ่งปี 2569 DBD ประกาศเส้นตายเป็นวันที่ 2 มิถุนายน 2569 สำหรับบริษัทที่ประชุมวันที่ 30 เมษายน รวมทั้งยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับจาก 31 ธันวาคม 2568
· การตัดสินใจ: หากผู้ถือหุ้นคาดว่าจะได้โครงการภายในปีถัดไป การเก็บบริษัทไว้และยื่นงบให้ครบมีเหตุผล แต่หากโครงการยกเลิกถาวร ควรพิจารณาเลิกและชำระบัญชี ก่อนที่บริษัทจะหยุดทำการนานจนเข้าเหตุตาม ม.1237 หรือค้างส่งงบจนเสี่ยงถูกขีดชื่อ
ตัวอย่างสมมติเปรียบเทียบ: บริษัท ซี จำกัด เคยจด VAT แล้วหยุดขาย แม้ไม่มีรายได้ บริษัทยังต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ภาระงานต่อปีจึงมากกว่าบริษัท บี และควรตัดสินใจเรื่องอนาคตของบริษัทให้เร็วขึ้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
· เชื่อว่าไม่มีรายได้ไม่ต้องยื่นงบ: กฎหมายไม่ได้ยกเว้น และค่าปรับสูงสุดตามมาตรา 30 คือ 50,000 บาท
· ยื่นงบต่อ DBD แต่ลืม ภ.ง.ด.50: เป็นหน้าที่ต่อคนละหน่วยงาน ต้องยื่นทั้งสองทาง
· หยุดยื่น ภ.พ.30 เพราะไม่มียอดขาย: บริษัทที่จด VAT ต้องยื่นทุกเดือน
· ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรตรวจงบบริษัทจำกัด: บริษัทจำกัดต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
· ปล่อยให้บริษัทร้างแทนการปิด: ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นไม่หมดไป
· ไม่บันทึกเงินที่กรรมการจ่ายแทน: ทำให้งบไม่สะท้อนหนี้สินที่บริษัทมีต่อกรรมการ
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
· ตัดสินใจเป็นรายปี: ทบทวนสถานะบริษัททุกครั้งก่อนสิ้นรอบบัญชีว่าจะเก็บต่อหรือปิด จะได้วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
· อย่าปล่อยให้ค้างหลายปี: งบค้างหลายปีทำให้การปิดบริษัทภายหลังยุ่งยากขึ้น เพราะต้องเคลียร์งบย้อนหลังและค่าปรับก่อน
· พิจารณายกเลิก VAT หากไม่ใช้: บริษัทที่ไม่ได้เลิกกิจการแต่รายรับต่ำกว่าเกณฑ์ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี อาจยื่น ภ.พ.08 ขอให้อธิบดีถอนทะเบียนตามมาตรา 85/10 ได้ ควรตรวจเงื่อนไขกับกรมสรรพากรก่อน
· เก็บหลักฐานการตัดสินใจ: บันทึกมติผู้ถือหุ้นเรื่องการหยุดกิจการชั่วคราวหรือการเลิกบริษัทไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
สรุป
สำหรับคำถาม "บริษัทไม่มีรายได้ต้องยื่นงบการเงินหรือไม่" คำตอบคือต้องยื่น เพราะ พ.ร.บ.การบัญชีไม่ได้ยกเว้นกรณีไม่มีรายได้ บริษัทยังต้องมีผู้ทำบัญชี ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจ ประชุมอนุมัติงบ ส่ง บอจ.5 ยื่นงบต่อ DBD และยื่น ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากรทุกปี การไม่ยื่นมีค่าปรับไม่เกิน 50,000 บาท และเสี่ยงถูกขีดชื่อร้างซึ่งไม่ล้างความรับผิด หากยังมีแผนใช้บริษัท ควรยื่นงบให้ครบทุกปี แต่หากไม่มีแผนแล้ว การเลิกและชำระบัญชีอย่างถูกต้องเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา
บริษัทไม่มีรายได้ ต้องจ้างผู้สอบบัญชีด้วยหรือไม่?
ต้องจ้าง บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินทุกปี กฎหมายยกเว้นเฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กเท่านั้น การไม่มีรายได้ไม่ได้ทำให้บริษัทพ้นหน้าที่นี้ แต่งานตรวจสอบมักไม่ซับซ้อนเพราะรายการน้อย ค่าบริการขึ้นกับผู้ให้บริการและสภาพเอกสาร ควรขอใบเสนอราคาก่อนสิ้นรอบบัญชี
ไม่มีรายได้ ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ด้วยไหม?
โดยหลักยังต้องยื่น เพราะผู้มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 คือบริษัทที่ต้องประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ บริษัทที่คาดว่าขาดทุนจึงยังอยู่ในหน้าที่ แม้ภาษีที่ต้องชำระเป็นศูนย์ ยกเว้นรอบบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายที่ไม่ถึง 12 เดือน ไม่ต้องยื่น ควรยืนยันกรณีของบริษัทกับผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากร 1161
บริษัทไม่มีรายได้แต่จด VAT ไว้ ต้องทำอย่างไร?
ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ไม่มียอดขาย ตามมาตรา 83 ของประมวลรัษฎากร หากยังไม่ได้เลิกกิจการแต่รายรับต่ำกว่าเกณฑ์กิจการขนาดย่อมติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี อาจยื่นแบบ ภ.พ.08 ขอให้อธิบดีถอนทะเบียนตามมาตรา 85/10 ส่วนกรณีเลิกกิจการให้แจ้งเลิกด้วยแบบ ภ.พ.09 ภายใน 15 วันนับแต่วันเลิก
ไม่ยื่นงบมา 2 ปีแล้ว ควรทำอย่างไรก่อน?
ให้ระบุรอบบัญชีที่ค้างทั้งหมด รวบรวมรายการเดินบัญชีธนาคารและเอกสาร แล้วจัดทำงบย้อนหลังเรียงปีให้ผู้สอบบัญชีตรวจ ก่อนยื่นงบและ ภ.ง.ด.50 ที่ค้าง พร้อมชำระค่าปรับตามที่หน่วยงานแจ้ง ควรเร่งดำเนินการก่อนค้างเกิน 3 รอบบัญชี เพราะ DBD อาจพิจารณาขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง รายละเอียดผลของการยื่นล่าช้าอยู่ในบทความเฉพาะเรื่อง
ถ้าถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง จะหมดภาระไหม?
ไม่หมด ป.พ.พ. มาตรา 1273/3 กำหนดว่าแม้บริษัทถูกขีดชื่อ ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นยังคงมีอยู่ การปล่อยให้ร้างจึงไม่ใช่วิธีปิดบริษัทที่ปลอดภัย หากไม่ต้องการใช้บริษัทแล้ว ควรดำเนินการเลิกและชำระบัญชีให้ครบขั้นตอน
บริษัทไม่มีรายได้ ยื่นงบช่องทางไหน?
ยื่นงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing เช่นเดียวกับบริษัททั่วไป โดยกรอกแบบ ส.บช.3 อัปโหลดงบการเงินรูปแบบ XBRL และแนบไฟล์ PDF ของรายงานผู้สอบบัญชีและหมายเหตุประกอบงบการเงิน ส่วน ภ.ง.ด.50 ยื่นต่อกรมสรรพากรแยกต่างหาก
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
หากบริษัทของคุณไม่มีรายได้และยังไม่แน่ใจว่าจะเก็บไว้หรือปิด ThaiRegisters ช่วยได้ในเรื่องต่อไปนี้
· ประเมินหน้าที่ที่ยังค้างกับ DBD และกรมสรรพากร
· จัดทำงบการเงินสำหรับบริษัทที่ไม่มีรายได้ และประสานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
· ยื่นงบการเงิน บอจ.5 และ ภ.ง.ด.50 ให้ครบตามกำหนด
· เปรียบเทียบขอบเขตงานระหว่างการเก็บบริษัทไว้กับการเลิกและชำระบัญชี
· ดำเนินการปิดบริษัทจนจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี หากผู้ถือหุ้นตัดสินใจปิด
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ
· ชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล
· รอบบัญชีล่าสุดที่ยื่นงบการเงินและ ภ.ง.ด.50
· สถานะการจด VAT และการมีพนักงาน
· รายการเดินบัญชีธนาคารของบริษัท
· แผนของผู้ถือหุ้นว่าจะใช้บริษัทต่อหรือไม่




