top of page

ทำบัญชีรายเดือนราคาเท่าไหร่ ดูปัจจัยที่กำหนดค่าบริการก่อนขอใบเสนอราคา

Writer: Thairegisters
Thairegisters
49 minutes ago
3 min read


ทำบัญชีรายเดือนราคาเท่าไหร่ไม่มีตัวเลขกลางที่หน่วยงานรัฐประกาศ ค่าบริการของแต่ละสำนักงานบัญชีแตกต่างกันตามปริมาณเอกสารต่อเดือน การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จำนวนพนักงาน ความซับซ้อนของธุรกิจ และขอบเขตงานที่รวมในแพ็กเกจ วิธีที่ได้ตัวเลขจริงคือสรุปข้อมูลกิจการของคุณแล้วขอใบเสนอราคาอย่างน้อย 2–3 ราย โดยให้ทุกรายแยกค่าทำบัญชีรายเดือน ค่าปิดงบประจำปี และค่าสอบบัญชีออกจากกันให้ชัด


ทำไมค่าทำบัญชีรายเดือนจึงไม่มีราคามาตรฐาน?


เพราะงานบัญชีของแต่ละบริษัทมีปริมาณและความยากไม่เท่ากัน และไม่มีแหล่งข้อมูลที่เป็นกลางที่เผยแพร่ช่วงราคากลางของตลาด ข้อมูลราคาที่พบทางออนไลน์ส่วนใหญ่มาจากหน้าขายบริการของสำนักงานบัญชีแต่ละราย ซึ่งกำหนดเงื่อนไขแพ็กเกจต่างกัน จึงนำมาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

สิ่งที่เป็นข้อกฎหมายและไม่เปลี่ยนตามราคา คือหน้าที่ของบริษัทจำกัดตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 ได้แก่

·       เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (มาตรา 9)

·       ปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน (มาตรา 10)

·       จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด (มาตรา 19)

·       ส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชีอย่างครบถ้วนถูกต้อง (มาตรา 12)

·       ยื่นงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (มาตรา 11)

ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ "จ้างถูกสุดได้เท่าไหร่" แต่คือ "ราคาที่จ่ายครอบคลุมหน้าที่ตามกฎหมายครบหรือไม่"

ปัจจัยอะไรบ้างที่กำหนดค่าทำบัญชีรายเดือน?


ปัจจัยหลักคือปริมาณงานและความเสี่ยงที่สำนักงานบัญชีต้องรับ ยิ่งเอกสารมาก รายการซับซ้อน หรือมีภาษีที่ต้องยื่นหลายประเภท ค่าบริการก็มักสูงขึ้น ตารางด้านล่างเป็นแนวทางประเมินจากมุมมองเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่อัตราที่กฎหมายกำหนด

ปัจจัย

ทำให้ราคาต่ำลงเมื่อ

ทำให้ราคาสูงขึ้นเมื่อ

ปริมาณเอกสารต่อเดือน

มีบิลซื้อขายไม่กี่รายการต่อเดือน

มีใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และรายการธนาคารจำนวนมาก

การจด VAT

ยังไม่จด VAT

จด VAT แล้ว ต้องทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และยื่นภาษีรายเดือน

จำนวนพนักงาน

ไม่มีลูกจ้าง หรือมีน้อยคน

มีลูกจ้างหลายคน ต้องคำนวณเงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และประกันสังคม

ประเภทธุรกิจ

งานบริการ รายได้ไม่ซับซ้อน

ซื้อมาขายไป มีสต็อกสินค้า ผลิตสินค้า หรือนำเข้าส่งออก

ธุรกรรมพิเศษ

ไม่มี

มีเงินตราต่างประเทศ เงินกู้กรรมการ บริษัทในเครือ หรือสินทรัพย์จำนวนมาก

ความพร้อมของเอกสาร

ส่งเอกสารครบ ตรงเวลา จัดหมวดแล้ว

เอกสารไม่ครบ ส่งล่าช้า ต้องตามหาหลักฐานบ่อย

ระบบที่ใช้

ใช้โปรแกรมบัญชีหรือระบบออกเอกสารที่ส่งข้อมูลได้

ส่งเป็นกระดาษ หรือภาพถ่ายที่ต้องคีย์ใหม่ทั้งหมด

ขอบเขตงาน

ทำบัญชีและยื่นภาษีพื้นฐาน

รวมรายงานผู้บริหาร ที่ปรึกษาภาษี งานทะเบียน หรือเดินเอกสารแทน

งานค้างย้อนหลัง

เริ่มทำตั้งแต่วันจดทะเบียน

ต้องเคลียร์บัญชีย้อนหลังหรือแก้งานเดิมของผู้ทำบัญชีคนก่อน

 ข้อควรรู้: ปัจจัยในตารางเป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติจากลักษณะงาน ไม่ใช่ข้อกำหนดทางกฎหมาย สำนักงานบัญชีแต่ละแห่งอาจให้น้ำหนักต่างกัน

ปริมาณเอกสารคือตัวแปรที่ใหญ่ที่สุด

สำนักงานบัญชีจำนวนมากคิดราคาตามช่วงจำนวนรายการต่อเดือน เพราะทุกเอกสารต้องตรวจ บันทึก และกระทบยอด ก่อนขอราคาจึงควรนับให้ได้ว่าเดือนหนึ่งมีบิลขาย บิลซื้อ ใบเสร็จค่าใช้จ่าย และรายการเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคารประมาณกี่รายการ

การจด VAT เพิ่มงานรายเดือนอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อบริษัทจด VAT งานรายเดือนจะเพิ่มทั้งการตรวจความถูกต้องของใบกำกับภาษี การจัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย และการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน ความผิดพลาดของใบกำกับภาษีมีผลต่อการใช้สิทธิภาษีซื้อ จึงต้องใช้เวลาตรวจมากขึ้น รายละเอียดเรื่องเกณฑ์จด VAT ดูได้ในบทความหมวดภาษีธุรกิจ


ค่าทำบัญชีรายเดือนควรรวมอะไร และมักไม่รวมอะไร?

แพ็กเกจรายเดือนโดยทั่วไปครอบคลุมงานบันทึกบัญชีและยื่นภาษีประจำเดือน แต่ "งานประจำปี" และ "ค่าสอบบัญชี" มักคิดแยก นี่คือจุดที่ผู้ประกอบการเข้าใจผิดบ่อยที่สุด เพราะเห็นราคารายเดือนต่ำแล้วคิดว่าครอบคลุมทั้งปี

หมวดงาน

มักรวมในค่ารายเดือน

มักคิดแยกหรือต้องถามให้ชัด

บันทึกบัญชี

บันทึกรายการซื้อ ขาย ค่าใช้จ่าย รับ จ่าย

บันทึกบัญชีย้อนหลังที่ค้างอยู่

ภาษีรายเดือน

ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้าจด VAT)

ค่าปรับหรือเงินเพิ่มจากเอกสารส่งล่าช้า

เงินเดือน

อาจรวมหรือคิดตามจำนวนพนักงาน

งานประกันสังคมและเงินเดือนจำนวนมาก

ปิดงบประจำปี

บางรายรวมไว้ในค่ารายเดือน

หลายรายคิดค่าปิดงบแยกต่างหาก

ภาษีประจำปี

ภ.ง.ด.50 อาจรวมกับงานปิดงบ

ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี) ต้องถามให้ชัด

สอบบัญชี

ไม่ควรรวม เพราะผู้สอบบัญชีต้องเป็นอิสระจากผู้ทำบัญชี

จ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแยกต่างหาก

ยื่นงบต่อ DBD

อาจรวมกับงานปิดงบ

การยื่น บอจ.5 และงานประชุมผู้ถือหุ้น

ให้คำปรึกษา

ตอบคำถามทั่วไป

วางแผนภาษี ตรวจสัญญา หรืองานที่ใช้เวลามาก

 

ทำไมค่าสอบบัญชีต้องแยกจากค่าทำบัญชี?

ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีเป็นคนละบทบาท ผู้ทำบัญชีบันทึกบัญชีและจัดทำงบ ส่วนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินอย่างเป็นอิสระ ตามหลักความเป็นอิสระ บุคคลหรือสำนักงานเดียวกันไม่ควรเป็นทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของกิจการเดียวกัน เพราะเกิดความเสี่ยงที่จะต้องสอบทานงานของตัวเอง ใบเสนอราคาที่ระบุว่า "รวมสอบบัญชีแล้ว" จึงควรถามต่อว่าผู้สอบบัญชีเป็นใคร และเป็นอิสระจากผู้ทำบัญชีอย่างไร ปัจจัยที่กำหนดค่าสอบบัญชีอธิบายแยกไว้ในบทความหมวดสอบบัญชี


ราคาถูกผิดปกติมีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง?

ราคาที่ต่ำกว่ารายอื่นมากไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอไป แต่ถ้าพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรถามให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา เพราะความเสียหายจากบัญชีผิดพลาดหรือยื่นงบไม่ทัน อาจสูงกว่าส่วนต่างค่าบริการที่ประหยัดได้

·       ไม่ระบุชื่อผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบ หรือหลีกเลี่ยงเมื่อถามคุณสมบัติ

·       ไม่ระบุขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร บอกเพียงว่า "ดูแลให้ทั้งหมด"

·       ไม่ถามข้อมูลกิจการก่อนเสนอราคา เช่น ปริมาณเอกสาร VAT หรือจำนวนพนักงาน

·       เสนอว่า "รวมสอบบัญชี" โดยผู้สอบบัญชีเป็นคนเดียวกับหรือสังกัดเดียวกับผู้ทำบัญชี

·       ไม่มีกำหนดส่งงานรายเดือน และไม่บอกว่าจะได้รับรายงานอะไรบ้าง

·       ไม่ส่งสำเนาแบบภาษีหรือหลักฐานการยื่นให้เก็บไว้

·       เสนอให้ "ไม่ต้องลงบัญชีบางรายการ" หรือ "ทำให้ภาษีน้อยลง" ด้วยวิธีที่ไม่มีเอกสารรองรับ

ทำไมปริมาณงานของผู้ทำบัญชีจึงเกี่ยวกับราคา?

ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่องคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผล 1 มกราคม 2569 ผู้ทำบัญชี 1 คนรับทำงบการเงินได้ไม่เกิน 100 งบต่อปีปฏิทิน ข้อเสนอที่ราคาต่ำมากและรับลูกค้าจำนวนมาก จึงควรถามว่ามีผู้ทำบัญชีกี่คนดูแล และงบของบริษัทคุณจะอยู่ในความรับผิดชอบของใคร

ความเสี่ยงที่ราคาถูกอาจซ่อนไว้

ความเสียหายที่พบได้จากงานบัญชีที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ยื่นงบการเงินล่าช้า ซึ่งตามมาตรา 30 พ.ร.บ.การบัญชี การไม่ยื่นงบการเงินตามมาตรา 11 วรรคหนึ่ง มีค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 50,000 บาท และตามตารางอัตราค่าปรับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ DBD บริษัทจำกัดที่ยื่นงบช้าไม่เกิน 2 เดือน มีค่าปรับประมาณ 2,000 บาท (นิติบุคคลและกรรมการผู้จัดการรวมกัน) ซึ่งอัตราจริงขึ้นกับการพิจารณาของ DBD ต้องตรวจสอบกับ DBD สายด่วน 1570 นอกจากนี้ มาตรา 40 กำหนดให้กรรมการผู้จัดการที่สั่งการหรือไม่ป้องกันการกระทำผิดของนิติบุคคลต้องรับโทษด้วย

ขอใบเสนอราคาทำบัญชีรายเดือนอย่างไรให้เปรียบเทียบได้?


ส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้ทุกสำนักงานบัญชี แล้วขอให้ทุกรายตอบในรูปแบบเดียวกัน วิธีนี้ทำให้เห็นว่าส่วนต่างราคามาจากขอบเขตงานหรือจากคุณภาพบริการ

1. สรุปข้อมูลกิจการ ได้แก่ ประเภทธุรกิจ วันจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน สถานะ VAT จำนวนพนักงาน และจำนวนบัญชีธนาคาร

2. ประมาณปริมาณเอกสารต่อเดือน แยกบิลขาย บิลซื้อ ค่าใช้จ่าย และรายการธนาคาร

3. ระบุธุรกรรมพิเศษ เช่น สต็อกสินค้า นำเข้าส่งออก เงินกู้กรรมการ หรือบริษัทในเครือ

4. แจ้งสถานะงานค้าง เช่น เปิดบริษัทมาแล้วแต่ยังไม่ได้ทำบัญชี หรือมีงบปีก่อนที่ยังไม่ยื่น

5. ขอให้แยกราคาเป็นรายการ ค่ารายเดือน ค่าปิดงบประจำปี ค่าภาษีประจำปี และค่าสอบบัญชี (ถ้าประสานผู้สอบบัญชีให้)

6. ขอรายละเอียดผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบ และวิธีที่สำนักงานแจ้งรับทำบัญชีในระบบ e-Accountant

7. ขอกำหนดส่งเอกสารและส่งงาน รวมถึงรายงานที่จะได้รับในแต่ละเดือน

8. ถามเงื่อนไขค่าบริการเพิ่ม เมื่อเอกสารเกินช่วงที่ตกลง หรือเมื่อส่งเอกสารช้า

เช็กลิสต์เปรียบเทียบใบเสนอราคา

☐ ทุกใบเสนอราคาใช้ข้อมูลกิจการชุดเดียวกัน

☐ ระบุขอบเขตงานรายเดือนเป็นข้อ ๆ

☐ แยกค่าปิดงบประจำปีและค่าสอบบัญชีให้เห็นชัด

☐ ระบุเงื่อนไขเมื่อเอกสารเกินช่วงที่ตกลง

☐ ระบุชื่อผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบ

☐ ผู้สอบบัญชีเป็นอิสระจากผู้ทำบัญชี

☐ มีกำหนดส่งงานและรายงานที่จะได้รับ

☐ มีเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาและการส่งมอบเอกสารคืน

ตัวอย่างสถานการณ์: สองบริษัท ขอราคาเดียวกันแต่ได้คำตอบต่างกัน

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายหลักคิด ไม่ใช่ข้อมูลจริง และไม่มีตัวเลขราคา

บริษัท เอ จำกัด ให้บริการออกแบบกราฟิก ยังไม่จด VAT ไม่มีลูกจ้าง มีบิลขายและค่าใช้จ่ายรวมไม่กี่รายการต่อเดือน เอกสารส่งผ่านโปรแกรมออกใบแจ้งหนี้ออนไลน์

บริษัท บี จำกัด ขายสินค้านำเข้าผ่านหน้าร้านและออนไลน์ จด VAT แล้ว มีลูกจ้างหลายคน มีสต็อกสินค้า และชำระค่าสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศ

เมื่อทั้งสองบริษัทถามคำถามเดียวกันว่า "ทำบัญชีรายเดือนราคาเท่าไหร่" บริษัท บี จะได้ราคาสูงกว่าอย่างชัดเจน เพราะต้องทำรายงานภาษีซื้อขาย ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน คำนวณเงินเดือนและประกันสังคม ติดตามสต็อก และแปลงค่าเงินตราต่างประเทศ ขณะที่บริษัท เอ อาจได้ราคาต่ำแต่ยังต้องจ่ายค่าปิดงบประจำปีและค่าสอบบัญชีแยก เพราะบริษัทจำกัดทุกแห่งต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินทุกปี ไม่ว่าจะมีรายได้มากหรือน้อย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกจากราคา

·       เทียบเฉพาะราคารายเดือน โดยไม่ดูค่าปิดงบ ค่าภาษีประจำปี และค่าสอบบัญชี ทำให้ต้นทุนทั้งปีสูงกว่าที่คาด

·       คิดว่าบริษัทไม่มีรายได้ไม่ต้องจ้างทำบัญชี กฎหมายไม่ได้ยกเว้นหน้าที่ทำบัญชี จัดให้มีผู้ทำบัญชี และยื่นงบการเงิน สำหรับกิจการที่ไม่มีรายได้

·       ไม่บอกปริมาณเอกสารจริง เพื่อให้ได้ราคาต่ำ แล้วถูกเรียกเก็บเพิ่มภายหลัง หรือบริการไม่ทันเวลา

·       ส่งเอกสารล่าช้าเป็นประจำ ทำให้ยื่นภาษีไม่ทันและเกิดค่าปรับ แม้สำนักงานบัญชีจะทำงานถูกต้อง

·       ไม่ตรวจคุณสมบัติผู้ทำบัญชี ซึ่งตามมาตรา 19 เป็นหน้าที่ของบริษัทที่ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ

·       ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องขอบเขตงานและการคืนเอกสารเมื่อเลิกจ้าง


คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

มองค่าทำบัญชีเป็น "ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมาย" ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ต้องกดให้ต่ำที่สุด งบการเงินที่ถูกต้องยังเป็นฐานของการขอสินเชื่อ การวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย และการตัดสินใจทางธุรกิจ

·       ตั้งงบประมาณงานบัญชีเป็นรายปี ไม่ใช่รายเดือน โดยรวมค่าปิดงบและค่าสอบบัญชีเข้าไปด้วย

·       ลดต้นทุนอย่างยั่งยืนด้วยการส่งเอกสารให้ครบ ตรงเวลา และจัดหมวด มากกว่าการต่อรองราคาอย่างเดียว

·       ทบทวนขอบเขตงานเมื่อธุรกิจเปลี่ยน เช่น เริ่มจด VAT รับพนักงานเพิ่ม หรือเริ่มนำเข้าสินค้า

·       ถ้าเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ให้วางแผนรับส่งมอบบัญชีและเอกสาร และให้ผู้ทำบัญชีรายใหม่ตรวจงานเดิมก่อนรับงานต่อ

สรุป

ทำบัญชีรายเดือนราคาเท่าไหร่ ขึ้นกับข้อมูลของกิจการคุณเอง ไม่มีราคากลางทางการให้อ้างอิง ปัจจัยหลักคือปริมาณเอกสาร การจด VAT จำนวนพนักงาน ประเภทธุรกิจ ความพร้อมของเอกสาร และขอบเขตงาน วิธีที่ได้คำตอบแม่นยำคือเตรียมข้อมูลกิจการชุดเดียว ขอใบเสนอราคาหลายราย ให้แยกค่ารายเดือน ค่าปิดงบ และค่าสอบบัญชีให้ชัด แล้วเปรียบเทียบทั้งราคาและคุณภาพ โดยระวังข้อเสนอที่ถูกผิดปกติแต่ไม่ระบุผู้รับผิดชอบหรือขอบเขตงาน

ค่าทำบัญชีรายเดือนรวมค่าสอบบัญชีหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่รวม และไม่ควรรวมในความหมายที่ผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีเป็นคนเดียวกัน เพราะผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องตรวจสอบงบการเงินอย่างเป็นอิสระ ถ้าสำนักงานบัญชีเสนอประสานผู้สอบบัญชีให้ ควรขอให้แยกราคาออกมา และถามว่าผู้สอบบัญชีเป็นอิสระจากผู้ทำบัญชีอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความน่าเชื่อถือของงบ

บริษัทที่ยังไม่มีรายได้ต้องจ่ายค่าทำบัญชีไหม?

ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านบัญชีอยู่ เพราะหน้าที่ทำบัญชีเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียน และกฎหมายไม่ได้ยกเว้นกิจการที่ไม่มีรายได้ บริษัทยังต้องมีผู้ทำบัญชี ปิดงบ ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจ ยื่นงบต่อ DBD และยื่น ภ.ง.ด.50 ค่าบริการอาจต่ำกว่ากิจการที่มีรายการมาก แต่ไม่ใช่ศูนย์

ทำไมสำนักงานบัญชีขอดูเอกสารก่อนเสนอราคา?

เพราะปริมาณและความซับซ้อนของเอกสารเป็นตัวกำหนดเวลาทำงานหลัก การดูตัวอย่างเอกสาร statement ธนาคาร หรือรายงานจากโปรแกรมขาย ช่วยให้ประเมินราคาได้ใกล้ความจริง และลดโอกาสถูกเรียกเก็บเพิ่มภายหลัง สำนักงานที่เสนอราคาโดยไม่ถามข้อมูลเลยควรถามเงื่อนไขค่าบริการเพิ่มให้ชัด

ถ้ามีบัญชีค้างย้อนหลัง ค่าบริการคิดอย่างไร?

งานบัญชีย้อนหลังมักคิดแยกจากค่ารายเดือน เพราะต้องรวบรวมเอกสาร บันทึกบัญชีหลายเดือนหรือหลายปี และอาจต้องยื่นงบหรือแบบภาษีที่ล่าช้า ซึ่งมีค่าปรับตามกฎหมายแยกจากค่าบริการ ควรขอให้สำนักงานบัญชีประเมินสถานะงานค้างก่อน แล้วเสนอราคาเป็นสองส่วน คืองานเคลียร์ย้อนหลังและงานรายเดือนต่อไป

จะรู้ได้อย่างไรว่าราคาที่ได้รับสมเหตุสมผล?

เปรียบเทียบใบเสนอราคาอย่างน้อย 2–3 รายที่ใช้ข้อมูลกิจการชุดเดียวกัน แล้วดูว่าขอบเขตงาน กำหนดส่งงาน รายงานที่ได้รับ และผู้รับผิดชอบเหมือนกันหรือไม่ ถ้าราคาต่างกันมาก ให้ถามว่าส่วนต่างมาจากงานส่วนไหน ราคาที่สมเหตุสมผลคือราคาที่อธิบายได้ว่าครอบคลุมหน้าที่ตามกฎหมายครบ

เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปีได้ไหม จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่?

เปลี่ยนได้ แต่ควรวางแผนการส่งมอบบัญชีและเอกสาร และให้ผู้ทำบัญชีรายเดิมแจ้งยกเลิก ส่วนรายใหม่แจ้งรับทำบัญชีในระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน สำนักงานรายใหม่อาจคิดค่าตรวจรับงานเดิมเพิ่ม โดยเฉพาะถ้าพบรายการที่ต้องแก้ไข จึงควรถามเรื่องนี้ตั้งแต่ขอใบเสนอราคา


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

ถ้าคุณต้องการรู้ว่าบริษัทของคุณควรใช้บริการบัญชีขอบเขตแค่ไหน ThaiRegisters ช่วยประเมินและเสนอราคาที่แยกรายการชัดเจน

·       ประเมินปริมาณงานจากข้อมูลจริงของกิจการ ก่อนเสนอราคา

·       แยกค่าทำบัญชีรายเดือน ค่าปิดงบประจำปี และงานภาษีประจำปีให้เห็นชัด

·       จัดทำบัญชีและยื่นภาษีรายเดือนตามขอบเขตที่ตกลง

·       ประสานผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่เป็นอิสระจากผู้ทำบัญชี

·       ประเมินงานบัญชีค้างย้อนหลังและวางแผนเคลียร์

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:

·       ชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล และวันจดทะเบียน

·       ประเภทธุรกิจ และสถานะการจด VAT

·       จำนวนพนักงาน และจำนวนบัญชีธนาคาร

·       ปริมาณเอกสารซื้อ ขาย และค่าใช้จ่ายต่อเดือนโดยประมาณ

สถานะงบการเงินและภาษีปีก่อน (ยื่นแล้วหรือค้างอยู่)


bottom of page