top of page

บริษัทไม่มีรายการค้าต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่? หน้าที่ที่ยังอยู่และทางเลือกของเจ้าของ

Writer: Thairegisters
Thairegisters
20 minutes ago
3 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง

บริษัทไม่มีรายการค้าต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่ คำตอบคือยังต้องมี เพราะ พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้บริษัทจำกัดมีหน้าที่ทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน และต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ (ม.9 และ ม.19) โดยไม่มีข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่ไม่มีรายได้ ผู้ทำบัญชียังต้องบันทึกรายการที่เกิดจริง ปิดงบให้ผู้สอบบัญชีตรวจ และยื่นงบต่อ DBD พร้อม ภ.ง.ด.50 ทุกปีจนกว่าจะเลิกและชำระบัญชีเสร็จ


ทำไมบริษัทไม่มีรายการค้ายังต้องมีผู้ทำบัญชี?


เพราะหน้าที่ทำบัญชีผูกกับ "สถานะนิติบุคคล" ไม่ได้ผูกกับ "การมีรายได้" ตราบใดที่บริษัทยังจดทะเบียนอยู่ หน้าที่ตามกฎหมายยังเดินต่อทุกปี

·       ม.8 กำหนดให้บริษัทจำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

·       ม.9 หน้าที่ทำบัญชีของบริษัทเริ่มตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่วันเริ่มขาย

·       ม.10 ต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และต่อไปทุกรอบ 12 เดือน

·       ม.11 ต้องยื่นงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

·       ม.19 ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด

ตัวบทเหล่านี้ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่ไม่มีรายได้หรือไม่ได้ประกอบกิจการ ดังนั้นบริษัทที่ "พัก" ไว้จึงยังต้องมีผู้ทำบัญชี

"ไม่มีรายการค้า" ไม่ได้แปลว่า "ไม่มีรายการบัญชี"

แม้ไม่มีการซื้อขาย บริษัทส่วนใหญ่ยังมีรายการที่ต้องบันทึก เช่น

·       ค่าธรรมเนียมธนาคาร หรือดอกเบี้ยรับจากบัญชีเงินฝาก

·       ค่าสอบบัญชีและค่าทำบัญชีที่ค้างจ่ายหรือจ่ายแล้ว

·       เงินที่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นจ่ายแทนบริษัท (เงินกู้ยืมกรรมการ)

·       ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่ยังมีอยู่

·       ค่าเช่าสำนักงาน ค่าโทรศัพท์ หรือค่าบริการที่ยังผูกกับบริษัท

·       ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือสินค้าคงเหลือที่ค้างจากปีก่อน

รายการเหล่านี้ทำให้งบการเงินมีตัวเลข ผู้ทำบัญชีจึงต้องบันทึกและปิดงบตามจริง ไม่ใช่ยื่นงบที่เป็นศูนย์ทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบ


ผู้ทำบัญชีของบริษัทที่ไม่มีรายการค้าต้องทำอะไรบ้าง?


งานลดลงจากกิจการปกติ แต่ยังมีงานหลักครบทุกขั้นตอนของรอบบัญชี ตารางด้านล่างสรุปงานที่ยังต้องทำ

งาน

ยังต้องทำหรือไม่

หมายเหตุ

บันทึกบัญชีรายการที่เกิดจริง

ต้องทำ

ลงรายการภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด

กระทบยอดเงินฝากธนาคาร

ต้องทำ

ใช้ statement ทุกบัญชีที่ยังเปิดอยู่

ปิดบัญชีและจัดทำงบการเงินประจำปี

ต้องทำ

ทุกรอบ 12 เดือน (ม.10)

ส่งงบให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจ

ต้องทำ (บริษัทจำกัด)

ไม่มีข้อยกเว้นตามขนาดสำหรับบริษัทจำกัด

ยื่นงบการเงินผ่าน DBD e-Filing

ต้องทำ

ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ

ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน

ต้องทำ

ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี (ยื่นออนไลน์ได้ 158 วัน)

ยื่น ภ.ง.ด.51

โดยหลักยังต้องยื่น

ยกเว้นรอบบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายที่น้อยกว่า 12 เดือน

ยื่น ภ.พ.30

ต้องทำถ้ายังจด VAT

ยื่นทุกเดือนแม้ไม่มียอดขาย

ยื่น ภ.ง.ด.1/3/53

เฉพาะเมื่อมีการจ่ายเงินได้ที่ต้องหัก

โดยทั่วไปยื่นเมื่อมีการจ่าย

 

งานด้านภาษีที่มักถูกลืมเมื่อบริษัทหยุดขาย

ภ.พ.30 เป็นจุดที่พลาดบ่อยที่สุด ประมวลรัษฎากร ม.83 กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ยื่นแบบทุกเดือนภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป "ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม" (ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23 สำหรับแบบที่ครบกำหนดภายใน 31 ม.ค. 2570) ถ้าบริษัทไม่ได้เลิกกิจการแต่รายรับต่ำกว่าเกณฑ์ ทางเลือกคือขอให้อธิบดีสั่งถอนทะเบียน VAT ด้วยแบบ ภ.พ.08 ตาม ม.85/10 เมื่อเข้าเงื่อนไข ไม่ใช่แค่หยุดยื่น

ภ.ง.ด.50 กรมสรรพากรระบุว่าบริษัทต้องยื่นแม้ไม่มีรายได้ และต้องยื่นจนกว่าจะจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีเสร็จ

ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติอะไร

ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2568 ที่มีผล 1 มกราคม 2569 เช่น วุฒิการศึกษาทางการบัญชีตามขนาดกิจการ เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ต่ออายุรายปี อบรม CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี และแจ้งรับทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน กรณีบริษัทที่ไม่มีรายการค้า วุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชีใช้ได้หากบริษัทมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมและรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท


ถ้าไม่มีผู้ทำบัญชีหรือไม่ยื่นงบ จะมีผลอย่างไร?


ผลมีทั้งค่าปรับ ความรับผิดของกรรมการ และความเสี่ยงถูกขีดชื่อ โดยไม่ได้ทำให้หน้าที่หายไป

ความผิด

ฐานกฎหมาย

ค่าปรับสูงสุด

ไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ (ฝ่าฝืน ม.19 วรรคหนึ่ง)

พ.ร.บ.การบัญชี ม.29

ไม่เกิน 10,000 บาท

ไม่จัดทำบัญชี (ม.8/ม.9)

ม.28

ไม่เกิน 30,000 บาท และวันละไม่เกิน 1,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติ

ไม่ยื่นงบการเงิน (ม.11 วรรคหนึ่ง)

ม.30

ไม่เกิน 50,000 บาท

งบไม่ผ่านผู้สอบบัญชี (ม.11 วรรคสี่)

ม.32

ไม่เกิน 20,000 บาท

 ปัจจุบันค่าปรับตาม ม.27–35 เป็น "ค่าปรับเป็นพินัย" และ ม.40 กำหนดให้กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบที่สั่งการหรือไม่ป้องกันต้องรับโทษด้วย


ข้อควรระวัง: การปล่อยให้บริษัทไม่ส่งงบไม่ใช่วิธีปิดบริษัท หากไม่ยื่นงบติดต่อกันเกิน 3 รอบบัญชี DBD อาจพิจารณาขีดชื่อเป็นนิติบุคคลร้าง แต่การถูกขีดชื่อไม่ทำให้ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นหมดไป (ป.พ.พ. ม.1273/3) และหากบริษัทไม่เริ่มทำการภายใน 1 ปีนับแต่จดทะเบียน หรือหยุดทำการ 1 ปีเต็ม ศาลอาจสั่งให้เลิกได้ (ม.1237)


ควรคงบริษัทไว้พร้อมผู้ทำบัญชี หรือปิดบริษัทดี?


ถ้ามีแผนกลับมาดำเนินกิจการในเวลาอันใกล้ การคงบริษัทไว้พร้อมผู้ทำบัญชีมีเหตุผล แต่ถ้าไม่มีแผนแล้ว การปิดบริษัทอย่างถูกต้องมักลดภาระระยะยาว คำแนะนำด้านล่างเป็นแนวทางเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย

สัญญาณว่าควรคงบริษัทไว้

·       มีแผนกลับมาขายหรือรับงานในรอบบัญชีถัดไปที่ชัดเจน

·       บริษัทถือใบอนุญาต สัญญา หรือทรัพย์สินที่โอนย้ายยาก

·       ชื่อบริษัทหรือประวัติการดำเนินงานมีมูลค่าต่อการประมูลหรือขอสินเชื่อ

·       มีผู้สนใจซื้อหุ้นหรือรับโอนกิจการ

สัญญาณว่าควรพิจารณาปิดบริษัท

·       ไม่มีแผนกลับมาดำเนินกิจการแล้ว และต้องจ่ายค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชีทุกปีโดยไม่มีรายได้

·       ผู้ถือหุ้นแยกย้าย ติดต่อยาก ทำให้ประชุมอนุมัติงบแต่ละปีลำบาก

·       เริ่มมีงบค้างส่งหรือภาษีค้างยื่น ซึ่งจะสะสมเป็นภาระมากขึ้นทุกปี

ขั้นตอนตัดสินใจ 5 ข้อ

1. ตรวจสถานะปัจจุบัน: งบการเงินและ ภ.ง.ด.50 ยื่นครบถึงปีล่าสุดหรือยัง

2. ตรวจว่ายังจด VAT อยู่หรือไม่ และยื่น ภ.พ.30 ครบทุกเดือนหรือไม่

3. ประเมินต้นทุนต่อปีของการคงบริษัท (ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี เวลาจัดประชุม) โดยขอใบเสนอราคาจริง

4. ประเมินมูลค่าของการคงบริษัทไว้ (แผนธุรกิจ ใบอนุญาต สัญญา)

5. ตัดสินใจและดำเนินการทันที ไม่ปล่อยค้างโดยไม่มีผู้ทำบัญชี

ต้องเตรียมเอกสารอะไรให้ผู้ทำบัญชีเมื่อบริษัทไม่มีรายการค้า?

แม้ไม่มีเอกสารขายหรือซื้อ บริษัทยังต้องส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชีอย่างครบถ้วนถูกต้องตาม ม.12 เช็กลิสต์ด้านล่างช่วยให้ผู้ทำบัญชีปิดงบได้เร็วและตรงความจริง

☐ Statement เงินฝากทุกบัญชีที่ยังเปิดอยู่ ครบ 12 เดือนของรอบบัญชี

☐ หลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าเช่า ค่าบริการ ค่าสอบบัญชี

☐ หลักฐานเงินที่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นจ่ายแทนบริษัท หรือโอนเข้าบัญชีบริษัท

☐ หนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น

☐ รายการทรัพย์สิน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือที่ยังค้างจากปีก่อน

☐ สำเนา ภ.พ.30 ทุกเดือน (ถ้ายังจด VAT) และแบบภาษีอื่นที่ยื่นในปี

☐ หนังสือหรือจดหมายจากกรมสรรพากร DBD หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับในปี

☐ งบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชีของปีก่อน

บัญชีและเอกสารเหล่านี้ต้องเก็บไว้ ณ สถานที่ทำการ (ม.13) ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี (ม.14) แม้บริษัทจะไม่มีรายการค้า

ค่าบริการผู้ทำบัญชีของบริษัทที่ไม่มีรายการค้าขึ้นอยู่กับอะไร?


ไม่มีราคากลางที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ ค่าบริการขึ้นกับขอบเขตงานจริง ซึ่งแม้จะน้อยกว่ากิจการปกติ แต่ไม่ได้เป็นศูนย์ ปัจจัยหลักที่มีผล (ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติ) มีดังนี้

ปัจจัย

ผลต่อขอบเขตงาน

ยังจด VAT หรือไม่

ถ้ายังจด ต้องจัดทำและยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

จำนวนบัญชีธนาคาร

ยิ่งมีหลายบัญชี งานกระทบยอดยิ่งเพิ่ม

สภาพบัญชีปีก่อน

งบปีก่อนยื่นครบหรือมีงบค้าง ทำให้งานต่างกันมาก

ทรัพย์สินและหนี้สินคงค้าง

มีค่าเสื่อมราคา ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือเงินกู้ยืมกรรมการที่ต้องติดตาม

ขอบเขตงานปลายปี

รวมการเตรียมเอกสารประชุม บอจ.5 ยื่นงบ และ ภ.ง.ด.50 หรือไม่

การประสานผู้สอบบัญชี

ผู้ทำบัญชีต้องตอบคำถามและส่งเอกสารให้ผู้สอบบัญชีเพียงใด

 ค่าสอบบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก เพราะผู้สอบบัญชีต้องเป็นอิสระจากผู้ทำบัญชี ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงานชัดเจนทั้งสองส่วน

ตัวอย่างสถานการณ์ธุรกิจไทย (ตัวอย่างสมมติ)

บริษัท เอ จำกัด จดทะเบียนเพื่อรับงานออกแบบตกแต่ง แต่หลังจดทะเบียนโครงการหลักถูกเลื่อน ทำให้ปีแรกไม่มีรายได้ เจ้าของเข้าใจว่า "ไม่มีรายได้ไม่ต้องทำบัญชี" จึงไม่ได้จ้างผู้ทำบัญชี เมื่อครบรอบบัญชีพบว่ามีรายการจริงหลายรายการ ได้แก่ เงินทุนที่ผู้ถือหุ้นชำระเข้าบัญชี ค่าจดทะเบียนบริษัท ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าใช้จ่ายที่กรรมการจ่ายแทน บริษัทจึงต้องจ้างผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติบันทึกย้อนหลัง ปิดงบส่งผู้สอบบัญชี และยื่นงบกับ ภ.ง.ด.50 ให้ทันกำหนด

บริษัท บี จำกัด หยุดขายมา 2 ปีและจด VAT ไว้ ผู้ทำบัญชีเดิมยังปิดงบทุกปี แต่บริษัทหยุดยื่น ภ.พ.30 ตั้งแต่หยุดขาย ภายหลังต้องยื่นย้อนหลังทุกเดือนที่ขาด ผู้ถือหุ้นจึงตัดสินใจว่าไม่มีแผนกลับมาดำเนินกิจการแล้ว และเริ่มกระบวนการเลิกบริษัทและชำระบัญชี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

·       ยกเลิกสำนักงานบัญชีทันทีที่หยุดขาย ทั้งที่หน้าที่ตาม ม.19 ยังอยู่

·       ยื่นงบเป็นศูนย์ทั้งหมดโดยไม่ตรวจรายการจริง ทำให้ยอดเงินฝาก เงินกู้ยืมกรรมการ หรือทุนไม่ตรงกับความจริง

·       หยุดยื่น ภ.พ.30 เพราะเข้าใจว่าไม่มียอดขายไม่ต้องยื่น

·       คิดว่าไม่ต้องใช้ผู้สอบบัญชี บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบทุกปี

·       ไม่จัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ ทำให้นับกำหนดยื่นงบไม่ได้และยื่นช้า

·       ปล่อยให้ถูกขีดชื่อแทนการปิด ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นยังไม่หมดไป


คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ


·       คุยขอบเขตงานใหม่กับผู้ทำบัญชี เมื่อบริษัทไม่มีรายการค้า ขอบเขตงานลดลงได้ จึงควรตกลงรายการงานและความถี่ใหม่ให้ตรงกับความจริง

·       ปิดบัญชีธนาคารที่ไม่ใช้ เหลือบัญชีเดียวเพื่อลดรายการกระทบยอด แต่ควรเก็บ statement ทุกบัญชีไว้ตามกำหนดเก็บเอกสาร 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี (ม.14)

·       ตัดสินใจเรื่อง VAT ให้ชัด ถ้าไม่มีแผนขายอีกระยะยาว ตรวจเงื่อนไขการถอนทะเบียนกับกรมสรรพากร (1161)

·       ตั้งเส้นตายภายในให้ตัวเอง เช่น ถ้าครบ 1 รอบบัญชีแล้วยังไม่มีแผนกลับมาดำเนินการ ให้ประเมินการปิดบริษัทอย่างจริงจัง

·       เก็บหลักฐานการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น เช่น รายงานการประชุมอนุมัติงบทุกปี ซึ่งจะใช้ต่อในกรณีปิดบริษัทในอนาคต


สรุป

บริษัทไม่มีรายการค้าต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่ คำตอบคือต้องมี เพราะหน้าที่ทำบัญชีของบริษัทเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนและไม่มีข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่ไม่มีรายได้ ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติยังต้องบันทึกรายการที่เกิดจริง ปิดงบส่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และช่วยยื่นงบต่อ DBD พร้อม ภ.ง.ด.50 ทุกปี รวมถึงดูแล ภ.พ.30 หากยังจด VAT ถ้ายังมีแผนกลับมาดำเนินกิจการ การคงบริษัทพร้อมผู้ทำบัญชีมีเหตุผล แต่ถ้าไม่มีแผนแล้ว การปิดบริษัทอย่างถูกต้องดีกว่าการปล่อยให้ค้างหรือถูกขีดชื่อ

บริษัทไม่มีรายการค้า ใช้ผู้ทำบัญชีวุฒิ ปวส. ได้ไหม?

ได้ หากบริษัทเข้าเกณฑ์ คือทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ผู้ทำบัญชีวุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชีทำบัญชีให้ได้ แต่ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี อบรม CPD ครบ และแจ้งรับทำบัญชีผ่าน e-Accountant ตามประกาศที่มีผล 1 มกราคม 2569

งานของผู้ทำบัญชีบริษัทที่ไม่มีรายการค้าน้อยลงแค่ไหน?

ปริมาณการบันทึกรายการลดลงชัดเจน เพราะไม่มีเอกสารขายและซื้อ แต่งานปลายปียังครบเหมือนเดิม ได้แก่ กระทบยอดธนาคาร ปิดงบ ประสานผู้สอบบัญชี เตรียมเอกสารประชุมอนุมัติงบ ยื่นงบผ่าน DBD e-Filing และยื่น ภ.ง.ด.50 ค่าบริการจึงขึ้นกับขอบเขตงานที่เหลือ การจด VAT และสภาพบัญชีปีก่อน ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตชัดเจน

กรรมการทำบัญชีเองแทนการจ้างผู้ทำบัญชีได้ไหม?

ทำได้เฉพาะเมื่อกรรมการคนนั้นมีคุณสมบัติผู้ทำบัญชีครบตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถ้าไม่มีคุณสมบัติ การให้กรรมการลงบัญชีเองถือว่าบริษัทไม่ได้จัดให้มีผู้ทำบัญชีตาม ม.19 ซึ่งมีค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาทตาม ม.29 และกรรมการผู้รับผิดชอบอาจต้องรับโทษด้วยตาม ม.40

บริษัทไม่มีรายการค้าต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นทุกปีไหม?

ต้องจัด เพราะงบดุลของบริษัทจำกัดต้องผ่านผู้สอบบัญชีและนำเสนอที่ประชุมใหญ่อนุมัติภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดงบ (ป.พ.พ. ม.1197) และต้องส่งสำเนางบให้ผู้ถือหุ้นก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน หลังประชุมต้องส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ภายใน 14 วัน และยื่นงบการเงินภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุม

ถ้าปีก่อนไม่ได้จ้างผู้ทำบัญชีและไม่ได้ยื่นงบ ควรเริ่มแก้อย่างไร?

เริ่มจากจ้างผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติรวบรวมเอกสารย้อนหลัง เช่น statement ธนาคาร หลักฐานทุน และใบเสร็จค่าใช้จ่าย เพื่อจัดทำบัญชีและงบการเงินทีละปี ส่งผู้สอบบัญชีตรวจ จัดประชุมอนุมัติ แล้วยื่นงบที่ค้างพร้อม ภ.ง.ด.50 โดยยอมรับค่าปรับยื่นล่าช้าตามที่หน่วยงานพิจารณา ยิ่งแก้เร็ว ความเสี่ยงถูกขีดชื่อและภาระสะสมยิ่งลดลง


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?


ถ้าบริษัทของคุณหยุดขายหรือยังไม่เริ่มดำเนินกิจการ ThaiRegisters ช่วยดูแลหน้าที่ที่ยังเหลืออยู่ หรือช่วยประเมินว่าควรปิดบริษัทหรือไม่

·       ทำบัญชีและปิดงบสำหรับบริษัทที่ไม่มีรายการค้า ตามขอบเขตงานที่เหมาะสม

·       ยื่นงบการเงินผ่าน DBD e-Filing และยื่น ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.51 และ ภ.พ.30 ที่เกี่ยวข้อง

·       จัดทำบัญชีและงบย้อนหลังกรณีงบค้าง พร้อมประสานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

·       ประเมินทางเลือกคงบริษัทไว้หรือเลิกบริษัทและชำระบัญชี

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:

·       ชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก

·       วันที่หยุดดำเนินกิจการ หรือยังไม่เคยเริ่มดำเนินกิจการ

·       ปีล่าสุดที่ยื่นงบการเงินและ ภ.ง.ด.50

·       สถานะการจด VAT และการยื่น ภ.พ.30

·       statement ธนาคารทุกบัญชีที่ยังเปิดอยู่


bottom of page