บริษัทไม่มีรายการค้าต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่? หน้าที่ที่ยังอยู่และทางเลือกของเจ้าของ

บริษัทไม่มีรายการค้าต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่ คำตอบคือยังต้องมี เพราะ พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้บริษัทจำกัดมีหน้าที่ทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน และต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ (ม.9 และ ม.19) โดยไม่มีข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่ไม่มีรายได้ ผู้ทำบัญชียังต้องบันทึกรายการที่เกิดจริง ปิดงบให้ผู้สอบบัญชีตรวจ และยื่นงบต่อ DBD พร้อม ภ.ง.ด.50 ทุกปีจนกว่าจะเลิกและชำระบัญชีเสร็จ
ทำไมบริษัทไม่มีรายการค้ายังต้องมีผู้ทำบัญชี?
เพราะหน้าที่ทำบัญชีผูกกับ "สถานะนิติบุคคล" ไม่ได้ผูกกับ "การมีรายได้" ตราบใดที่บริษัทยังจดทะเบียนอยู่ หน้าที่ตามกฎหมายยังเดินต่อทุกปี
· ม.8 กำหนดให้บริษัทจำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
· ม.9 หน้าที่ทำบัญชีของบริษัทเริ่มตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่วันเริ่มขาย
· ม.10 ต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และต่อไปทุกรอบ 12 เดือน
· ม.11 ต้องยื่นงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
· ม.19 ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด
ตัวบทเหล่านี้ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่ไม่มีรายได้หรือไม่ได้ประกอบกิจการ ดังนั้นบริษัทที่ "พัก" ไว้จึงยังต้องมีผู้ทำบัญชี
"ไม่มีรายการค้า" ไม่ได้แปลว่า "ไม่มีรายการบัญชี"
แม้ไม่มีการซื้อขาย บริษัทส่วนใหญ่ยังมีรายการที่ต้องบันทึก เช่น
· ค่าธรรมเนียมธนาคาร หรือดอกเบี้ยรับจากบัญชีเงินฝาก
· ค่าสอบบัญชีและค่าทำบัญชีที่ค้างจ่ายหรือจ่ายแล้ว
· เงินที่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นจ่ายแทนบริษัท (เงินกู้ยืมกรรมการ)
· ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่ยังมีอยู่
· ค่าเช่าสำนักงาน ค่าโทรศัพท์ หรือค่าบริการที่ยังผูกกับบริษัท
· ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือสินค้าคงเหลือที่ค้างจากปีก่อน
รายการเหล่านี้ทำให้งบการเงินมีตัวเลข ผู้ทำบัญชีจึงต้องบันทึกและปิดงบตามจริง ไม่ใช่ยื่นงบที่เป็นศูนย์ทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบ
ผู้ทำบัญชีของบริษัทที่ไม่มีรายการค้าต้องทำอะไรบ้าง?
งานลดลงจากกิจการปกติ แต่ยังมีงานหลักครบทุกขั้นตอนของรอบบัญชี ตารางด้านล่างสรุปงานที่ยังต้องทำ
งาน | ยังต้องทำหรือไม่ | หมายเหตุ |
บันทึกบัญชีรายการที่เกิดจริง | ต้องทำ | ลงรายการภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด |
กระทบยอดเงินฝากธนาคาร | ต้องทำ | ใช้ statement ทุกบัญชีที่ยังเปิดอยู่ |
ปิดบัญชีและจัดทำงบการเงินประจำปี | ต้องทำ | ทุกรอบ 12 เดือน (ม.10) |
ส่งงบให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจ | ต้องทำ (บริษัทจำกัด) | ไม่มีข้อยกเว้นตามขนาดสำหรับบริษัทจำกัด |
ยื่นงบการเงินผ่าน DBD e-Filing | ต้องทำ | ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ |
ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน | ต้องทำ | ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี (ยื่นออนไลน์ได้ 158 วัน) |
ยื่น ภ.ง.ด.51 | โดยหลักยังต้องยื่น | ยกเว้นรอบบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายที่น้อยกว่า 12 เดือน |
ยื่น ภ.พ.30 | ต้องทำถ้ายังจด VAT | ยื่นทุกเดือนแม้ไม่มียอดขาย |
ยื่น ภ.ง.ด.1/3/53 | เฉพาะเมื่อมีการจ่ายเงินได้ที่ต้องหัก | โดยทั่วไปยื่นเมื่อมีการจ่าย |
งานด้านภาษีที่มักถูกลืมเมื่อบริษัทหยุดขาย
ภ.พ.30 เป็นจุดที่พลาดบ่อยที่สุด ประมวลรัษฎากร ม.83 กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ยื่นแบบทุกเดือนภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป "ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม" (ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23 สำหรับแบบที่ครบกำหนดภายใน 31 ม.ค. 2570) ถ้าบริษัทไม่ได้เลิกกิจการแต่รายรับต่ำกว่าเกณฑ์ ทางเลือกคือขอให้อธิบดีสั่งถอนทะเบียน VAT ด้วยแบบ ภ.พ.08 ตาม ม.85/10 เมื่อเข้าเงื่อนไข ไม่ใช่แค่หยุดยื่น
ภ.ง.ด.50 กรมสรรพากรระบุว่าบริษัทต้องยื่นแม้ไม่มีรายได้ และต้องยื่นจนกว่าจะจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีเสร็จ
ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติอะไร
ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2568 ที่มีผล 1 มกราคม 2569 เช่น วุฒิการศึกษาทางการบัญชีตามขนาดกิจการ เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ต่ออายุรายปี อบรม CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี และแจ้งรับทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน กรณีบริษัทที่ไม่มีรายการค้า วุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชีใช้ได้หากบริษัทมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมและรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท
ถ้าไม่มีผู้ทำบัญชีหรือไม่ยื่นงบ จะมีผลอย่างไร?
ผลมีทั้งค่าปรับ ความรับผิดของกรรมการ และความเสี่ยงถูกขีดชื่อ โดยไม่ได้ทำให้หน้าที่หายไป
ความผิด | ฐานกฎหมาย | ค่าปรับสูงสุด |
ไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ (ฝ่าฝืน ม.19 วรรคหนึ่ง) | พ.ร.บ.การบัญชี ม.29 | ไม่เกิน 10,000 บาท |
ไม่จัดทำบัญชี (ม.8/ม.9) | ม.28 | ไม่เกิน 30,000 บาท และวันละไม่เกิน 1,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติ |
ไม่ยื่นงบการเงิน (ม.11 วรรคหนึ่ง) | ม.30 | ไม่เกิน 50,000 บาท |
งบไม่ผ่านผู้สอบบัญชี (ม.11 วรรคสี่) | ม.32 | ไม่เกิน 20,000 บาท |
ปัจจุบันค่าปรับตาม ม.27–35 เป็น "ค่าปรับเป็นพินัย" และ ม.40 กำหนดให้กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบที่สั่งการหรือไม่ป้องกันต้องรับโทษด้วย
ข้อควรระวัง: การปล่อยให้บริษัทไม่ส่งงบไม่ใช่วิธีปิดบริษัท หากไม่ยื่นงบติดต่อกันเกิน 3 รอบบัญชี DBD อาจพิจารณาขีดชื่อเป็นนิติบุคคลร้าง แต่การถูกขีดชื่อไม่ทำให้ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นหมดไป (ป.พ.พ. ม.1273/3) และหากบริษัทไม่เริ่มทำการภายใน 1 ปีนับแต่จดทะเบียน หรือหยุดทำการ 1 ปีเต็ม ศาลอาจสั่งให้เลิกได้ (ม.1237)
ควรคงบริษัทไว้พร้อมผู้ทำบัญชี หรือปิดบริษัทดี?
ถ้ามีแผนกลับมาดำเนินกิจการในเวลาอันใกล้ การคงบริษัทไว้พร้อมผู้ทำบัญชีมีเหตุผล แต่ถ้าไม่มีแผนแล้ว การปิดบริษัทอย่างถูกต้องมักลดภาระระยะยาว คำแนะนำด้านล่างเป็นแนวทางเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย
สัญญาณว่าควรคงบริษัทไว้
· มีแผนกลับมาขายหรือรับงานในรอบบัญชีถัดไปที่ชัดเจน
· บริษัทถือใบอนุญาต สัญญา หรือทรัพย์สินที่โอนย้ายยาก
· ชื่อบริษัทหรือประวัติการดำเนินงานมีมูลค่าต่อการประมูลหรือขอสินเชื่อ
· มีผู้สนใจซื้อหุ้นหรือรับโอนกิจการ
สัญญาณว่าควรพิจารณาปิดบริษัท
· ไม่มีแผนกลับมาดำเนินกิจการแล้ว และต้องจ่ายค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชีทุกปีโดยไม่มีรายได้
· ผู้ถือหุ้นแยกย้าย ติดต่อยาก ทำให้ประชุมอนุมัติงบแต่ละปีลำบาก
· เริ่มมีงบค้างส่งหรือภาษีค้างยื่น ซึ่งจะสะสมเป็นภาระมากขึ้นทุกปี
ขั้นตอนตัดสินใจ 5 ข้อ
1. ตรวจสถานะปัจจุบัน: งบการเงินและ ภ.ง.ด.50 ยื่นครบถึงปีล่าสุดหรือยัง
2. ตรวจว่ายังจด VAT อยู่หรือไม่ และยื่น ภ.พ.30 ครบทุกเดือนหรือไม่
3. ประเมินต้นทุนต่อปีของการคงบริษัท (ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี เวลาจัดประชุม) โดยขอใบเสนอราคาจริง
4. ประเมินมูลค่าของการคงบริษัทไว้ (แผนธุรกิจ ใบอนุญาต สัญญา)
5. ตัดสินใจและดำเนินการทันที ไม่ปล่อยค้างโดยไม่มีผู้ทำบัญชี
ต้องเตรียมเอกสารอะไรให้ผู้ทำบัญชีเมื่อบริษัทไม่มีรายการค้า?
แม้ไม่มีเอกสารขายหรือซื้อ บริษัทยังต้องส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชีอย่างครบถ้วนถูกต้องตาม ม.12 เช็กลิสต์ด้านล่างช่วยให้ผู้ทำบัญชีปิดงบได้เร็วและตรงความจริง
☐ Statement เงินฝากทุกบัญชีที่ยังเปิดอยู่ ครบ 12 เดือนของรอบบัญชี
☐ หลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าเช่า ค่าบริการ ค่าสอบบัญชี
☐ หลักฐานเงินที่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นจ่ายแทนบริษัท หรือโอนเข้าบัญชีบริษัท
☐ หนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
☐ รายการทรัพย์สิน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือที่ยังค้างจากปีก่อน
☐ สำเนา ภ.พ.30 ทุกเดือน (ถ้ายังจด VAT) และแบบภาษีอื่นที่ยื่นในปี
☐ หนังสือหรือจดหมายจากกรมสรรพากร DBD หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับในปี
☐ งบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชีของปีก่อน
บัญชีและเอกสารเหล่านี้ต้องเก็บไว้ ณ สถานที่ทำการ (ม.13) ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี (ม.14) แม้บริษัทจะไม่มีรายการค้า
ค่าบริการผู้ทำบัญชีของบริษัทที่ไม่มีรายการค้าขึ้นอยู่กับอะไร?
ไม่มีราคากลางที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ ค่าบริการขึ้นกับขอบเขตงานจริง ซึ่งแม้จะน้อยกว่ากิจการปกติ แต่ไม่ได้เป็นศูนย์ ปัจจัยหลักที่มีผล (ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติ) มีดังนี้
ปัจจัย | ผลต่อขอบเขตงาน |
ยังจด VAT หรือไม่ | ถ้ายังจด ต้องจัดทำและยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน |
จำนวนบัญชีธนาคาร | ยิ่งมีหลายบัญชี งานกระทบยอดยิ่งเพิ่ม |
สภาพบัญชีปีก่อน | งบปีก่อนยื่นครบหรือมีงบค้าง ทำให้งานต่างกันมาก |
ทรัพย์สินและหนี้สินคงค้าง | มีค่าเสื่อมราคา ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือเงินกู้ยืมกรรมการที่ต้องติดตาม |
ขอบเขตงานปลายปี | รวมการเตรียมเอกสารประชุม บอจ.5 ยื่นงบ และ ภ.ง.ด.50 หรือไม่ |
การประสานผู้สอบบัญชี | ผู้ทำบัญชีต้องตอบคำถามและส่งเอกสารให้ผู้สอบบัญชีเพียงใด |
ค่าสอบบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก เพราะผู้สอบบัญชีต้องเป็นอิสระจากผู้ทำบัญชี ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงานชัดเจนทั้งสองส่วน
ตัวอย่างสถานการณ์ธุรกิจไทย (ตัวอย่างสมมติ)
บริษัท เอ จำกัด จดทะเบียนเพื่อรับงานออกแบบตกแต่ง แต่หลังจดทะเบียนโครงการหลักถูกเลื่อน ทำให้ปีแรกไม่มีรายได้ เจ้าของเข้าใจว่า "ไม่มีรายได้ไม่ต้องทำบัญชี" จึงไม่ได้จ้างผู้ทำบัญชี เมื่อครบรอบบัญชีพบว่ามีรายการจริงหลายรายการ ได้แก่ เงินทุนที่ผู้ถือหุ้นชำระเข้าบัญชี ค่าจดทะเบียนบริษัท ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าใช้จ่ายที่กรรมการจ่ายแทน บริษัทจึงต้องจ้างผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติบันทึกย้อนหลัง ปิดงบส่งผู้สอบบัญชี และยื่นงบกับ ภ.ง.ด.50 ให้ทันกำหนด
บริษัท บี จำกัด หยุดขายมา 2 ปีและจด VAT ไว้ ผู้ทำบัญชีเดิมยังปิดงบทุกปี แต่บริษัทหยุดยื่น ภ.พ.30 ตั้งแต่หยุดขาย ภายหลังต้องยื่นย้อนหลังทุกเดือนที่ขาด ผู้ถือหุ้นจึงตัดสินใจว่าไม่มีแผนกลับมาดำเนินกิจการแล้ว และเริ่มกระบวนการเลิกบริษัทและชำระบัญชี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
· ยกเลิกสำนักงานบัญชีทันทีที่หยุดขาย ทั้งที่หน้าที่ตาม ม.19 ยังอยู่
· ยื่นงบเป็นศูนย์ทั้งหมดโดยไม่ตรวจรายการจริง ทำให้ยอดเงินฝาก เงินกู้ยืมกรรมการ หรือทุนไม่ตรงกับความจริง
· หยุดยื่น ภ.พ.30 เพราะเข้าใจว่าไม่มียอดขายไม่ต้องยื่น
· คิดว่าไม่ต้องใช้ผู้สอบบัญชี บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบทุกปี
· ไม่จัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ ทำให้นับกำหนดยื่นงบไม่ได้และยื่นช้า
· ปล่อยให้ถูกขีดชื่อแทนการปิด ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นยังไม่หมดไป
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
· คุยขอบเขตงานใหม่กับผู้ทำบัญชี เมื่อบริษัทไม่มีรายการค้า ขอบเขตงานลดลงได้ จึงควรตกลงรายการงานและความถี่ใหม่ให้ตรงกับความจริง
· ปิดบัญชีธนาคารที่ไม่ใช้ เหลือบัญชีเดียวเพื่อลดรายการกระทบยอด แต่ควรเก็บ statement ทุกบัญชีไว้ตามกำหนดเก็บเอกสาร 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี (ม.14)
· ตัดสินใจเรื่อง VAT ให้ชัด ถ้าไม่มีแผนขายอีกระยะยาว ตรวจเงื่อนไขการถอนทะเบียนกับกรมสรรพากร (1161)
· ตั้งเส้นตายภายในให้ตัวเอง เช่น ถ้าครบ 1 รอบบัญชีแล้วยังไม่มีแผนกลับมาดำเนินการ ให้ประเมินการปิดบริษัทอย่างจริงจัง
· เก็บหลักฐานการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น เช่น รายงานการประชุมอนุมัติงบทุกปี ซึ่งจะใช้ต่อในกรณีปิดบริษัทในอนาคต
สรุป
บริษัทไม่มีรายการค้าต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่ คำตอบคือต้องมี เพราะหน้าที่ทำบัญชีของบริษัทเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนและไม่มีข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่ไม่มีรายได้ ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติยังต้องบันทึกรายการที่เกิดจริง ปิดงบส่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และช่วยยื่นงบต่อ DBD พร้อม ภ.ง.ด.50 ทุกปี รวมถึงดูแล ภ.พ.30 หากยังจด VAT ถ้ายังมีแผนกลับมาดำเนินกิจการ การคงบริษัทพร้อมผู้ทำบัญชีมีเหตุผล แต่ถ้าไม่มีแผนแล้ว การปิดบริษัทอย่างถูกต้องดีกว่าการปล่อยให้ค้างหรือถูกขีดชื่อ
บริษัทไม่มีรายการค้า ใช้ผู้ทำบัญชีวุฒิ ปวส. ได้ไหม?
ได้ หากบริษัทเข้าเกณฑ์ คือทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ผู้ทำบัญชีวุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชีทำบัญชีให้ได้ แต่ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี อบรม CPD ครบ และแจ้งรับทำบัญชีผ่าน e-Accountant ตามประกาศที่มีผล 1 มกราคม 2569
งานของผู้ทำบัญชีบริษัทที่ไม่มีรายการค้าน้อยลงแค่ไหน?
ปริมาณการบันทึกรายการลดลงชัดเจน เพราะไม่มีเอกสารขายและซื้อ แต่งานปลายปียังครบเหมือนเดิม ได้แก่ กระทบยอดธนาคาร ปิดงบ ประสานผู้สอบบัญชี เตรียมเอกสารประชุมอนุมัติงบ ยื่นงบผ่าน DBD e-Filing และยื่น ภ.ง.ด.50 ค่าบริการจึงขึ้นกับขอบเขตงานที่เหลือ การจด VAT และสภาพบัญชีปีก่อน ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตชัดเจน
กรรมการทำบัญชีเองแทนการจ้างผู้ทำบัญชีได้ไหม?
ทำได้เฉพาะเมื่อกรรมการคนนั้นมีคุณสมบัติผู้ทำบัญชีครบตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถ้าไม่มีคุณสมบัติ การให้กรรมการลงบัญชีเองถือว่าบริษัทไม่ได้จัดให้มีผู้ทำบัญชีตาม ม.19 ซึ่งมีค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาทตาม ม.29 และกรรมการผู้รับผิดชอบอาจต้องรับโทษด้วยตาม ม.40
บริษัทไม่มีรายการค้าต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นทุกปีไหม?
ต้องจัด เพราะงบดุลของบริษัทจำกัดต้องผ่านผู้สอบบัญชีและนำเสนอที่ประชุมใหญ่อนุมัติภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดงบ (ป.พ.พ. ม.1197) และต้องส่งสำเนางบให้ผู้ถือหุ้นก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน หลังประชุมต้องส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ภายใน 14 วัน และยื่นงบการเงินภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุม
ถ้าปีก่อนไม่ได้จ้างผู้ทำบัญชีและไม่ได้ยื่นงบ ควรเริ่มแก้อย่างไร?
เริ่มจากจ้างผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติรวบรวมเอกสารย้อนหลัง เช่น statement ธนาคาร หลักฐานทุน และใบเสร็จค่าใช้จ่าย เพื่อจัดทำบัญชีและงบการเงินทีละปี ส่งผู้สอบบัญชีตรวจ จัดประชุมอนุมัติ แล้วยื่นงบที่ค้างพร้อม ภ.ง.ด.50 โดยยอมรับค่าปรับยื่นล่าช้าตามที่หน่วยงานพิจารณา ยิ่งแก้เร็ว ความเสี่ยงถูกขีดชื่อและภาระสะสมยิ่งลดลง
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
ถ้าบริษัทของคุณหยุดขายหรือยังไม่เริ่มดำเนินกิจการ ThaiRegisters ช่วยดูแลหน้าที่ที่ยังเหลืออยู่ หรือช่วยประเมินว่าควรปิดบริษัทหรือไม่
· ทำบัญชีและปิดงบสำหรับบริษัทที่ไม่มีรายการค้า ตามขอบเขตงานที่เหมาะสม
· ยื่นงบการเงินผ่าน DBD e-Filing และยื่น ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.51 และ ภ.พ.30 ที่เกี่ยวข้อง
· จัดทำบัญชีและงบย้อนหลังกรณีงบค้าง พร้อมประสานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
· ประเมินทางเลือกคงบริษัทไว้หรือเลิกบริษัทและชำระบัญชี
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:
· ชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก
· วันที่หยุดดำเนินกิจการ หรือยังไม่เคยเริ่มดำเนินกิจการ
· ปีล่าสุดที่ยื่นงบการเงินและ ภ.ง.ด.50
· สถานะการจด VAT และการยื่น ภ.พ.30
· statement ธนาคารทุกบัญชีที่ยังเปิดอยู่




