งบการเงินบริษัทอ่านอย่างไร คู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME พร้อมตัวอย่าง

งบการเงินอ่านอย่างไรให้ได้ประโยชน์ เริ่มจาก 4 ขั้น คือ (1) อ่านรายงานผู้สอบบัญชีว่าความเห็นเป็นแบบไม่มีเงื่อนไขหรือไม่ (2) อ่านงบกำไรขาดทุนเพื่อดูว่ารายได้ ต้นทุน และกำไรเป็นอย่างไร (3) อ่านงบฐานะการเงินเพื่อดูเงินสด ลูกหนี้ สินค้า หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (4) อ่านหมายเหตุประกอบงบเพื่อหารายละเอียดที่ตัวเลขไม่ได้บอก จากนั้นคำนวณอัตราส่วนสำคัญและเทียบกับปีก่อน
งบการเงินบริษัทประกอบด้วยอะไรบ้าง?
งบการเงินคือรายงานที่สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบบัญชี 12 เดือน ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 บริษัทต้องปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน และงบการเงินของบริษัทจำกัดต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ก่อนนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติและยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ชุดงบการเงินที่เจ้าของ SME มักได้รับประกอบด้วยส่วนหลักดังนี้ (รายละเอียดขึ้นกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่กิจการใช้)
ส่วนของงบ | ตอบคำถามอะไร | สิ่งที่ควรดูก่อน |
รายงานของผู้สอบบัญชี | ตัวเลขในงบเชื่อถือได้แค่ไหน | ประเภทความเห็น และย่อหน้าที่ขึ้นต้นว่า "เกณฑ์" หรือ "ข้อสังเกต" |
งบฐานะการเงิน | ณ วันสิ้นปี บริษัทมีอะไร เป็นหนี้ใคร และเจ้าของมีส่วนเท่าไร | เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ หนี้สินระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้น |
งบกำไรขาดทุน | ทั้งปีขายได้เท่าไร ต้นทุนเท่าไร กำไรหรือขาดทุนเท่าไร | รายได้ กำไรขั้นต้น ค่าใช้จ่าย กำไรสุทธิ |
หมายเหตุประกอบงบการเงิน | รายละเอียดเบื้องหลังตัวเลข | นโยบายบัญชี เงินกู้ รายการกับกรรมการ ภาระผูกพัน |
ข้อควรรู้: ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่องรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566 ใช้กับงบการเงินงวดที่เริ่ม 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป และเปลี่ยนชื่อ "งบแสดงฐานะการเงิน" เป็น "งบฐานะการเงิน" ถ้างบปีเก่าใช้ชื่อเดิม ให้เข้าใจว่าเป็นงบเดียวกัน
SME ใช้มาตรฐานบัญชีชุดไหน?
SMEs ส่วนใหญ่เป็นกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ จึงใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ฉบับปรับปรุง 2565 ซึ่งมีผลกับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2566 ส่วนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และสถาบันการเงินใช้ TFRS ฉบับเต็ม มาตรฐานที่ใช้มีผลต่อรูปแบบและรายการที่ต้องแสดงในงบ จึงควรดูในหมายเหตุประกอบงบว่าบริษัทใช้มาตรฐานชุดใด
ควรอ่านงบการเงินตามลำดับไหน?
อ่านจาก "ความน่าเชื่อถือ" ไป "ผลงาน" ไป "ความแข็งแรง" แล้วจบที่ "รายละเอียด" ลำดับนี้ช่วยให้ไม่ตีความตัวเลขผิดตั้งแต่ต้น
1. รายงานผู้สอบบัญชี ตรวจว่าความเห็นมีเงื่อนไขหรือข้อสังเกตหรือไม่
2. งบกำไรขาดทุน ดูรายได้ กำไรขั้นต้น ค่าใช้จ่าย และกำไรสุทธิ เทียบกับปีก่อน
3. งบฐานะการเงิน ดูเงินสด ลูกหนี้ สินค้า หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น
4. หมายเหตุประกอบงบ หาคำอธิบายของรายการที่เปลี่ยนแปลงมาก
รายงานผู้สอบบัญชีบอกอะไรเจ้าของธุรกิจ?
รายงานผู้สอบบัญชีบอกว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตซึ่งตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ เห็นว่างบการเงินแสดงข้อมูลถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญหรือไม่ เป็นหน้าแรกที่ควรอ่าน เพราะถ้าผู้สอบบัญชีมีข้อสงวน ตัวเลขในหน้าถัดไปอาจยังไม่สะท้อนความจริงทั้งหมด
ประเภทความเห็นโดยทั่วไป (ความรู้ทั่วไปทางวิชาชีพ ไม่ใช่ข้อความในกฎหมาย):
ประเภทความเห็น | ความหมายโดยย่อ | สิ่งที่เจ้าของควรทำ |
ไม่มีเงื่อนไข | งบแสดงโดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ | อ่านต่อได้ตามปกติ แต่ยังควรอ่านย่อหน้าข้อสังเกต (ถ้ามี) |
มีเงื่อนไข | ถูกต้องตามที่ควร ยกเว้นบางเรื่องที่ระบุไว้ | ถามผู้ทำบัญชีว่าเรื่องนั้นคืออะไร แก้ได้อย่างไรในปีหน้า |
ไม่ถูกต้อง | งบไม่ได้แสดงตามที่ควรอย่างมีสาระสำคัญ | ประชุมผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีโดยด่วน |
ไม่แสดงความเห็น | ผู้สอบบัญชีไม่ได้หลักฐานเพียงพอที่จะสรุป | ตรวจระบบเอกสารและการทำบัญชีทั้งหมด |
ข้อควรระวัง: ถ้าในรายงานมีย่อหน้าเกี่ยวกับ "ความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานต่อเนื่อง" หมายความว่าผู้สอบบัญชีเห็นสัญญาณที่บริษัทอาจดำเนินกิจการต่อไปได้ยาก เป็นเรื่องที่เจ้าของต้องให้ความสำคัญทันที
งบกำไรขาดทุนอ่านอย่างไร?
งบกำไรขาดทุนตอบว่าในรอบปีบริษัทสร้างกำไรได้จริงหรือไม่ และกำไรหายไปที่ขั้นไหน อ่านจากบนลงล่างเป็นชั้น ๆ
· รายได้ ยอดขายหรือรายได้จากการให้บริการ เทียบกับปีก่อนว่าโตหรือหด
· ต้นทุนขายหรือต้นทุนบริการ ต้นทุนที่ผูกกับสิ่งที่ขาย
· กำไรขั้นต้น รายได้ลบต้นทุนขาย บอกว่าสินค้าหรือบริการมีส่วนต่างพอหรือไม่
· ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เช่น เงินเดือนพนักงานสำนักงาน ค่าเช่า ค่าการตลาด
· ต้นทุนทางการเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้
· ภาษีเงินได้ ภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบบัญชี
· กำไรสุทธิ สิ่งที่เหลือจริงหลังหักทุกอย่าง
กำไรไม่เท่ากับเงินสด
กำไรในงบกำไรขาดทุนรับรู้เมื่อขายหรือให้บริการแล้ว แม้ยังไม่ได้รับเงิน ถ้าลูกค้าจ่ายช้าหรือสินค้าค้างสต็อกมาก บริษัทอาจมีกำไรแต่เงินสดตึงมือ จึงต้องอ่านงบฐานะการเงินควบคู่เสมอ
งบฐานะการเงินอ่านอย่างไร?
งบฐานะการเงินเป็นภาพ ณ วันสิ้นรอบบัญชี โดยมีหลักว่า สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น สิ่งที่บริษัทมีทั้งหมดได้มาจากการกู้ยืมหรือจากเงินของเจ้าของ
· สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสด ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ ที่คาดว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินสดภายในประมาณหนึ่งปี
· สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ที่ใช้งานระยะยาว
· หนี้สินหมุนเวียน เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะสั้น ที่ต้องจ่ายภายในประมาณหนึ่งปี
· หนี้สินไม่หมุนเวียน เงินกู้ระยะยาว
· ส่วนของผู้ถือหุ้น ทุนที่ชำระแล้ว บวกกำไรสะสม (หรือหักขาดทุนสะสม)
รายการที่เจ้าของ SME ควรสังเกตเป็นพิเศษ
· เงินกู้ยืมจากกรรมการ หรือเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ บอกว่ามีเงินไหลระหว่างบริษัทกับเจ้าของ ควรมีเอกสารรองรับชัดเจน
· ขาดทุนสะสมสูง จนส่วนของผู้ถือหุ้นใกล้ศูนย์หรือติดลบ เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างเงินทุนอ่อนแอ
· ลูกหนี้ค้างนาน ที่ยังไม่ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ อาจทำให้สินทรัพย์สูงเกินจริง
อัตราส่วนทางการเงินสำคัญสำหรับ SME มีอะไรบ้าง?
อัตราส่วนช่วยแปลงตัวเลขดิบให้เปรียบเทียบได้ ข้ามปีและข้ามขนาดกิจการ สูตรต่อไปนี้เป็นความรู้ทั่วไปทางการเงิน ค่าที่ "ดี" ขึ้นกับประเภทธุรกิจ จึงควรเทียบกับปีก่อนของบริษัทเองเป็นหลัก
อัตราส่วน | สูตร | บอกอะไร |
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) | สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน | ความสามารถจ่ายหนี้ระยะสั้น |
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (Quick Ratio) | (สินทรัพย์หมุนเวียน − สินค้าคงเหลือ) ÷ หนี้สินหมุนเวียน | สภาพคล่องโดยไม่พึ่งการขายสต็อก |
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) | หนี้สินรวม ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น | พึ่งพาเงินกู้มากเพียงใด |
อัตรากำไรขั้นต้น | กำไรขั้นต้น ÷ รายได้ × 100 | ส่วนต่างของสินค้าหรือบริการ |
อัตรากำไรสุทธิ | กำไรสุทธิ ÷ รายได้ × 100 | ทุก 100 บาทที่ขาย เหลือเป็นกำไรเท่าไร |
ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) | กำไรสุทธิ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น × 100 | เงินของเจ้าของสร้างผลตอบแทนได้เท่าไร |
ระยะเวลาเก็บหนี้ | ลูกหนี้การค้า ÷ รายได้ × 365 | ลูกค้าจ่ายเงินเฉลี่ยกี่วัน |
ตัวอย่างการอ่านงบการเงิน: บริษัท อี จำกัด
ตัวอย่างสมมติ ตัวเลขทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่ออธิบายวิธีคำนวณเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริงหรือค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
บริษัท อี จำกัด ขายอุปกรณ์สำนักงานให้ลูกค้าธุรกิจ ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข งบการเงินรอบปีล่าสุดสรุปได้ดังนี้ (หน่วย: บาท)
งบกำไรขาดทุน | จำนวน |
รายได้จากการขาย | 10,000,000 |
ต้นทุนขาย | 7,000,000 |
กำไรขั้นต้น | 3,000,000 |
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 2,200,000 |
ต้นทุนทางการเงิน | 100,000 |
กำไรก่อนภาษีเงินได้ | 700,000 |
ภาษีเงินได้ (ตัวเลขสมมติ) | 140,000 |
กำไรสุทธิ | 560,000 |
งบฐานะการเงิน | จำนวน |
เงินสด | 800,000 |
ลูกหนี้การค้า | 1,200,000 |
สินค้าคงเหลือ | 1,000,000 |
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 3,000,000 |
อาคารและอุปกรณ์ สุทธิ | 2,000,000 |
รวมสินทรัพย์ | 5,000,000 |
เจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ระยะสั้น | 2,000,000 |
เงินกู้ระยะยาว | 1,000,000 |
รวมหนี้สิน | 3,000,000 |
ทุนที่ชำระแล้ว | 1,000,000 |
กำไรสะสม | 1,000,000 |
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น | 2,000,000 |
ผลการคำนวณ
· Current Ratio = 3,000,000 ÷ 2,000,000 = 1.5 เท่า มีสินทรัพย์หมุนเวียน 1.5 บาท ต่อหนี้ระยะสั้น 1 บาท
· Quick Ratio = (3,000,000 − 1,000,000) ÷ 2,000,000 = 1.0 เท่า ถ้าไม่นับสต็อก ยังพอจ่ายหนี้ระยะสั้นได้พอดี
· D/E = 3,000,000 ÷ 2,000,000 = 1.5 เท่า ใช้เงินกู้มากกว่าเงินเจ้าของ
· อัตรากำไรขั้นต้น = 3,000,000 ÷ 10,000,000 = 30%
· อัตรากำไรสุทธิ = 560,000 ÷ 10,000,000 = 5.6%
· ROE = 560,000 ÷ 2,000,000 = 28% (ใช้ส่วนของผู้ถือหุ้นปลายปีเพื่อความง่าย)
· ระยะเวลาเก็บหนี้ = 1,200,000 ÷ 10,000,000 × 365 ≈ 44 วัน
ตีความอย่างไร
บริษัท อี มีกำไรและผลตอบแทนต่อเงินเจ้าของสูง แต่จากกำไรขั้นต้น 30% เหลือกำไรสุทธิเพียง 5.6% แสดงว่าค่าใช้จ่ายบริหารกินส่วนต่างไปมาก ขณะเดียวกันลูกค้าจ่ายเงินเฉลี่ยราว 44 วัน และบริษัทพึ่งเงินกู้ค่อนข้างมาก คำถามที่เจ้าของควรนำไปคุยกับผู้ทำบัญชีคือ ค่าใช้จ่ายรายการใดเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ลูกหนี้รายใดค้างนาน และเงินกู้ระยะสั้นจะครบกำหนดเมื่อใด
สัญญาณเตือนในงบการเงินที่ไม่ควรมองข้าม
☐ ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแบบมีเงื่อนไข ไม่ถูกต้อง หรือไม่แสดงความเห็น
☐ มีย่อหน้าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการดำเนินงานต่อเนื่อง
☐ รายได้เพิ่มแต่กำไรขั้นต้นลดลงต่อเนื่อง
☐ มีกำไรแต่เงินสดลดลงทุกปี
☐ ลูกหนี้หรือสินค้าคงเหลือโตเร็วกว่ารายได้
☐ หนี้สินหมุนเวียนมากกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน
☐ ขาดทุนสะสมจนส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ
☐ มีเงินกู้ยืมระหว่างบริษัทกับกรรมการจำนวนมากโดยไม่มีคำอธิบายในหมายเหตุ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของเจ้าของธุรกิจเมื่ออ่านงบ
· ดูแค่กำไรสุทธิบรรทัดสุดท้าย โดยไม่ดูว่ากำไรมาจากธุรกิจหลักหรือรายการพิเศษ
· ข้ามรายงานผู้สอบบัญชี ทั้งที่เป็นหน้าที่บอกว่าตัวเลขเชื่อถือได้แค่ไหน
· คิดว่ากำไรเท่ากับเงินสด แล้วตัดสินใจลงทุนหรือจ่ายเงินปันผลจนสภาพคล่องตึง
· ไม่เทียบกับปีก่อน ทำให้ไม่เห็นแนวโน้ม
· อ่านงบปีละครั้งตอนเซ็นอนุมัติ แทนที่จะขอรายงานระหว่างปีเพื่อใช้บริหาร
· ลงนามรับรองงบโดยไม่เข้าใจ ทั้งที่กรรมการมีหน้าที่ต่องบที่บริษัทยื่น
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
งบการเงินมีประโยชน์มากที่สุดเมื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหาร ไม่ใช่แค่เอกสารที่ต้องยื่นตามกฎหมาย
· ขอให้สำนักงานบัญชีส่งงบกำไรขาดทุนและงบฐานะการเงินแบบย่อเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส
· เลือกอัตราส่วน 3–5 ตัวที่สำคัญกับธุรกิจของคุณ แล้วติดตามต่อเนื่อง
· ก่อนประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ ให้จดคำถามจากงบไปถามผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี
· ใช้งบปีที่ผ่านมาเป็นฐานตั้งงบประมาณปีถัดไป
· ถ้าจะขอสินเชื่อหรือหาผู้ร่วมทุน ให้เตรียมคำอธิบายตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงมากไว้ล่วงหน้า
สรุป
งบการเงินอ่านอย่างไรให้ใช้ได้จริง ให้เริ่มที่รายงานผู้สอบบัญชีเพื่อดูความน่าเชื่อถือ แล้วอ่านงบกำไรขาดทุนเพื่อดูว่ากำไรมาจากไหนและหายไปที่ใด ต่อด้วยงบฐานะการเงินเพื่อดูสภาพคล่อง หนี้ และทุน และปิดท้ายที่หมายเหตุประกอบงบ จากนั้นคำนวณอัตราส่วนสำคัญ เช่น Current Ratio, D/E, อัตรากำไรขั้นต้น และระยะเวลาเก็บหนี้ เทียบกับปีก่อน เจ้าของธุรกิจที่อ่านงบเป็นจะถามคำถามที่ถูกต้อง และตัดสินใจ
งบการเงินกับงบทดลองต่างกันอย่างไร?
งบทดลองเป็นรายงานภายในที่แสดงยอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี ใช้ตรวจว่ายอดเดบิตและเครดิตเท่ากันก่อนจัดทำงบ ส่วนงบการเงินคือรายงานที่จัดรูปแบบตามมาตรฐานบัญชี มีหมายเหตุประกอบ และสำหรับบริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อนยื่น เจ้าของธุรกิจควรใช้งบการเงินเป็นหลักในการตัดสินใจ
ทำไมบริษัทมีกำไรแต่ไม่มีเงินสด?
เพราะกำไรรับรู้เมื่อขายสินค้าหรือให้บริการแล้ว แม้ลูกค้ายังไม่จ่ายเงิน นอกจากนี้เงินสดอาจถูกใช้ไปกับการซื้อสินค้าเก็บสต็อก ซื้ออุปกรณ์ หรือชำระคืนเงินกู้ ซึ่งไม่ได้ลดกำไรทั้งหมดในปีนั้น ให้ดูลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ และหนี้สินในงบฐานะการเงิน เพื่อหาว่าเงินสดไปอยู่ที่ใด
ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบหมายความว่าอะไร?
หมายความว่าหนี้สินรวมมากกว่าสินทรัพย์รวม มักเกิดจากขาดทุนสะสมเกินทุนที่ชำระแล้ว เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างเงินทุนอ่อนแอ อาจกระทบการขอสินเชื่อและความเชื่อมั่นของคู่ค้า เจ้าของควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาเรื่องทางเลือก เช่น การเพิ่มทุน หรือการปรับแผนธุรกิจ
เจ้าของธุรกิจควรอ่านงบการเงินบ่อยแค่ไหน?
งบการเงินประจำปีที่ผ่านผู้สอบบัญชีเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย แต่สำหรับการบริหาร ควรขอรายงานแบบย่ออย่างน้อยรายไตรมาส หรือรายเดือนถ้าธุรกิจมีความผันผวนสูง การดูตัวเลขบ่อยขึ้นช่วยให้เห็นปัญหาสภาพคล่องหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มผิดปกติได้ก่อนสิ้นปี
หาอ่านงบการเงินของบริษัทคู่ค้าได้จากที่ไหน?
บริษัทจำกัดต้องยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านระบบ DBD e-Filing ทุกปี ข้อมูลงบการเงินที่ยื่นแล้วจึงเป็นแหล่งที่ใช้ประเมินคู่ค้าได้ ช่องทางและเงื่อนไขการขอดูข้อมูลล่าสุด ต้องตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 การอ่านงบคู่ค้าใช้หลักเดียวกับบทความนี้
ถ้าอ่านงบแล้วพบตัวเลขผิดปกติ ควรทำอย่างไร?
จดรายการที่สงสัยพร้อมเลขหน้าหรือหมายเหตุที่เกี่ยวข้อง แล้วถามผู้ทำบัญชีก่อนว่ารายการนั้นมาจากเอกสารใด ถ้างบยังไม่ได้อนุมัติ ควรแก้ไขก่อนนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น ถ้าเป็นประเด็นที่ผู้สอบบัญชีควรทราบ ให้แจ้งผู้สอบบัญชีโดยตรง เพราะกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบต่องบที่บริษัทยื่น
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
ถ้าคุณได้รับงบการเงินแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าตัวเลขบอกอะไร ThaiRegisters ช่วยให้งบการเงินกลายเป็นข้อมูลที่ใช้บริหารได้
· อธิบายงบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชีของบริษัทคุณเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย
· คำนวณอัตราส่วนสำคัญและเปรียบเทียบกับปีก่อน
· จัดทำรายงานผู้บริหารรายเดือนหรือรายไตรมาสควบคู่กับบริการบัญชี
· ช่วยเตรียมคำอธิบายงบก่อนประชุมผู้ถือหุ้นหรือยื่นขอสินเชื่อ
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:
· งบการเงินปีล่าสุดและปีก่อน พร้อมรายงานผู้สอบบัญชี
· หมายเหตุประกอบงบการเงิน
· คำถามหรือตัวเลขที่สงสัย
· เป้าหมายการใช้งบ เช่น บริหารภายใน ขอสินเชื่อ หรือหาผู้ร่วมทุน




