ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจดทะเบียนบริษัท 12 ข้อ พร้อมผลกระทบและวิธีป้องกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจดทะเบียนบริษัทแบ่งได้ 4 กลุ่ม คือ ใช้ข้อมูลเก่า เช่น เชื่อว่าต้องมีผู้เริ่มก่อการ 3 คน หรือค่าธรรมเนียมคิดตามทุน วางโครงสร้างผิดตั้งแต่ต้น เช่น ชื่อซ้ำหรือคล้าย ทุนและอำนาจกรรมการไม่เหมาะกับธุรกิจ ที่ตั้งไม่มีเอกสารรองรับ ทำเรื่องที่มีผลทางกฎหมายร้ายแรง เช่น ใช้ผู้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และลืมหน้าที่หลังจดทะเบียน เช่น ไม่มีผู้ทำบัญชีตั้งแต่วันแรก การป้องกันที่ได้ผลคือวางโครงสร้างให้ชัดก่อนยื่นในระบบ DBD Biz Regist
ทำไมการจดทะเบียนบริษัทจึงผิดพลาดได้ ทั้งที่ระบบออนไลน์ง่ายขึ้น?
เพราะระบบช่วยให้ "ยื่น" ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ช่วย "ตัดสินใจ" แทนเจ้าของ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ทำผ่าน DBD Biz Regist ช่องทางเดียว ระบบเปิด 24 ชั่วโมงและยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ข้อมูลที่กรอก เช่น ทุน มูลค่าหุ้น อำนาจกรรมการ และวัตถุประสงค์ จะผูกพันบริษัทไปอีกหลายปี
ความผิดพลาดมีระดับผลกระทบต่างกัน บางข้อทำให้เพียงถูกตีกลับและยื่นใหม่ บางข้อทำให้ต้องจดแก้ไขภายหลัง ซึ่งมีค่าธรรมเนียม 500 บาทต่อคำขอและมักต้องใช้มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และบางข้อมีโทษทางกฎหมาย
ข้อผิดพลาดกลุ่มที่ 1: ใช้ข้อมูลเก่าที่ไม่ถูกต้องแล้ว
ข้อมูลเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทเปลี่ยนหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปี บทความเก่าที่ยังติดอันดับค้นหาจึงทำให้เจ้าของเตรียมตัวผิด
1. เชื่อว่าต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 3 คน
ปัจจุบันใช้เพียง 2 คน ป.พ.พ. มาตรา 1097 ที่แก้ไขมีผลตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 กำหนดว่าบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปเริ่มก่อการและตั้งบริษัทจำกัดได้ ผลของความเข้าใจผิดคือบางรายหาผู้ถือหุ้นคนที่สามมาถือหุ้นเพียงเล็กน้อยโดยไม่จำเป็น ซึ่งเพิ่มความซับซ้อนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม บริษัทจำกัดตั้งคนเดียวไม่ได้ และถ้าภายหลังผู้ถือหุ้นลดลงเหลือคนเดียว ศาลอาจสั่งเลิกบริษัทได้ตามมาตรา 1237
2. คำนวณค่าธรรมเนียมตามทุน หรือคาดว่าได้ส่วนลดยื่นออนไลน์
ค่าธรรมเนียมปัจจุบันเป็นอัตราคงที่ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2561 คือจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท และจดทะเบียนตั้งบริษัท 5,000 บาท รวม 5,500 บาท ไม่ขึ้นกับทุน ส่วนลด 30% สำหรับการยื่นออนไลน์สิ้นสุดตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2563 แล้ว
3. เตรียมยื่นแบบกระดาษหรือ Walk-in
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 การจดจัดตั้งบริษัทใหม่ทำผ่าน DBD Biz Regist ช่องทางเดียวตามที่รัฐบาลแถลง และ DBD ประกาศว่าจะขยายไปทุกประเภทคำขอตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งอาจมีข้อยกเว้นบางกรณี ควรตรวจสอบกับ DBD สายด่วน 1570
ข้อผิดพลาดกลุ่มที่ 2: วางโครงสร้างบริษัทผิดตั้งแต่ต้น
กลุ่มนี้สร้างปัญหามากที่สุด เพราะมักไม่เห็นผลในวันจด แต่ปรากฏเมื่อบริษัทเริ่มดำเนินงาน
4. ตั้งชื่อซ้ำ คล้าย หรือเข้าข่ายชื่อต้องห้าม
ชื่อบริษัทต้องไม่ซ้ำหรือพ้องคล้ายกับชื่อที่จองหรือจดทะเบียนแล้ว ต้องมีทั้งชื่อไทยและอังกฤษ โดยชื่ออังกฤษมีความหมายหรือเสียงตรงกับชื่อไทย และต้องไม่เป็นชื่อต้องห้าม เช่น ชื่อที่เกี่ยวกับพระปรมาภิไธยหรือพระนามพระราชวงศ์ ชื่อส่วนราชการหรือองค์กรของรัฐ ชื่อประเทศ (เว้นแต่วางในวงเล็บต่อท้ายก่อนคำว่า "จำกัด") หรือชื่อที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม
วิธีป้องกัน: เตรียมชื่อสำรอง 2–3 ชื่อ ตรวจชื่อไทยและอังกฤษให้สอดคล้องกัน และจำไว้ว่าผลการจองชื่อมีอายุ 30 วัน ต้องยื่นจดทะเบียนให้ทันในช่วงนี้
5. ตั้งทุนจดทะเบียนโดยไม่สัมพันธ์กับธุรกิจ
กฎหมายไม่ได้กำหนดทุนขั้นต่ำสำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป แต่มีหลักที่ต้องปฏิบัติ คือมูลค่าหุ้นต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท (มาตรา 1117) ห้ามออกหุ้นต่ำกว่ามูลค่า และต้องชำระค่าหุ้นงวดแรกไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 (มาตรา 1105)
ข้อผิดพลาดที่พบในทางปฏิบัติ (คำแนะนำ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย) คือตั้งทุนสูงเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือโดยไม่มีเงินจริง หรือตั้งทุนต่ำเกินกว่าค่าใช้จ่ายเริ่มต้นจนต้องให้กรรมการให้กู้ยืมจำนวนมาก นอกจากนี้ทุนยังเกี่ยวกับเกณฑ์อื่น เช่น อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME ใช้เกณฑ์ทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท ร่วมกับรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท รายละเอียดดูในบทความ "ทุนจดทะเบียนบริษัทควรตั้งเท่าไหร่"
6. เขียนวัตถุประสงค์ไม่ครอบคลุมธุรกิจจริง
วัตถุประสงค์ที่แคบเกินไปอาจทำให้ต้องจดเพิ่มวัตถุประสงค์ภายหลัง ซึ่งเป็นการจดแก้ไขที่มีค่าธรรมเนียมและต้องใช้มติที่ประชุม (คำแนะนำเชิงปฏิบัติ) ควรเขียนให้ครอบคลุมธุรกิจหลักและธุรกิจที่วางแผนไว้ในระยะใกล้
7. กำหนดอำนาจกรรมการไม่เหมาะกับการทำงานจริง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น กำหนดให้กรรมการทุกคนลงนามร่วมกันในทุกเรื่อง ทำให้ธุรกรรมประจำวันติดขัดเมื่อกรรมการคนใดไม่อยู่ หรือกลับกัน ให้กรรมการคนเดียวลงนามได้ทุกเรื่องโดยไม่มีการถ่วงดุล (คำแนะนำเชิงปฏิบัติ) การเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการภายหลังต้องจดทะเบียนภายใน 14 วัน
8. ที่ตั้งสำนักงานไม่มีเอกสารรองรับ
การจดทะเบียนบริษัทต้องระบุที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และแผนที่ ปัญหาที่พบคือใช้บ้านของญาติหรืออาคารเช่าโดยไม่มีหนังสือยินยอม หรือใช้คอนโดมิเนียมที่ข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดไม่อนุญาต (คำแนะนำเชิงปฏิบัติ) ปัญหานี้มักปรากฏอีกครั้งตอนจด VAT เพราะกรมสรรพากรใช้เอกสารสถานประกอบการ เช่น สำเนาสัญญาเช่าหรือเอกสารสิทธิใช้อาคาร สำเนาทะเบียนบ้านของสถานประกอบการ และแผนที่หรือภาพถ่าย
ข้อผิดพลาดกลุ่มที่ 3: เรื่องที่มีผลทางกฎหมายร้ายแรง
ข้อผิดพลาดกลุ่มนี้ไม่ใช่เพียงต้องยื่นใหม่ แต่อาจมีโทษทางอาญาหรือปรับ
9. ใช้ผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) ให้คนต่างด้าว
การให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษตามมาตรา 36 ทั้งผู้ถือแทนและคนต่างด้าว คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 100,000–1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวัน 10,000–50,000 บาท
ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2569 กำหนดให้กรณีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม ต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุนพร้อมรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ลงทุนไทยที่ชำระค่าหุ้น การตรวจสอบจึงเข้มขึ้นทั้งตอนจัดตั้งและจดเปลี่ยนแปลง
10. ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย
· ผลจองชื่อหมดอายุ 30 วันก่อนยื่น
· กรณีจดแยกขั้นตอน หนังสือบริคณห์สนธิสิ้นผลหากไม่จดทะเบียนบริษัทภายใน 3 ปี และต้องจดทะเบียนบริษัทภายใน 3 เดือนหลังประชุมจัดตั้งบริษัท (มาตรา 1099 และ 1112)
ข้อผิดพลาดกลุ่มที่ 4: ลืมหน้าที่หลังจดทะเบียน
หลายคนคิดว่าได้หนังสือรับรองแล้วคือจบ แต่หน้าที่ส่วนใหญ่เริ่มนับจากวันจดทะเบียน
11. ไม่มีผู้ทำบัญชีและไม่ทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน
พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้บริษัทเริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน และต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การไม่จัดทำบัญชีมีค่าปรับไม่เกิน 30,000 บาทและรายวันไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนการไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีมีค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท
12. พลาดกำหนดเวลาแรกของบริษัท
หน้าที่ | กำหนดเวลา |
ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับประกันสังคม | ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน |
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม | ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี |
ประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก | ภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน |
ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) | ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญ |
จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ ทุน หรือข้อบังคับ | ภายใน 14 วัน |
สรุปตาราง: ข้อผิดพลาด ผลกระทบ และวิธีป้องกัน
ข้อผิดพลาด | ผลกระทบ | วิธีป้องกัน |
ใช้ข้อมูลเก่า (3 คน ค่าธรรมเนียมตามทุน ยื่นกระดาษ) | เตรียมเอกสารผิด หาผู้ถือหุ้นเกินจำเป็น ตั้งงบผิด | ตรวจข้อมูลกับ DBD หรือแหล่งที่ระบุวันที่ตรวจสอบ |
ชื่อซ้ำ คล้าย หรือชื่อต้องห้าม | จองชื่อไม่ผ่าน เสียเวลา | เตรียมชื่อสำรอง ตรวจชื่อไทย-อังกฤษให้สอดคล้อง |
ทุนไม่สัมพันธ์กับธุรกิจ | ปัญหาสภาพคล่อง หรือภาระทุนที่ไม่มีเงินจริง | วางทุนจากงบประมาณเริ่มต้นจริง |
วัตถุประสงค์และอำนาจกรรมการไม่เหมาะ | ต้องจดแก้ไขภายหลัง 500 บาทต่อคำขอ | วางแผนตามการทำงานจริงก่อนยื่น |
ที่ตั้งไม่มีเอกสาร | ถูกตีกลับ หรือมีปัญหาตอนจด VAT | ขอหนังสือยินยอมและตรวจข้อบังคับอาคาร |
ผู้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว | โทษจำคุกและปรับตามมาตรา 36 | จัดโครงสร้างตามกฎหมายและขอใบอนุญาตเมื่อจำเป็น |
ลืมหน้าที่หลังจด | ค่าปรับตาม พ.ร.บ.การบัญชีและกฎหมายอื่น | ทำปฏิทินหน้าที่ตั้งแต่วันจดทะเบียน |
ถ้าพบข้อผิดพลาดแล้ว ควรแก้ไขอย่างไร?
ให้แยกก่อนว่าข้อผิดพลาดเกิดขึ้น "ก่อน" หรือ "หลัง" นายทะเบียนรับจดทะเบียน เพราะวิธีแก้ต่างกัน
1. ถูกตีกลับก่อนรับจด อ่านเหตุผลที่นายทะเบียนแจ้ง แก้ข้อมูลหรือเอกสาร แล้วยื่นใหม่ในระบบ DBD Biz Regist ตรวจว่าผลจองชื่อยังไม่หมดอายุ 30 วัน
2. จดทะเบียนแล้วแต่ข้อมูลไม่เหมาะ เช่น ชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน กรรมการ หรืออำนาจกรรมการ ให้จัดประชุมผู้ถือหุ้นหรือกรรมการตามที่ข้อบังคับและกฎหมายกำหนด แล้วยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง ค่าธรรมเนียม 500 บาทต่อคำขอ
3. ข้อผิดพลาดที่มีผลทางกฎหมาย เช่น โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่อาจเข้าข่ายถือแทนคนต่างด้าว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยเร็ว ไม่ควรแก้เพียงการโอนหุ้นโดยไม่ประเมินผลทางกฎหมาย
4. พลาดหน้าที่หลังจดทะเบียน ให้รีบดำเนินการให้ครบโดยเร็ว เช่น จัดหาผู้ทำบัญชี จัดทำบัญชีย้อนหลังตั้งแต่วันจดทะเบียน หรือยื่นแบบที่ค้าง เพราะค่าปรับบางประเภทคิดเพิ่มเป็นรายวันจนกว่าจะปฏิบัติ
ข้อควรระวัง: ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 DBD ประกาศว่าคำขอจดเปลี่ยนแปลงทุกประเภทจะยื่นผ่าน DBD Biz Regist ช่องทางเดียว อาจมีข้อยกเว้นบางกรณี ควรตรวจสอบกับ DBD สายด่วน 1570 ก่อนยื่น
ตัวอย่างสถานการณ์ (ตัวอย่างสมมติ)
บริษัท เอ จำกัด ก่อตั้งโดยเพื่อน 2 คน ทำธุรกิจขายอุปกรณ์ออกกำลังกายออนไลน์ ผู้ก่อตั้งอ่านบทความเก่าแล้วเข้าใจว่าต้องมีผู้ถือหุ้น 3 คน จึงชวนญาติมาถือหุ้น 1 หุ้น ตั้งทุนจดทะเบียนสูงเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ และใช้คอนโดของผู้ก่อตั้งเป็นสำนักงานโดยไม่ได้ตรวจข้อบังคับอาคาร
หลังจดทะเบียน ปัญหาเริ่มปรากฏ ญาติที่ถือหุ้นต้องเกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้นทุกปี ทุนที่ตั้งไว้สูงทำให้ต้องอธิบายว่าเรียกชำระแล้วเท่าไร และเมื่อยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจด VAT จึงพบว่าต้องจัดเตรียมเอกสารสถานประกอบการเพิ่ม สุดท้ายบริษัทต้องจดเปลี่ยนแปลงหลายรายการ ซึ่งถ้าวางโครงสร้างตั้งแต่ต้นจะหลีกเลี่ยงได้
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการใช้เวลาวางแผน 1–2 วันก่อนยื่น ซึ่งน้อยกว่าเวลาที่ต้องใช้แก้ไขภายหลังมาก
1. ตรวจวันที่ของข้อมูลที่อ่าน ถ้าบทความไม่ระบุวันที่ตรวจสอบ หรือยังพูดถึงผู้เริ่มก่อการ 3 คน ให้ถือว่าล้าสมัย
2. เขียนโครงสร้างบริษัทลงกระดาษก่อน ได้แก่ ผู้ถือหุ้นและสัดส่วน ทุนและการชำระ กรรมการและอำนาจลงนาม วัตถุประสงค์ และที่ตั้ง
3. ถามว่า "ถ้าอีก 2 ปีธุรกิจโต โครงสร้างนี้ยังใช้ได้ไหม" เพื่อลดการจดแก้ไข
4. ห้ามใช้ผู้ถือหุ้นแทนในทุกกรณี ถ้ามีนักลงทุนต่างชาติให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องโครงสร้างที่ถูกกฎหมาย
5. ทำปฏิทินหน้าที่ตั้งแต่วันจดทะเบียน และจัดหาผู้ทำบัญชีก่อนวันจด
สรุป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจดทะเบียนบริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากระบบ DBD Biz Regist แต่มาจากการใช้ข้อมูลเก่า การวางโครงสร้างโดยไม่คิดถึงการใช้งานจริง การใช้ผู้ถือหุ้นแทนซึ่งผิดกฎหมาย และการลืมหน้าที่หลังจดทะเบียน ข้อผิดพลาดบางข้อแก้ได้ด้วยการยื่นใหม่ บางข้อต้องจดแก้ไขและเสียค่าธรรมเนียม และบางข้อมีโทษทางกฎหมาย การตรวจข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและวางโครงสร้างให้ชัดก่อนยื่นคือวิธีป้องกันที่ได้ผลในทางปฏิบัติ
ถ้าจดทะเบียนไปแล้วพบว่าผิด ต้องปิดบริษัทแล้วเปิดใหม่ไหม?
โดยทั่วไปไม่จำเป็น เรื่องส่วนใหญ่ เช่น ชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน กรรมการ และอำนาจกรรมการ แก้ไขได้ด้วยการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีค่าธรรมเนียม 500 บาทต่อคำขอ และหลายรายการต้องใช้มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น การเปลี่ยนแปลงกรรมการ ทุน หรือข้อบังคับต้องจดภายใน 14 วัน การปิดบริษัทแล้วเปิดใหม่มักมีต้นทุนสูงกว่าการจดแก้ไข
ชื่อบริษัทไม่ผ่าน ต้องรอนานไหมจึงจองใหม่ได้?
ไม่ต้องรอ สามารถจองชื่อใหม่ได้ทันทีในระบบ ตามประกาศ DBD นายทะเบียนพิจารณาคำขอจองชื่อตามคิวประมาณครึ่งวันทำการและแจ้งผลทางอีเมล การเตรียมชื่อสำรองไว้หลายชื่อและตรวจว่าชื่ออังกฤษมีความหมายหรือเสียงตรงกับชื่อไทยจะช่วยลดโอกาสไม่ผ่าน
ใส่ทุนจดทะเบียนแต่ยังไม่ได้ชำระเต็ม ผิดกฎหมายไหม?
ไม่ผิด หากชำระค่าหุ้นงวดแรกไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ตามมาตรา 1105 ส่วนที่เหลือบริษัทเรียกชำระภายหลังได้ แต่ผู้ถือหุ้นยังรับผิดในส่วนค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบตามมาตรา 1096 จึงไม่ควรตั้งทุนสูงเกินกว่าที่ผู้ถือหุ้นพร้อมรับผิดชอบ และควรให้ผู้ทำบัญชีบันทึกทุนที่ชำระแล้วให้ถูกต้อง
บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติน้อยกว่าครึ่ง ยังต้องระวังอะไรบ้าง?
แม้ไม่ถือเป็นคนต่างด้าวตามมาตรา 4 แต่ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 กรณีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม ต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุนพร้อมรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ลงทุนไทยตามคำสั่งที่ 2/2569 ผู้ถือหุ้นไทยจึงควรมีหลักฐานแหล่งเงินชำระค่าหุ้นของตนเองที่ชัดเจน
ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ด้วย ถือเป็นข้อผิดพลาดไหม?
ประเด็นว่าบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนกับ DBD แล้วต้องจดทะเบียนพาณิชย์แยกหรือไม่ แหล่งข้อมูลยังไม่สอดคล้องกัน ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น DBD สายด่วน 1570 หรือสำนักงานเขตหรือเทศบาลที่ตั้งกิจการ โดยเฉพาะธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ซึ่งมีเรื่องทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
ThaiRegisters ช่วยตรวจโครงสร้างบริษัทก่อนยื่น เพื่อลดโอกาสถูกตีกลับหรือต้องจดแก้ไขภายหลัง
· ตรวจทานชื่อบริษัท ทุน มูลค่าหุ้น อำนาจกรรมการ และวัตถุประสงค์ก่อนยื่น
· ดำเนินการจดทะเบียนบริษัทผ่าน DBD Biz Regist
· จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรณีพบว่าข้อมูลที่จดไว้ไม่เหมาะกับการดำเนินงาน
· วางปฏิทินหน้าที่หลังจดทะเบียน และให้บริการบัญชีรายเดือน
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:
· ชื่อบริษัทที่ต้องการ หรือชื่อและเลขทะเบียน (กรณีจดแล้ว)
· รายชื่อผู้ถือหุ้น สัญชาติ และสัดส่วนหุ้น
· ทุนจดทะเบียนและทุนที่ชำระแล้ว
· กรรมการและอำนาจลงนามที่ต้องการ
· ปัญหาหรือข้อสงสัยที่พบ




