จดบริษัทเองหรือจ้างสำนักงานจดทะเบียนดี? เทียบข้อดีข้อเสียและตารางช่วยตัดสินใจ ปี 2569

จดบริษัทเองหรือจ้างสำนักงานจดทะเบียนดี ขึ้นกับความซับซ้อนของบริษัท ไม่ใช่ความยากของระบบ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ทำผ่าน DBD Biz Regist ช่องทางเดียว เจ้าของที่มีผู้ถือหุ้นคนไทยทั้งหมด โครงสร้างไม่ซับซ้อน และยืนยันตัวตนออนไลน์ได้ สามารถจดเองได้ ค่าธรรมเนียมราชการ 5,500 บาทเท่ากันทั้งสองทาง แต่กรณีมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติ ทุนและอำนาจกรรมการซับซ้อน หรือไม่มีเวลา การใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยลดความเสี่ยงที่ต้องแก้ไขภายหลัง
จดบริษัทเองได้จริงไหมในปี 2569?
ได้จริง ระบบ DBD Biz Regist เปิดให้ยื่นออนไลน์ 24 ชั่วโมงรวมวันหยุด และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานทะเบียน
สิ่งที่เปลี่ยนไปจากบทความเก่าที่ยังพบในอินเทอร์เน็ต มีดังนี้
ประเด็น | ข้อมูลเก่าที่ไม่ควรใช้แล้ว | ข้อมูลปัจจุบัน |
ช่องทางยื่น | ยื่นกระดาษหรือ Walk-in ที่สำนักงานทะเบียน | ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 จัดตั้งบริษัทใหม่ผ่าน DBD Biz Regist ช่องทางเดียว (ตามแถลงของรัฐบาล) |
ค่าธรรมเนียม | คิดตามทุนจดทะเบียน | อัตราคงที่ 500 บาท (บริคณห์สนธิ) + 5,000 บาท (จัดตั้ง) = 5,500 บาท ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2561 |
ส่วนลดยื่นออนไลน์ | ลด 30% | สิ้นสุดแล้วตั้งแต่ 31 ธ.ค. 2563 |
จำนวนผู้เริ่มก่อการ | อย่างน้อย 3 คน | อย่างน้อย 2 คน (ป.พ.พ. ม.1097 แก้ไขมีผล 7 ก.พ. 2566) |
DBD ยังประกาศว่าจะขยายให้ทุกประเภทคำขอของห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด รวมถึงการจดแก้ไขเปลี่ยนแปลง ยื่นผ่าน DBD Biz Regist ช่องทางเดียวตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งอาจมีข้อยกเว้นบางกรณี ควรตรวจสอบกับ DBD สายด่วน 1570
ค่าธรรมเนียมราชการไม่ต่างกันไม่ว่าทำเองหรือจ้าง
ค่าธรรมเนียม DBD เป็นอัตราคงที่ตามกฎกระทรวง ไม่ขึ้นกับว่าใครเป็นผู้ยื่น ความต่างของต้นทุนจึงอยู่ที่ "ค่าบริการวิชาชีพ" กับ "เวลาและความเสี่ยงของเจ้าของ" ค่าบริการของสำนักงานจดทะเบียนแตกต่างตามผู้ให้บริการและขอบเขตงาน เช่น รวมการจองชื่อ การร่างวัตถุประสงค์ การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือการวางระบบบัญชีหลังจดทะเบียนหรือไม่ ควรขอใบเสนอราคาโดยใช้ขอบเขตงานเดียวกัน
งานจดทะเบียนบริษัทมีอะไรบ้าง และส่วนไหนจ้างแทนไม่ได้?
งานจดทะเบียนแบ่งได้เป็นงานตัดสินใจ งานเอกสารและระบบ และงานยืนยันตัวตน งานสองกลุ่มแรกให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยได้ แต่งานยืนยันตัวตนและลงนามต้องทำโดยผู้เริ่มก่อการ ผู้ถือหุ้น และกรรมการเอง
กลุ่มงาน | ตัวอย่าง | ทำเองได้ไหม | จ้างแทนได้ไหม |
งานตัดสินใจโครงสร้าง | สัดส่วนผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน มูลค่าหุ้น ทุนชำระงวดแรก จำนวนกรรมการ อำนาจลงนาม วัตถุประสงค์ | ได้ ถ้าเข้าใจผลทางกฎหมายและภาษี | ให้คำปรึกษาได้ แต่เจ้าของต้องตัดสินใจเอง |
งานเอกสารและระบบ | ตรวจและจองชื่อ กรอกข้อมูลในระบบ แนบเอกสารที่ตั้ง ตรวจความถูกต้อง ชำระค่าธรรมเนียม | ได้ สำหรับกรณีไม่ซับซ้อน | ได้ |
งานยืนยันตัวตนและลงนาม | ยืนยันตัวตนผ่าน ThaID หรือแอป DBD e-Service ลงนามหนังสือยืนยันข้อมูล (consent form) | ต้องทำเอง | ไม่ได้ ผู้เกี่ยวข้องแต่ละคนต้องทำเอง |
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนจดเองในระบบ DBD Biz Regist
· จองชื่อก่อนเสมอ ชื่อต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับชื่อที่จองหรือจดทะเบียนแล้ว ต้องมีทั้งชื่อไทยและอังกฤษที่ความหมายหรือเสียงตรงกัน นายทะเบียนพิจารณาตามคิวประมาณครึ่งวันทำการและแจ้งผลทางอีเมล ผลการจองมีอายุ 30 วัน
· ยืนยันตัวตนออนไลน์ ใช้ช่องทาง เช่น ThaID หรือแอป DBD e-Service หรือยืนยันต่อหน้านายทะเบียน ชาวต่างชาติยืนยันออนไลน์ได้ผ่าน DBD e-Service
· หนังสือยืนยันข้อมูล ออกหลังนายทะเบียนอนุมัติ ลงนามอิเล็กทรอนิกส์ หรือพิมพ์ ลงนาม แล้วอัปโหลดได้
· จดได้ในวันเดียว ป.พ.พ. มาตรา 1111/1 ให้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนตั้งบริษัทในวันเดียวกันได้ หากดำเนินการครบทุกขั้นตอนในวันเดียว แต่กรณีมีกรรมการต่างชาติหรืออยู่ต่างประเทศอาจไม่เสร็จในวันเดียว ระยะเวลาจริงจึงไม่ควรถือเป็นการรับประกัน
ขั้นตอนในระบบทีละหน้าจอ ดูได้ในบทความ "จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ DBD ขั้นตอนล่าสุด"
บริษัทแบบไหนจดเองได้ แบบไหนควรจ้างสำนักงานจดทะเบียน?
บริษัทที่ผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมด โครงสร้างหุ้นและอำนาจกรรมการเรียบง่าย และทุกคนยืนยันตัวตนออนไลน์ได้ มีโอกาสจดเองได้มากที่สุด ส่วนกรณีที่ตารางด้านล่างระบุว่าความซับซ้อนสูง ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยในขั้นวางโครงสร้าง ตารางนี้เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย
ลักษณะบริษัท | ความซับซ้อน | แนวทางที่เหมาะ (คำแนะนำ) |
ผู้ถือหุ้นคนไทย 2–3 คน กรรมการ 1 คน ทุนไม่สูง ใช้สำนักงานที่เช่าหรือบ้านของตนเอง | ต่ำ | จดเองได้ ถ้ามีเวลาศึกษาและเตรียมเอกสารที่ตั้งครบ |
ผู้ถือหุ้นคนไทย แต่ต้องการกำหนดอำนาจกรรมการหลายแบบ หรือทุนเรียกชำระไม่เต็มจำนวน | ปานกลาง | จดเองได้ แต่ควรปรึกษาเรื่องโครงสร้างก่อนยื่น |
มีนิติบุคคลเป็นผู้ถือหุ้น หรือมีผู้ถือหุ้นหลายคนที่ไม่สะดวกยืนยันตัวตน | ปานกลางถึงสูง | ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญช่วยประสานและตรวจเอกสาร |
มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติ | สูง | ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญ เพราะเกี่ยวกับกฎหมายธุรกิจคนต่างด้าวและเอกสารชี้แจงการลงทุน |
ธุรกิจที่ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ หรือวางแผนขอส่งเสริมการลงทุน | สูง | ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจเงื่อนไขของหน่วยงานกำกับ |
เจ้าของไม่มีเวลา หรือต้องการให้วางระบบบัญชีและภาษีต่อเนื่องหลังจด | ขึ้นกับกรณี | การจ้างแบบรวมงานหลังจดทะเบียนอาจคุ้มกว่า |
ทำไมกรณีมีผู้ถือหุ้นต่างชาติจึงควรใช้ผู้เชี่ยวชาญ
เพราะมีกฎเกณฑ์เพิ่มเติมหลายชั้น เช่น
· นิติบุคคลไทยที่มีหุ้นกึ่งหนึ่งหรือมากกว่าถือโดยคนต่างด้าว ถือเป็น "คนต่างด้าว" ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และธุรกิจบางประเภทต้องได้รับอนุญาตก่อน
· คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2569 มีผล 1 สิงหาคม 2569 กำหนดให้กรณีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม ต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุน พร้อมรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ลงทุนไทยที่ชำระค่าหุ้น ทั้งตอนจัดตั้งและตอนจดเปลี่ยนแปลง
· การให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) มีโทษตามมาตรา 36 ทั้งผู้ถือแทนและคนต่างด้าว คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 100,000–1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวัน
รายละเอียดดูได้ในบทความ "จดทะเบียนบริษัทต่างชาติในไทย"
ข้อดีข้อเสียของการจดเองและการจ้างสำนักงานจดทะเบียน
ทั้งสองทางมีข้อดีและข้อจำกัด จุดที่ควรเปรียบเทียบคือต้นทุนรวม เวลา และความเสี่ยงที่ต้องกลับมาแก้ไข
ประเด็น | จดเอง | จ้างสำนักงานจดทะเบียน |
ค่าธรรมเนียมราชการ | 5,500 บาท | 5,500 บาท (เท่ากัน) |
ค่าบริการวิชาชีพ | ไม่มี | มี แตกต่างตามผู้ให้บริการและขอบเขตงาน |
เวลาของเจ้าของ | ต้องศึกษาระบบ เตรียมเอกสาร และแก้ไขเมื่อถูกตีกลับเอง | ยังต้องให้ข้อมูลและยืนยันตัวตนเอง แต่ลดเวลาด้านเอกสาร |
ความเข้าใจในบริษัทตัวเอง | ได้เรียนรู้โครงสร้างบริษัทโดยตรง | ขึ้นกับว่าผู้ให้บริการอธิบายให้เข้าใจหรือไม่ |
ความเสี่ยงต้องจดแก้ไขภายหลัง | สูงขึ้นถ้าไม่เข้าใจผลของทุน อำนาจกรรมการ และวัตถุประสงค์ | ลดลง ถ้าผู้ให้บริการวางโครงสร้างร่วมกับเจ้าของ |
ความต่อเนื่องหลังจดทะเบียน | ต้องจัดการเรื่องผู้ทำบัญชี VAT ประกันสังคม เอง | บางรายรวมงานหลังจดทะเบียน ต้องตรวจขอบเขตให้ชัด |
ต้นทุนแฝงที่มักไม่ได้นับเมื่อจดเอง
การเปรียบเทียบที่เป็นธรรมควรนับต้นทุนที่ไม่ได้อยู่ในใบเสร็จด้วย (คำแนะนำเชิงปฏิบัติ)
· เวลาของผู้ก่อตั้ง ในการศึกษาระบบ เตรียมข้อมูล และติดตามผลการพิจารณา ซึ่งอาจเป็นช่วงเดียวกับที่ต้องหาลูกค้าและเตรียมเปิดกิจการ
· ค่าใช้จ่ายเมื่อต้องจดแก้ไข หากโครงสร้างที่จดไว้ไม่เหมาะกับการทำงานจริง
· ความล่าช้าของงานถัดไป เช่น เปิดบัญชีธนาคาร ทำสัญญากับลูกค้า หรือจด VAT ที่ต้องรอหนังสือรับรองบริษัท
· ความเสี่ยงที่มองไม่เห็นในวันจด เช่น อำนาจกรรมการที่ทำให้ลงนามเอกสารไม่ได้เมื่อกรรมการบางคนไม่อยู่
ในทางกลับกัน การจ้างก็มีต้นทุนแฝง เช่น เจ้าของอาจไม่เข้าใจโครงสร้างบริษัทของตนเองหากผู้ให้บริการไม่ได้อธิบาย จึงควรขอให้ผู้ให้บริการสรุปเหตุผลของการกำหนดทุน อำนาจกรรมการ และวัตถุประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อควรรู้: การจดแก้ไขเพิ่มเติมภายหลังมีค่าธรรมเนียม 500 บาทต่อคำขอ และต้องใช้มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในหลายกรณี การจดให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรกจึงช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา
ตัวอย่างสถานการณ์ (ตัวอย่างสมมติ)
บริษัท เอ จำกัด มีผู้ถือหุ้นเป็นพี่น้องคนไทย 2 คน ทำธุรกิจออกแบบกราฟิก ทุนจดทะเบียนไม่สูง ใช้บ้านของผู้ถือหุ้นคนหนึ่งเป็นสำนักงาน ทั้งสองคนมีแอป ThaID พร้อม ผู้ก่อตั้งจองชื่อ ศึกษาขั้นตอน และยื่นจดเองในระบบ DBD Biz Regist โดยจ่ายเพียงค่าธรรมเนียมราชการ แล้วจ้างสำนักงานบัญชีเฉพาะงานหลังจดทะเบียน กรณีนี้การจดเองสมเหตุสมผล
บริษัท บี จำกัด มีผู้ถือหุ้นคนไทย 2 คนและนักลงทุนต่างชาติ 1 คน กรรมการต่างชาติมีอำนาจลงนามร่วม ธุรกิจเป็นงานบริการที่อาจเข้าข่ายบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และต้องเตรียมหนังสือชี้แจงการลงทุนพร้อมรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือนตามคำสั่งที่ 2/2569 กรณีนี้ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ขั้นวางสัดส่วนหุ้น เพราะความผิดพลาดมีผลทางกฎหมายมากกว่าค่าบริการที่ประหยัดได้
ถ้าจะจ้าง ควรตรวจอะไรในใบเสนอราคา?
ควรตรวจว่าขอบเขตงานครอบคลุมอะไร และงานใดไม่รวม เพราะใบเสนอราคาแต่ละเจ้าอาจเทียบกันไม่ได้หากขอบเขตต่างกัน
☐ รวมการตรวจและจองชื่อ และกรณีชื่อไม่ผ่านจะช่วยจองใหม่หรือไม่
☐ รวมการให้คำปรึกษาเรื่องทุน มูลค่าหุ้น สัดส่วนผู้ถือหุ้น และอำนาจกรรมการหรือไม่
☐ รวมการร่างวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมธุรกิจจริงหรือไม่
☐ ค่าธรรมเนียมราชการแยกจากค่าบริการหรือไม่
☐ รวมงานหลังจดทะเบียน เช่น จด VAT ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคม หรือบริการบัญชีหรือไม่
☐ ผู้ให้บริการจะให้เอกสารและหลักฐานการยื่นทุกฉบับแก่บริษัทหรือไม่
คำถามเชิงลึกสำหรับคัดเลือกผู้ให้บริการ ดูได้ในบทความ "คำถามที่ควรถามก่อนจ้างสำนักงานจดทะเบียน"
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อตัดสินใจเรื่องนี้
· ตัดสินใจจากค่าบริการอย่างเดียว โดยไม่ดูว่าขอบเขตงานรวมอะไร
· คิดว่าจ้างแล้วไม่ต้องทำอะไรเอง ทั้งที่การยืนยันตัวตนและลงนามต้องทำโดยผู้เกี่ยวข้องเอง
· ใช้ข้อมูลเก่า เช่น เตรียมเอกสารสำหรับยื่นกระดาษ หรือคำนวณค่าธรรมเนียมตามทุน
· จดเองโดยไม่วางโครงสร้าง แล้วต้องจดแก้ไขอำนาจกรรมการหรือวัตถุประสงค์ภายหลัง
· ยอมให้มีผู้ถือหุ้นแทน เพื่อให้จดได้ง่ายขึ้น ซึ่งผิดกฎหมายและมีโทษทั้งจำคุกและปรับ
· เชื่อคำรับประกันระยะเวลา ระยะเวลาขึ้นกับการพิจารณาของนายทะเบียนและความพร้อมของเอกสาร
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
คำถามที่ควรถามตัวเองคือ "ถ้าจดผิด ต้องแก้อะไรและแก้ยากแค่ไหน" ไม่ใช่ "ระบบยากไหม" ระบบออนไลน์ทำให้การยื่นง่ายขึ้นมาก แต่ไม่ได้ช่วยตัดสินใจเรื่องโครงสร้างแทนเจ้าของ
แนวทางที่สมดุลสำหรับ SME ส่วนใหญ่คือ
1. ตัดสินใจโครงสร้างก่อน สัดส่วนหุ้น ทุน อำนาจกรรมการ และวัตถุประสงค์ ถ้าไม่แน่ใจให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในส่วนนี้แม้จะยื่นเอง
2. ประเมินความซับซ้อนตามตาราง ถ้าอยู่ในกลุ่มต่ำ การจดเองเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล
3. วางแผนงานหลังจดทะเบียนไปพร้อมกัน เพราะหน้าที่ทำบัญชีเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียน และต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตั้งแต่วันแรก
สรุป
จดบริษัทเองหรือจ้างสำนักงานจดทะเบียนดี คำตอบอยู่ที่ความซับซ้อนของบริษัท ระบบ DBD Biz Regist ทำให้บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นคนไทยและโครงสร้างไม่ซับซ้อนจดเองได้จริง และค่าธรรมเนียมราชการ 5,500 บาทเท่ากันทั้งสองทาง แต่การยืนยันตัวตนยังต้องทำเอง และกรณีมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติ ธุรกิจที่ต้องมีใบอนุญาต หรือโครงสร้างอำนาจซับซ้อน การใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยลดความเสี่ยงที่ต้องจดแก้ไขภายหลัง ไม่ว่าเลือกทางใด ควรวางแผนหน้าที่หลังจดทะเบียนไปพร้อมกัน
ถ้าจดเองแล้วนายทะเบียนตีกลับ ต้องทำอย่างไร?
ให้อ่านเหตุผลที่นายทะเบียนแจ้ง แก้ไขข้อมูลหรือเอกสารตามที่ระบุ แล้วยื่นใหม่ในระบบ DBD Biz Regist หากไม่เข้าใจเหตุผล สามารถสอบถาม DBD สายด่วน 1570 หรือ LINE @DBD1570 ได้ ควรตรวจด้วยว่าผลจองชื่อยังไม่หมดอายุ 30 วัน เพราะถ้าหมดอายุต้องจองชื่อใหม่ก่อนยื่นอีกครั้ง
จ้างสำนักงานจดทะเบียนแล้ว ต้องให้ข้อมูลส่วนตัวอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปต้องให้ข้อมูลผู้เริ่มก่อการ ผู้ถือหุ้น และกรรมการ เช่น ชื่อ ที่อยู่ จำนวนหุ้น รวมถึงเอกสารที่ตั้งสำนักงาน แต่ไม่ควรให้รหัสผ่านหรือข้อมูลยืนยันตัวตนของตนเองแก่ผู้อื่น เพราะการยืนยันตัวตนผ่าน ThaID หรือแอป DBD e-Service เป็นสิ่งที่เจ้าตัวต้องทำเอง ควรถามผู้ให้บริการด้วยว่าจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร
ชาวต่างชาติจดบริษัทเองผ่านระบบออนไลน์ได้ไหม?
ชาวต่างชาติยืนยันตัวตนออนไลน์ได้ผ่านแอป DBD e-Service แต่การจดบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติต้องพิจารณากฎหมายธุรกิจคนต่างด้าว และตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 ต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุนพร้อมรายการเดินบัญชีของผู้ลงทุนไทยตามคำสั่งที่ 2/2569 จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
จดเองใช้เวลานานกว่าจ้างหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป กฎหมายให้จดบริคณห์สนธิและจดตั้งบริษัทได้ในวันเดียวหากครบขั้นตอน ระยะเวลาจริงขึ้นกับความพร้อมของเอกสาร ความถูกต้องของข้อมูล และการพิจารณาของนายทะเบียน ผู้ที่จดเองครั้งแรกมักใช้เวลาเตรียมข้อมูลนานกว่า ส่วนผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์อาจช่วยลดการถูกตีกลับได้ แต่ไม่ควรเชื่อการรับประกันระยะเวลา
หลังจดเองเสร็จ มีอะไรที่ต้องทำต่อทันที?
ต้องเริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียนและจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ ขึ้นทะเบียนลูกจ้างกับประกันสังคมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และยื่นจด VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ต้องจัดประชุมสามัญครั้งแรกภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน รายละเอียดดูในบทความ "จดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อ"
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
ไม่ว่าคุณจะจดเองหรือให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล ThaiRegisters ช่วยกำหนดขอบเขตงานให้เหมาะกับบริษัทของคุณ
· ประเมินความซับซ้อนของบริษัทเบื้องต้น และแนะนำว่าส่วนใดเหมาะทำเอง
· ให้คำปรึกษาเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น ทุน อำนาจกรรมการ และวัตถุประสงค์ก่อนยื่น
· ดำเนินการจดทะเบียนบริษัทผ่าน DBD Biz Regist โดยประสานการยืนยันตัวตนของผู้เกี่ยวข้อง
· ดูแลงานหลังจดทะเบียน เช่น บริการบัญชีรายเดือน การจด VAT และงานภาษีที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:
· ชื่อบริษัทที่ต้องการ (ภาษาไทยและอังกฤษ) อย่างน้อย 2–3 ตัวเลือก
· จำนวนผู้ถือหุ้น สัญชาติ และสัดส่วนหุ้นโดยประมาณ
· ทุนจดทะเบียนที่วางแผนไว้และประเภทธุรกิจ
· ที่ตั้งสำนักงานและสถานะของสถานที่ (เป็นเจ้าของหรือเช่า)
· งานส่วนที่ต้องการทำเอง และส่วนที่ต้องการให้ช่วย




