เปิดบริษัทใหม่ต้องมีนักบัญชีหรือไม่? หน้าที่ตามกฎหมาย คุณสมบัติผู้ทำบัญชี 2569 และทางเลือกที่เหมาะกับ SME

เปิดบริษัทใหม่ต้องมีนักบัญชีหรือไม่? คำตอบคือต้องมี พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้บริษัทจำกัดเริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียน และต้องจัดให้มี "ผู้ทำบัญชี" ที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด แม้บริษัทยังไม่มีรายได้ก็ตาม นอกจากนี้งบการเงินของบริษัทจำกัดทุกแห่งต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ทุกปี ส่วนจะจ้างพนักงานบัญชีประจำหรือจ้างสำนักงานบัญชี เป็นทางเลือกทางธุรกิจที่ขึ้นกับปริมาณงานของบริษัท
บริษัทเปิดใหม่ต้องมีผู้ทำบัญชีตามกฎหมายหรือไม่?
ต้องมี บริษัทจำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และมาตรา 19 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด พร้อมควบคุมดูแลให้บันทึกบัญชีถูกต้องตามความเป็นจริง
ข้อที่เจ้าของกิจการมักเข้าใจผิดคือคิดว่า "บริษัทเป็นของเรา ทำบัญชีเองได้" กฎหมายเปิดช่องให้ทำบัญชีเองเฉพาะ บุคคลธรรมดา ที่มีหน้าที่ทำบัญชี แต่บริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคล จึงต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติครบตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
คำว่า "นักบัญชี" ในภาษาพูด กับ "ผู้ทำบัญชี" ในกฎหมาย
คนทั่วไปเรียกว่านักบัญชี แต่ในกฎหมายมีบทบาทสำคัญ 2 แบบที่ต้องแยกให้ออก
บทบาท | หน้าที่หลัก | ฐานกฎหมาย | บริษัทจำกัดต้องมีหรือไม่ |
ผู้ทำบัญชี | บันทึกบัญชี จัดทำงบการเงินให้แสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินตามความเป็นจริง | พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 19–20 | ต้องมี ตั้งแต่วันจดทะเบียน |
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) | ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินอย่างเป็นอิสระ | พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 11 วรรคสี่; ป.พ.พ. มาตรา 1196–1197 | ต้องมี ทุกปี ไม่มีข้อยกเว้นตามขนาดสำหรับบริษัทจำกัด |
ผู้ทำบัญชีทำงานภายใต้การกำกับของกิจการ ส่วนผู้สอบบัญชีต้องเป็นอิสระจากกิจการ ในทางปฏิบัติตามหลักความเป็นอิสระ คนเดียวกันหรือสำนักงานเดียวกันจึงไม่ควรเป็นทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของบริษัทเดียวกัน
ต้องเริ่มมีผู้ทำบัญชีตั้งแต่เมื่อไร?
ตั้งแต่วันที่จดทะเบียนบริษัท เพราะมาตรา 9 ของ พ.ร.บ.การบัญชี กำหนดให้บริษัทจำกัดเริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่วันที่เริ่มขายสินค้าหรือวันที่มีรายได้ครั้งแรก
ไทม์ไลน์หน้าที่ด้านบัญชีในปีแรกที่ผู้ทำบัญชีต้องดูแลร่วมกับเจ้าของ มีดังนี้
เหตุการณ์ | กำหนดเวลา | ฐานกฎหมาย |
เริ่มทำบัญชี | วันที่จดทะเบียนบริษัท | พ.ร.บ.การบัญชี ม.9 |
ปิดบัญชีครั้งแรก | ภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี แล้วทุกรอบ 12 เดือน | พ.ร.บ.การบัญชี ม.10 |
ประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก | ภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน แล้วอย่างน้อยทุก 12 เดือน | ป.พ.พ. ม.1171 |
ผู้สอบบัญชีตรวจงบ และเสนอที่ประชุมอนุมัติ | ภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล | ป.พ.พ. ม.1197 |
ยื่นงบการเงินต่อ DBD ผ่าน DBD e-Filing | ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติงบ | พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 |
ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินต่อกรมสรรพากร | ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี | ป.รัษฎากร ม.69 |
เก็บรักษาบัญชีและเอกสาร | ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี | พ.ร.บ.การบัญชี ม.14 |
ข้อควรทราบ: ระยะเวลาการลงรายการในบัญชีแต่ละชนิด เป็นไปตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบประกาศฉบับปัจจุบัน
ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างตามเกณฑ์ปี 2569?
ผู้ทำบัญชีต้องมีวุฒิการศึกษาทางการบัญชีตามขนาดของกิจการ เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และปฏิบัติตามเงื่อนไขของประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569
วุฒิการศึกษาตามขนาดกิจการ
วุฒิของผู้ทำบัญชี | ทำบัญชีให้กิจการใดได้ |
ปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า | ทำบัญชีได้ทุกขนาด |
อนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชี | เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัดที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท |
บริษัทเปิดใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ขนาดเล็ก แต่ถ้าบริษัทเติบโตเกินเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ผู้ทำบัญชีที่มีวุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. จะทำบัญชีให้ไม่ได้อีกต่อไป ควรวางแผนล่วงหน้า
เงื่อนไขอื่นที่ต้องรักษาไว้ตลอด
· เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และต่ออายุสมาชิกรายปี หากขาดสมาชิกภาพถือว่าขาดคุณสมบัติ
· ผู้ทำบัญชีรายใหม่ตั้งแต่ปี 2569 ต้องผ่านการทดสอบในระบบ e-Accountant จำนวน 60 ข้อ เวลา 90 นาที ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และผลสอบใช้ได้ 1 ปี ส่วนผู้ทำบัญชีเดิมที่ไม่ขาดสถานะไม่ต้องสอบ
· พัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยเป็นเรื่องบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง รายงานภายใน 31 ธันวาคมของปีนั้น
· รับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบต่อปีปฏิทิน ต่อผู้ทำบัญชี 1 คน
· แจ้งรับทำบัญชีหรือยกเลิกการทำบัญชี ผ่านระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน
ข้อนี้มีความหมายต่อเจ้าของบริษัทโดยตรง เพราะถ้าผู้ทำบัญชีที่บริษัทใช้ขาดคุณสมบัติ บริษัทอาจถือว่ายังไม่ได้จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย
ถ้าบริษัทไม่มีผู้ทำบัญชีหรือไม่ทำบัญชี มีผลอย่างไร?
มีโทษปรับตาม พ.ร.บ.การบัญชี ซึ่งปัจจุบันเป็น "ค่าปรับเป็นพินัย" และอาจกระทบกรรมการผู้จัดการโดยตรง
ความผิด | มาตรา | อัตราสูงสุด |
ไม่จัดทำบัญชีตาม ม.8 หรือ ม.9 | ม.28 | ไม่เกิน 30,000 บาท และเพิ่มวันละไม่เกิน 1,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติ |
ไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ (ฝ่าฝืน ม.19 วรรคหนึ่ง) หรือไม่ปิดบัญชีตาม ม.10 | ม.29 | ไม่เกิน 10,000 บาท |
ไม่ยื่นงบการเงินตาม ม.11 วรรคหนึ่ง | ม.30 | ไม่เกิน 50,000 บาท |
งบการเงินไม่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชี | ม.32 | ไม่เกิน 20,000 บาท |
นอกจากนี้ มาตรา 40 กำหนดว่าเมื่อนิติบุคคลกระทำผิด กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบที่สั่งการหรือไม่ป้องกัน ต้องรับโทษด้วย และหากไม่ยื่นงบการเงินติดต่อกันเกิน 3 รอบบัญชี DBD อาจพิจารณาขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง ซึ่งไม่ได้ทำให้ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นหมดไป
บริษัทยังไม่มีรายได้ ต้องมีผู้ทำบัญชีไหม?
ต้องมี กฎหมายไม่ได้ยกเว้นกิจการที่ยังไม่มีรายได้ บริษัทยังต้องทำบัญชี ปิดงบ ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจ และยื่นงบการเงินกับ ภ.ง.ด.50 ตามกำหนด รายละเอียดกรณีนี้ดูได้ในบทความ "บริษัทไม่มีรายการค้าต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่"
จ้างพนักงานบัญชี จ้างสำนักงานบัญชี หรือให้คนในบริษัททำ แบบไหนเหมาะ?
ทุกแบบถูกกฎหมาย ถ้าผู้ทำบัญชีมีคุณสมบัติครบ การเลือกขึ้นกับปริมาณรายการ ความซับซ้อน และงบประมาณ ส่วนต่อไปนี้เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย
ทางเลือก | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
จ้างสำนักงานบัญชี | บริษัทเปิดใหม่ที่รายการยังไม่มาก ไม่ต้องการคนบัญชีเต็มเวลา | มีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียน ดูแลภาษีรายเดือนและงบปีได้ในที่เดียว ไม่ต้องรับภาระการจ้างงาน | ต้องส่งเอกสารให้ครบตรงเวลา ต้องตกลงขอบเขตงานให้ชัด |
จ้างพนักงานบัญชีประจำ | บริษัทที่มีรายการค้าจำนวนมาก มีสต็อกสินค้า หลายสาขา หรือต้องการข้อมูลบริหารรายวัน | ข้อมูลอยู่ใกล้ธุรกิจ ตอบคำถามได้ทันที | ต้องตรวจคุณสมบัติตามประกาศ 2568 มีภาระเงินเดือนและประกันสังคม ถ้าพนักงานลาออกงานอาจสะดุด |
แบบผสม | บริษัทที่เริ่มโต | พนักงานภายในบันทึกรายการประจำวัน สำนักงานบัญชีภายนอกตรวจทานและปิดงบ | ต้องกำหนดชัดว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีที่แจ้งในระบบ e-Accountant |
กรรมการหรือเจ้าของเป็นผู้ทำบัญชีเองได้ไหม?
ประเด็นสำคัญไม่ใช่ตำแหน่ง แต่คือคุณสมบัติ หากกรรมการหรือพนักงานในบริษัทมีคุณสมบัติครบตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็อาจทำหน้าที่ผู้ทำบัญชีได้ ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (DBD สายด่วน 1570) ก่อนตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม เจ้าของที่ไม่มีวุฒิทางบัญชี ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และไม่ได้ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ใหม่ จะไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้
ผู้ทำบัญชีทำอะไรให้บริษัทบ้างในทางปฏิบัติ
· บันทึกบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท บัญชีสินค้า และบัญชีอื่นตามความจำเป็น
· จัดทำงบการเงินตามมาตรฐานที่ใช้กับบริษัท ซึ่ง SME ส่วนใหญ่ใช้ TFRS for NPAEs
· ประสานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในการตรวจงบประจำปี
· ในทางปฏิบัติมักดูแลการยื่นภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.51 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ ภ.พ.30 หากจด VAT ซึ่งควรระบุในขอบเขตงานให้ชัดเจน
ตัวอย่างสถานการณ์ (ตัวอย่างสมมติ)
บริษัท เอ จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด มีผู้ถือหุ้น 2 คน ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท จดทะเบียนเดือนมีนาคม ผู้ก่อตั้งคิดว่ารอให้มีรายได้ก่อนค่อยจ้างนักบัญชี เพราะ 3 เดือนแรกยังไม่มีลูกค้า
ในความเป็นจริง หน้าที่ทำบัญชีเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนในเดือนมีนาคม ค่าใช้จ่ายช่วงก่อนมีรายได้ เช่น ค่าเช่า ค่าตกแต่ง และค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ก็ต้องบันทึกบัญชีและเก็บเอกสารประกอบ ถ้าเริ่มจ้างช้า ผู้ทำบัญชีที่เข้ามาภายหลังต้องย้อนเก็บเอกสารซึ่งมักไม่ครบ บริษัท เอ จึงตัดสินใจจ้างสำนักงานบัญชีตั้งแต่เดือนแรก เพราะปริมาณรายการยังน้อย ไม่คุ้มที่จะจ้างพนักงานประจำ แล้วแยกจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอีกรายหนึ่งเพื่อรักษาความเป็นอิสระ
บริษัท บี จำกัด ขายวัสดุก่อสร้าง จด VAT ตั้งแต่ต้น มีสต็อกหลายร้อยรายการและลูกค้าเครดิตจำนวนมาก บริษัทนี้เลือกแบบผสม คือจ้างพนักงานบัญชีภายในบันทึกรายการและคุมสต็อกทุกวัน และให้สำนักงานบัญชีภายนอกตรวจทานและปิดงบ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของบริษัทเปิดใหม่เรื่องผู้ทำบัญชี
· รอให้มีรายได้ก่อนค่อยหาผู้ทำบัญชี ทั้งที่หน้าที่เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียน
· คิดว่าผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีคือคนเดียวกัน จึงไม่ได้เตรียมจ้าง CPA ตรวจงบปลายปี
· ใช้ผู้ทำบัญชีที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ปัจจุบัน เช่น วุฒิ ปวส. ทั้งที่บริษัทมีรายได้เกิน 30 ล้านบาท หรือผู้ทำบัญชีขาดสมาชิกภาพสภาวิชาชีพบัญชี
· ไม่ส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีครบถ้วน ซึ่งมาตรา 12 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ครบถ้วนถูกต้อง
· ปนเงินบริษัทกับเงินส่วนตัว ทำให้ผู้ทำบัญชีแยกรายการได้ยาก และเสี่ยงต่อปัญหาภาษี
· ไม่ตกลงขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ไม่ชัดว่าค่าบริการรวมการยื่นภาษีรายเดือนหรือการประสานผู้สอบบัญชีหรือไม่
คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
ควรตัดสินใจเรื่องผู้ทำบัญชี ก่อน วันจดทะเบียน ไม่ใช่หลังจากนั้น เพราะการตั้งระบบตั้งแต่วันแรกง่ายกว่าการย้อนเก็บเอกสารเสมอ
1. ตรวจคุณสมบัติผู้ทำบัญชีทุกครั้ง ขอดูหลักฐานสมาชิกภาพสภาวิชาชีพบัญชี และยืนยันว่าแจ้งรับทำบัญชีของบริษัทในระบบ e-Accountant แล้ว
2. เปิดบัญชีธนาคารแยกในนามบริษัท และใช้จ่ายผ่านบัญชีบริษัทเท่านั้น
3. กำหนดขอบเขตงานให้ชัด ว่ารวมงานภาษีรายเดือน VAT ประกันสังคม การเตรียมเอกสารให้ผู้สอบบัญชี และการยื่นงบหรือไม่ ค่าบริการแตกต่างตามปริมาณเอกสาร การจด VAT จำนวนพนักงาน และขอบเขตงาน ควรขอใบเสนอราคาจากหลายแห่งโดยใช้ขอบเขตเดียวกัน
4. แยกผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชี ให้เป็นคนละสำนักงาน เพื่อรักษาความเป็นอิสระของการตรวจสอบ
5. ทบทวนทุกปีเมื่อบริษัทโต ว่าผู้ทำบัญชียังมีคุณสมบัติเหมาะกับขนาดทุน สินทรัพย์ และรายได้ของบริษัท
สรุป
เปิดบริษัทใหม่ต้องมีนักบัญชีหรือไม่ คำตอบตามกฎหมายคือต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตั้งแต่วันจดทะเบียน และต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบการเงินทุกปี ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้หรือไม่ เกณฑ์ผู้ทำบัญชีที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เข้มขึ้นทั้งเรื่องการทดสอบ CPD และการแจ้งในระบบ e-Accountant เจ้าของจึงควรตรวจคุณสมบัติก่อนจ้าง ส่วนการเลือกจ้างพนักงานบัญชีหรือสำนักงานบัญชี ให้พิจารณาจากปริมาณรายการ ความซับซ้อนของธุรกิจ และความต่อเนื่องของงาน
บริษัทที่ยังไม่เปิดดำเนินการ ต้องจ้างผู้สอบบัญชีด้วยไหม?
ต้องจ้าง พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 11 วรรคสี่ ยกเว้นการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กเท่านั้น บริษัทจำกัดทุกแห่งจึงต้องให้ CPA ตรวจงบทุกปี แม้ไม่มีรายได้ก็ตาม งบที่ไม่ผ่านการตรวจสอบมีโทษตามมาตรา 32 ไม่เกิน 20,000 บาท การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยให้การตรวจสอบปีแรกราบรื่นขึ้น
ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องใช้ผู้ทำบัญชีแบบเดียวกับบริษัทไหม?
ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนก็เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามมาตรา 8 และต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติเช่นกัน ความแตกต่างอยู่ที่การตรวจสอบงบ ห้างขนาดเล็กที่มีทุน สินทรัพย์ และรายได้ไม่เกินเกณฑ์ ไม่ต้องใช้ CPA แต่ต้องให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจสอบและรับรองบัญชีเพื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร
ตรวจสอบได้อย่างไรว่าผู้ทำบัญชีที่จ้างมีคุณสมบัติจริง?
ขอหลักฐานการเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ยังไม่หมดอายุ และขอให้ยืนยันว่าได้แจ้งรับทำบัญชีของบริษัทผ่านระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วันแล้ว หากเป็นผู้ทำบัญชีรายใหม่ตั้งแต่ปี 2569 ควรถามถึงผลการทดสอบในระบบ e-Accountant ด้วย หากไม่แน่ใจสามารถสอบถาม DBD สายด่วน 1570
เปลี่ยนผู้ทำบัญชีกลางปีได้หรือไม่?
ได้ แต่ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งรับทำหรือยกเลิกการทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน และบริษัทควรรับมอบบัญชีและเอกสารจากผู้ทำบัญชีเดิมให้ครบ เพราะบริษัทมีหน้าที่เก็บรักษาบัญชีและเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี การเปลี่ยนใกล้วันปิดงบอาจทำให้การปิดบัญชีล่าช้า จึงควรวางแผนช่วงเวลาให้ดี
ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์แทนนักบัญชีได้ไหม?
โปรแกรมบัญชีเป็นเครื่องมือช่วยบันทึกรายการ ไม่ได้แทนหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัทยังต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้รับผิดชอบความถูกต้องของบัญชีและงบการเงิน การใช้โปรแกรมช่วยให้ส่งข้อมูลให้ผู้ทำบัญชีได้เร็วและเป็นระบบขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดเวลาทำงานและลดความผิดพลาดได้
ผู้ทำบัญชีมีโทษหรือไม่ ถ้าบัญชีผิด?
มี มาตรา 20 กำหนดให้ผู้ทำบัญชีต้องจัดทำบัญชีให้แสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินตามความเป็นจริงและมีเอกสารประกอบครบถ้วน หากฝ่าฝืนมีค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาทตามมาตรา 34 แต่เจ้าของบริษัทก็ยังมีหน้าที่ส่งเอกสารให้ครบและควบคุมดูแลการบันทึกบัญชี ความรับผิดจึงไม่ได้อยู่ที่ผู้ทำบัญชีฝ่ายเดียว
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
ThaiRegisters ช่วยให้บริษัทเปิดใหม่เริ่มต้นระบบบัญชีได้ถูกต้องตั้งแต่วันจดทะเบียน
· ให้คำปรึกษาหน้าที่ด้านบัญชีและภาษีของบริษัทเปิดใหม่ตั้งแต่ก่อนจดทะเบียน
· ให้บริการบัญชีรายเดือนโดยผู้ทำบัญชีตามเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
· วางระบบรับส่งเอกสารบัญชีรายเดือนให้เหมาะกับธุรกิจ
· ประสานงานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอิสระสำหรับงบการเงินประจำปี
· สรุปไทม์ไลน์หน้าที่ปีแรก เช่น ประชุมสามัญ บอจ.5 ยื่นงบ และ ภ.ง.ด.50
ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:
· ชื่อบริษัทและวันที่จดทะเบียน (หรือวันที่วางแผนจะจด)
· ทุนจดทะเบียนและประเภทธุรกิจ
· ประมาณการรายได้และจำนวนเอกสารซื้อขายต่อเดือน
· สถานะการจด VAT และจำนวนพนักงาน
· งานที่ต้องการให้ดูแล เช่น ภาษีรายเดือน ประกันสังคม หรือปิดงบประจำปี




