top of page

เปิดบริษัทใหม่ต้องมีนักบัญชีหรือไม่? หน้าที่ตามกฎหมาย คุณสมบัติผู้ทำบัญชี 2569 และทางเลือกที่เหมาะกับ SME

Writer: Thairegisters
Thairegisters
22 hours ago
3 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง

เปิดบริษัทใหม่ต้องมีนักบัญชีหรือไม่? คำตอบคือต้องมี พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้บริษัทจำกัดเริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียน และต้องจัดให้มี "ผู้ทำบัญชี" ที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด แม้บริษัทยังไม่มีรายได้ก็ตาม นอกจากนี้งบการเงินของบริษัทจำกัดทุกแห่งต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ทุกปี ส่วนจะจ้างพนักงานบัญชีประจำหรือจ้างสำนักงานบัญชี เป็นทางเลือกทางธุรกิจที่ขึ้นกับปริมาณงานของบริษัท


บริษัทเปิดใหม่ต้องมีผู้ทำบัญชีตามกฎหมายหรือไม่?

ต้องมี บริษัทจำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และมาตรา 19 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด พร้อมควบคุมดูแลให้บันทึกบัญชีถูกต้องตามความเป็นจริง

ข้อที่เจ้าของกิจการมักเข้าใจผิดคือคิดว่า "บริษัทเป็นของเรา ทำบัญชีเองได้" กฎหมายเปิดช่องให้ทำบัญชีเองเฉพาะ บุคคลธรรมดา ที่มีหน้าที่ทำบัญชี แต่บริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคล จึงต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติครบตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

คำว่า "นักบัญชี" ในภาษาพูด กับ "ผู้ทำบัญชี" ในกฎหมาย

คนทั่วไปเรียกว่านักบัญชี แต่ในกฎหมายมีบทบาทสำคัญ 2 แบบที่ต้องแยกให้ออก

บทบาท

หน้าที่หลัก

ฐานกฎหมาย

บริษัทจำกัดต้องมีหรือไม่

ผู้ทำบัญชี

บันทึกบัญชี จัดทำงบการเงินให้แสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินตามความเป็นจริง

พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 19–20

ต้องมี ตั้งแต่วันจดทะเบียน

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินอย่างเป็นอิสระ

พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 11 วรรคสี่; ป.พ.พ. มาตรา 1196–1197

ต้องมี ทุกปี ไม่มีข้อยกเว้นตามขนาดสำหรับบริษัทจำกัด

 

ผู้ทำบัญชีทำงานภายใต้การกำกับของกิจการ ส่วนผู้สอบบัญชีต้องเป็นอิสระจากกิจการ ในทางปฏิบัติตามหลักความเป็นอิสระ คนเดียวกันหรือสำนักงานเดียวกันจึงไม่ควรเป็นทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของบริษัทเดียวกัน


ต้องเริ่มมีผู้ทำบัญชีตั้งแต่เมื่อไร?

ตั้งแต่วันที่จดทะเบียนบริษัท เพราะมาตรา 9 ของ พ.ร.บ.การบัญชี กำหนดให้บริษัทจำกัดเริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่วันที่เริ่มขายสินค้าหรือวันที่มีรายได้ครั้งแรก

ไทม์ไลน์หน้าที่ด้านบัญชีในปีแรกที่ผู้ทำบัญชีต้องดูแลร่วมกับเจ้าของ มีดังนี้

เหตุการณ์

กำหนดเวลา

ฐานกฎหมาย

เริ่มทำบัญชี

วันที่จดทะเบียนบริษัท

พ.ร.บ.การบัญชี ม.9

ปิดบัญชีครั้งแรก

ภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี แล้วทุกรอบ 12 เดือน

พ.ร.บ.การบัญชี ม.10

ประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก

ภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน แล้วอย่างน้อยทุก 12 เดือน

ป.พ.พ. ม.1171

ผู้สอบบัญชีตรวจงบ และเสนอที่ประชุมอนุมัติ

ภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล

ป.พ.พ. ม.1197

ยื่นงบการเงินต่อ DBD ผ่าน DBD e-Filing

ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติงบ

พ.ร.บ.การบัญชี ม.11

ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินต่อกรมสรรพากร

ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี

ป.รัษฎากร ม.69

เก็บรักษาบัญชีและเอกสาร

ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี

พ.ร.บ.การบัญชี ม.14

 

ข้อควรทราบ: ระยะเวลาการลงรายการในบัญชีแต่ละชนิด เป็นไปตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบประกาศฉบับปัจจุบัน


ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างตามเกณฑ์ปี 2569?

ผู้ทำบัญชีต้องมีวุฒิการศึกษาทางการบัญชีตามขนาดของกิจการ เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และปฏิบัติตามเงื่อนไขของประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569

วุฒิการศึกษาตามขนาดกิจการ

วุฒิของผู้ทำบัญชี

ทำบัญชีให้กิจการใดได้

ปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า

ทำบัญชีได้ทุกขนาด

อนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชี

เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัดที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

 

บริษัทเปิดใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ขนาดเล็ก แต่ถ้าบริษัทเติบโตเกินเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ผู้ทำบัญชีที่มีวุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. จะทำบัญชีให้ไม่ได้อีกต่อไป ควรวางแผนล่วงหน้า

เงื่อนไขอื่นที่ต้องรักษาไว้ตลอด

·       เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และต่ออายุสมาชิกรายปี หากขาดสมาชิกภาพถือว่าขาดคุณสมบัติ

·       ผู้ทำบัญชีรายใหม่ตั้งแต่ปี 2569 ต้องผ่านการทดสอบในระบบ e-Accountant จำนวน 60 ข้อ เวลา 90 นาที ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และผลสอบใช้ได้ 1 ปี ส่วนผู้ทำบัญชีเดิมที่ไม่ขาดสถานะไม่ต้องสอบ

·       พัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยเป็นเรื่องบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง รายงานภายใน 31 ธันวาคมของปีนั้น

·       รับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบต่อปีปฏิทิน ต่อผู้ทำบัญชี 1 คน

·       แจ้งรับทำบัญชีหรือยกเลิกการทำบัญชี ผ่านระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน

ข้อนี้มีความหมายต่อเจ้าของบริษัทโดยตรง เพราะถ้าผู้ทำบัญชีที่บริษัทใช้ขาดคุณสมบัติ บริษัทอาจถือว่ายังไม่ได้จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย


ถ้าบริษัทไม่มีผู้ทำบัญชีหรือไม่ทำบัญชี มีผลอย่างไร?

มีโทษปรับตาม พ.ร.บ.การบัญชี ซึ่งปัจจุบันเป็น "ค่าปรับเป็นพินัย" และอาจกระทบกรรมการผู้จัดการโดยตรง

ความผิด

มาตรา

อัตราสูงสุด

ไม่จัดทำบัญชีตาม ม.8 หรือ ม.9

ม.28

ไม่เกิน 30,000 บาท และเพิ่มวันละไม่เกิน 1,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติ

ไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ (ฝ่าฝืน ม.19 วรรคหนึ่ง) หรือไม่ปิดบัญชีตาม ม.10

ม.29

ไม่เกิน 10,000 บาท

ไม่ยื่นงบการเงินตาม ม.11 วรรคหนึ่ง

ม.30

ไม่เกิน 50,000 บาท

งบการเงินไม่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชี

ม.32

ไม่เกิน 20,000 บาท

 

นอกจากนี้ มาตรา 40 กำหนดว่าเมื่อนิติบุคคลกระทำผิด กรรมการผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบที่สั่งการหรือไม่ป้องกัน ต้องรับโทษด้วย และหากไม่ยื่นงบการเงินติดต่อกันเกิน 3 รอบบัญชี DBD อาจพิจารณาขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง ซึ่งไม่ได้ทำให้ความรับผิดของกรรมการและผู้ถือหุ้นหมดไป

บริษัทยังไม่มีรายได้ ต้องมีผู้ทำบัญชีไหม?

ต้องมี กฎหมายไม่ได้ยกเว้นกิจการที่ยังไม่มีรายได้ บริษัทยังต้องทำบัญชี ปิดงบ ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจ และยื่นงบการเงินกับ ภ.ง.ด.50 ตามกำหนด รายละเอียดกรณีนี้ดูได้ในบทความ "บริษัทไม่มีรายการค้าต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่"

จ้างพนักงานบัญชี จ้างสำนักงานบัญชี หรือให้คนในบริษัททำ แบบไหนเหมาะ?

ทุกแบบถูกกฎหมาย ถ้าผู้ทำบัญชีมีคุณสมบัติครบ การเลือกขึ้นกับปริมาณรายการ ความซับซ้อน และงบประมาณ ส่วนต่อไปนี้เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย

ทางเลือก

เหมาะกับ

ข้อดี

ข้อควรระวัง

จ้างสำนักงานบัญชี

บริษัทเปิดใหม่ที่รายการยังไม่มาก ไม่ต้องการคนบัญชีเต็มเวลา

มีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียน ดูแลภาษีรายเดือนและงบปีได้ในที่เดียว ไม่ต้องรับภาระการจ้างงาน

ต้องส่งเอกสารให้ครบตรงเวลา ต้องตกลงขอบเขตงานให้ชัด

จ้างพนักงานบัญชีประจำ

บริษัทที่มีรายการค้าจำนวนมาก มีสต็อกสินค้า หลายสาขา หรือต้องการข้อมูลบริหารรายวัน

ข้อมูลอยู่ใกล้ธุรกิจ ตอบคำถามได้ทันที

ต้องตรวจคุณสมบัติตามประกาศ 2568 มีภาระเงินเดือนและประกันสังคม ถ้าพนักงานลาออกงานอาจสะดุด

แบบผสม

บริษัทที่เริ่มโต

พนักงานภายในบันทึกรายการประจำวัน สำนักงานบัญชีภายนอกตรวจทานและปิดงบ

ต้องกำหนดชัดว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีที่แจ้งในระบบ e-Accountant

 

กรรมการหรือเจ้าของเป็นผู้ทำบัญชีเองได้ไหม?

ประเด็นสำคัญไม่ใช่ตำแหน่ง แต่คือคุณสมบัติ หากกรรมการหรือพนักงานในบริษัทมีคุณสมบัติครบตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็อาจทำหน้าที่ผู้ทำบัญชีได้ ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (DBD สายด่วน 1570) ก่อนตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม เจ้าของที่ไม่มีวุฒิทางบัญชี ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และไม่ได้ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ใหม่ จะไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้

ผู้ทำบัญชีทำอะไรให้บริษัทบ้างในทางปฏิบัติ

·       บันทึกบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท บัญชีสินค้า และบัญชีอื่นตามความจำเป็น

·       จัดทำงบการเงินตามมาตรฐานที่ใช้กับบริษัท ซึ่ง SME ส่วนใหญ่ใช้ TFRS for NPAEs

·       ประสานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในการตรวจงบประจำปี

·       ในทางปฏิบัติมักดูแลการยื่นภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.51 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ ภ.พ.30 หากจด VAT ซึ่งควรระบุในขอบเขตงานให้ชัดเจน

ตัวอย่างสถานการณ์ (ตัวอย่างสมมติ)

บริษัท เอ จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด มีผู้ถือหุ้น 2 คน ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท จดทะเบียนเดือนมีนาคม ผู้ก่อตั้งคิดว่ารอให้มีรายได้ก่อนค่อยจ้างนักบัญชี เพราะ 3 เดือนแรกยังไม่มีลูกค้า

ในความเป็นจริง หน้าที่ทำบัญชีเริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนในเดือนมีนาคม ค่าใช้จ่ายช่วงก่อนมีรายได้ เช่น ค่าเช่า ค่าตกแต่ง และค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ก็ต้องบันทึกบัญชีและเก็บเอกสารประกอบ ถ้าเริ่มจ้างช้า ผู้ทำบัญชีที่เข้ามาภายหลังต้องย้อนเก็บเอกสารซึ่งมักไม่ครบ บริษัท เอ จึงตัดสินใจจ้างสำนักงานบัญชีตั้งแต่เดือนแรก เพราะปริมาณรายการยังน้อย ไม่คุ้มที่จะจ้างพนักงานประจำ แล้วแยกจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอีกรายหนึ่งเพื่อรักษาความเป็นอิสระ

บริษัท บี จำกัด ขายวัสดุก่อสร้าง จด VAT ตั้งแต่ต้น มีสต็อกหลายร้อยรายการและลูกค้าเครดิตจำนวนมาก บริษัทนี้เลือกแบบผสม คือจ้างพนักงานบัญชีภายในบันทึกรายการและคุมสต็อกทุกวัน และให้สำนักงานบัญชีภายนอกตรวจทานและปิดงบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของบริษัทเปิดใหม่เรื่องผู้ทำบัญชี

·       รอให้มีรายได้ก่อนค่อยหาผู้ทำบัญชี ทั้งที่หน้าที่เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียน

·       คิดว่าผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีคือคนเดียวกัน จึงไม่ได้เตรียมจ้าง CPA ตรวจงบปลายปี

·       ใช้ผู้ทำบัญชีที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ปัจจุบัน เช่น วุฒิ ปวส. ทั้งที่บริษัทมีรายได้เกิน 30 ล้านบาท หรือผู้ทำบัญชีขาดสมาชิกภาพสภาวิชาชีพบัญชี

·       ไม่ส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีครบถ้วน ซึ่งมาตรา 12 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ครบถ้วนถูกต้อง

·       ปนเงินบริษัทกับเงินส่วนตัว ทำให้ผู้ทำบัญชีแยกรายการได้ยาก และเสี่ยงต่อปัญหาภาษี

·       ไม่ตกลงขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ไม่ชัดว่าค่าบริการรวมการยื่นภาษีรายเดือนหรือการประสานผู้สอบบัญชีหรือไม่


คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

ควรตัดสินใจเรื่องผู้ทำบัญชี ก่อน วันจดทะเบียน ไม่ใช่หลังจากนั้น เพราะการตั้งระบบตั้งแต่วันแรกง่ายกว่าการย้อนเก็บเอกสารเสมอ

1. ตรวจคุณสมบัติผู้ทำบัญชีทุกครั้ง ขอดูหลักฐานสมาชิกภาพสภาวิชาชีพบัญชี และยืนยันว่าแจ้งรับทำบัญชีของบริษัทในระบบ e-Accountant แล้ว

2. เปิดบัญชีธนาคารแยกในนามบริษัท และใช้จ่ายผ่านบัญชีบริษัทเท่านั้น

3. กำหนดขอบเขตงานให้ชัด ว่ารวมงานภาษีรายเดือน VAT ประกันสังคม การเตรียมเอกสารให้ผู้สอบบัญชี และการยื่นงบหรือไม่ ค่าบริการแตกต่างตามปริมาณเอกสาร การจด VAT จำนวนพนักงาน และขอบเขตงาน ควรขอใบเสนอราคาจากหลายแห่งโดยใช้ขอบเขตเดียวกัน

4. แยกผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชี ให้เป็นคนละสำนักงาน เพื่อรักษาความเป็นอิสระของการตรวจสอบ

5. ทบทวนทุกปีเมื่อบริษัทโต ว่าผู้ทำบัญชียังมีคุณสมบัติเหมาะกับขนาดทุน สินทรัพย์ และรายได้ของบริษัท


สรุป

เปิดบริษัทใหม่ต้องมีนักบัญชีหรือไม่ คำตอบตามกฎหมายคือต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตั้งแต่วันจดทะเบียน และต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบการเงินทุกปี ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้หรือไม่ เกณฑ์ผู้ทำบัญชีที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เข้มขึ้นทั้งเรื่องการทดสอบ CPD และการแจ้งในระบบ e-Accountant เจ้าของจึงควรตรวจคุณสมบัติก่อนจ้าง ส่วนการเลือกจ้างพนักงานบัญชีหรือสำนักงานบัญชี ให้พิจารณาจากปริมาณรายการ ความซับซ้อนของธุรกิจ และความต่อเนื่องของงาน

บริษัทที่ยังไม่เปิดดำเนินการ ต้องจ้างผู้สอบบัญชีด้วยไหม?

ต้องจ้าง พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 11 วรรคสี่ ยกเว้นการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กเท่านั้น บริษัทจำกัดทุกแห่งจึงต้องให้ CPA ตรวจงบทุกปี แม้ไม่มีรายได้ก็ตาม งบที่ไม่ผ่านการตรวจสอบมีโทษตามมาตรา 32 ไม่เกิน 20,000 บาท การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยให้การตรวจสอบปีแรกราบรื่นขึ้น

ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องใช้ผู้ทำบัญชีแบบเดียวกับบริษัทไหม?

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนก็เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามมาตรา 8 และต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติเช่นกัน ความแตกต่างอยู่ที่การตรวจสอบงบ ห้างขนาดเล็กที่มีทุน สินทรัพย์ และรายได้ไม่เกินเกณฑ์ ไม่ต้องใช้ CPA แต่ต้องให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจสอบและรับรองบัญชีเพื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร

ตรวจสอบได้อย่างไรว่าผู้ทำบัญชีที่จ้างมีคุณสมบัติจริง?

ขอหลักฐานการเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ยังไม่หมดอายุ และขอให้ยืนยันว่าได้แจ้งรับทำบัญชีของบริษัทผ่านระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วันแล้ว หากเป็นผู้ทำบัญชีรายใหม่ตั้งแต่ปี 2569 ควรถามถึงผลการทดสอบในระบบ e-Accountant ด้วย หากไม่แน่ใจสามารถสอบถาม DBD สายด่วน 1570

เปลี่ยนผู้ทำบัญชีกลางปีได้หรือไม่?

ได้ แต่ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งรับทำหรือยกเลิกการทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน และบริษัทควรรับมอบบัญชีและเอกสารจากผู้ทำบัญชีเดิมให้ครบ เพราะบริษัทมีหน้าที่เก็บรักษาบัญชีและเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี การเปลี่ยนใกล้วันปิดงบอาจทำให้การปิดบัญชีล่าช้า จึงควรวางแผนช่วงเวลาให้ดี

ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์แทนนักบัญชีได้ไหม?

โปรแกรมบัญชีเป็นเครื่องมือช่วยบันทึกรายการ ไม่ได้แทนหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัทยังต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้รับผิดชอบความถูกต้องของบัญชีและงบการเงิน การใช้โปรแกรมช่วยให้ส่งข้อมูลให้ผู้ทำบัญชีได้เร็วและเป็นระบบขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดเวลาทำงานและลดความผิดพลาดได้

ผู้ทำบัญชีมีโทษหรือไม่ ถ้าบัญชีผิด?

มี มาตรา 20 กำหนดให้ผู้ทำบัญชีต้องจัดทำบัญชีให้แสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินตามความเป็นจริงและมีเอกสารประกอบครบถ้วน หากฝ่าฝืนมีค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาทตามมาตรา 34 แต่เจ้าของบริษัทก็ยังมีหน้าที่ส่งเอกสารให้ครบและควบคุมดูแลการบันทึกบัญชี ความรับผิดจึงไม่ได้อยู่ที่ผู้ทำบัญชีฝ่ายเดียว


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

ThaiRegisters ช่วยให้บริษัทเปิดใหม่เริ่มต้นระบบบัญชีได้ถูกต้องตั้งแต่วันจดทะเบียน

·       ให้คำปรึกษาหน้าที่ด้านบัญชีและภาษีของบริษัทเปิดใหม่ตั้งแต่ก่อนจดทะเบียน

·       ให้บริการบัญชีรายเดือนโดยผู้ทำบัญชีตามเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

·       วางระบบรับส่งเอกสารบัญชีรายเดือนให้เหมาะกับธุรกิจ

·       ประสานงานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอิสระสำหรับงบการเงินประจำปี

·       สรุปไทม์ไลน์หน้าที่ปีแรก เช่น ประชุมสามัญ บอจ.5 ยื่นงบ และ ภ.ง.ด.50

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:

·       ชื่อบริษัทและวันที่จดทะเบียน (หรือวันที่วางแผนจะจด)

·       ทุนจดทะเบียนและประเภทธุรกิจ

·       ประมาณการรายได้และจำนวนเอกสารซื้อขายต่อเดือน

·       สถานะการจด VAT และจำนวนพนักงาน

·       งานที่ต้องการให้ดูแล เช่น ภาษีรายเดือน ประกันสังคม หรือปิดงบประจำปี


bottom of page