top of page

เช็กลิสต์เปิดบริษัทใหม่สำหรับ SME ปี 2569: ก่อนจด ระหว่างจด และหลังจดในปีแรก

Writer: Thairegisters
Thairegisters
51 minutes ago
3 min read
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 13 ตุลาคม 2569 | ผู้ตรวจทาน: นายอภิรักษ์ บวบทอง


เช็กลิสต์เปิดบริษัทใหม่สำหรับ SME แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงก่อนจด ต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน กรรมการอย่างน้อย 1 คน ชื่อไทยและอังกฤษ ทุนและมูลค่าหุ้นไม่ต่ำกว่า 5 บาท ที่ตั้งพร้อมเอกสาร และช่องทางยืนยันตัวตน ช่วงระหว่างจด ยื่นผ่าน DBD Biz Regist และชำระค่าธรรมเนียม 5,500 บาท ช่วงหลังจด ต้องมีผู้ทำบัญชีและทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน ขึ้นทะเบียนประกันสังคมเมื่อมีลูกจ้าง จด VAT เมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท และประชุมสามัญครั้งแรกภายใน 6 เดือน


วิธีใช้เช็กลิสต์นี้


ใช้ติ๊กตามลำดับจากบนลงล่าง แต่ละข้อระบุว่าเป็น [กฎหมาย] คือหน้าที่หรือเงื่อนไขตามกฎหมาย หรือ [แนะนำ] คือคำแนะนำเชิงปฏิบัติ เพื่อให้จัดลำดับความสำคัญได้ เช็กลิสต์นี้ใช้กับบริษัทจำกัดที่ผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยเป็นหลัก หากมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติ มีขั้นตอนเพิ่มเติมตามช่วงที่ 1 หมวด "กรณีพิเศษ"

ภาพรวมของ 3 ช่วง

ช่วง

เป้าหมาย

ผลลัพธ์เมื่อเสร็จ

1. ก่อนจดทะเบียน

ตัดสินใจโครงสร้างและเตรียมข้อมูลให้ครบ

มีข้อมูลบริษัทพร้อมกรอก และผู้เกี่ยวข้องพร้อมยืนยันตัวตน

2. ระหว่างจดทะเบียน

ยื่นคำขอใน DBD Biz Regist จนนายทะเบียนรับจด

บริษัทเป็นนิติบุคคล ได้เลขทะเบียน 13 หลัก

3. หลังจดทะเบียน (ปีแรก)

เริ่มระบบบัญชี ภาษี และหน้าที่ตามกฎหมาย

บริษัทพร้อมดำเนินงานและไม่พลาดกำหนดเวลาแรก

 

ช่วงที่ 1: ก่อนจดทะเบียนต้องเตรียมอะไรบ้าง?


ช่วงนี้สำคัญที่สุด เพราะข้อมูลที่ตัดสินใจจะผูกพันบริษัทไปอีกหลายปี และการแก้ไขภายหลังต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงซึ่งมีค่าธรรมเนียม 500 บาทต่อคำขอ

1.1 ตัดสินใจรูปแบบธุรกิจ

☐ [แนะนำ] เปรียบเทียบบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วน และการทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา ทั้งเรื่องความรับผิด ภาษี และภาระงานบัญชี

☐ [กฎหมาย] เข้าใจว่าผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัดรับผิดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบ (ป.พ.พ. ม.1096)

☐ [กฎหมาย] เข้าใจว่าบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตราเดียวกัน ส่วนบุคคลธรรมดาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอัตราก้าวหน้า

☐ [กฎหมาย] ทราบค่าธรรมเนียมจดทะเบียน: บริษัทจำกัด 5,500 บาท ห้างหุ้นส่วน 1,000 บาท (กฎกระทรวง พ.ศ. 2561)

1.2 ผู้ถือหุ้นและกรรมการ

☐ [กฎหมาย] มีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน (ป.พ.พ. ม.1097 แก้ไขมีผล 7 ก.พ. 2566 — ไม่ใช่ 3 คนตามข้อมูลเก่า)

☐ [กฎหมาย] มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน (ม.1144)

☐ [แนะนำ] ตกลงสัดส่วนหุ้น บทบาท และการตัดสินใจระหว่างผู้ถือหุ้นเป็นลายลักษณ์อักษร

☐ [แนะนำ] กำหนดอำนาจกรรมการให้เหมาะกับการทำงานจริง เช่น วงเงินที่กรรมการคนเดียวลงนามได้

1.3 ชื่อบริษัท

☐ [กฎหมาย] เตรียมชื่อภาษาไทยและอังกฤษ โดยชื่ออังกฤษมีความหมายหรือเสียงตรงกับชื่อไทย

☐ [กฎหมาย] ตรวจว่าชื่อไม่ซ้ำหรือคล้ายกับชื่อที่จองหรือจดแล้ว และไม่เป็นชื่อต้องห้าม เช่น ชื่อส่วนราชการ หรือชื่อประเทศที่ไม่ได้อยู่ในวงเล็บต่อท้าย

☐ [แนะนำ] เตรียมชื่อสำรอง 2–3 ชื่อ

1.4 ทุนจดทะเบียนและหุ้น

☐ [กฎหมาย] มูลค่าหุ้นไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท (ม.1117)

☐ [กฎหมาย] วางแผนชำระค่าหุ้นงวดแรกไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 (ม.1105)

☐ [แนะนำ] ตั้งทุนจากงบประมาณเริ่มต้นจริง ไม่ตั้งสูงเพียงเพื่อภาพลักษณ์

☐ [แนะนำ] พิจารณาเกณฑ์ภาษี SME ซึ่งใช้ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ร่วมกับรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท

1.5 ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ และการยืนยันตัวตน

☐ [กฎหมาย] กำหนดที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และเตรียมแผนที่

☐ [แนะนำ] ขอหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของ และตรวจข้อบังคับอาคารชุดหรือสัญญาเช่า เพราะเอกสารสถานประกอบการจะใช้อีกครั้งตอนจด VAT

☐ [แนะนำ] เขียนวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมธุรกิจหลักและธุรกิจที่วางแผนในระยะใกล้

☐ [แนะนำ] ให้ผู้เริ่มก่อการ ผู้ถือหุ้น และกรรมการทุกคนเตรียมช่องทางยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ThaID หรือแอป DBD e-Service

1.6 กรณีพิเศษ: มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติ

☐ [กฎหมาย] ตรวจว่าหุ้นที่คนต่างด้าวถือรวมกันถึงกึ่งหนึ่งหรือไม่ เพราะถ้าถึง บริษัทถือเป็นคนต่างด้าวตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ม.4 และธุรกิจบางประเภทต้องขออนุญาต

☐ [กฎหมาย] เตรียมหนังสือชี้แจงการลงทุนและรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ลงทุนไทยที่ชำระค่าหุ้น ตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2569 (มีผล 1 ส.ค. 2569)

☐ [กฎหมาย] ไม่ใช้ผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับตาม ม.36

1.7 งบประมาณและผู้ช่วย

☐ [แนะนำ] ทำรายการงบประมาณเริ่มต้น: ค่าธรรมเนียม DBD ค่าบริการวิชาชีพ (ถ้าจ้าง) ค่าทำบัญชีรายเดือน ค่าสอบบัญชีประจำปี ค่าเช่า ใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจ และเงินสมทบประกันสังคม ค่าบริการแตกต่างตามผู้ให้บริการและขนาดกิจการ

☐ [แนะนำ] เลือกผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อน วันจดทะเบียน

☐ [แนะนำ] ตัดสินใจว่าจะจดเองหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญ


ช่วงที่ 2: ระหว่างจดทะเบียนผ่าน DBD Biz Regist ต้องทำอะไร?


ช่วงนี้ทำในระบบออนไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 การจดจัดตั้งบริษัทใหม่ทำผ่าน DBD Biz Regist ช่องทางเดียว ระบบเปิด 24 ชั่วโมงรวมวันหยุด

☐ [กฎหมาย] ตรวจและจองชื่อในระบบ นายทะเบียนพิจารณาตามคิวประมาณครึ่งวันทำการและแจ้งผลทางอีเมล

☐ [กฎหมาย] ยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่ได้ผลจองชื่อ ก่อนผลจองหมดอายุ

☐ [กฎหมาย] กรอกข้อมูลหนังสือบริคณห์สนธิและข้อมูลจัดตั้งบริษัท ได้แก่ ชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน ผู้ถือหุ้น กรรมการ และอำนาจกรรมการ

☐ [กฎหมาย] แนบเอกสารที่ระบบกำหนด เช่น แผนที่ที่ตั้งสำนักงาน และเอกสารเพิ่มเติมกรณีมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ

☐ [กฎหมาย] ผู้เกี่ยวข้องทุกคนยืนยันตัวตนและลงนามหนังสือยืนยันข้อมูล (consent form) ซึ่งออกหลังนายทะเบียนอนุมัติ ลงนามอิเล็กทรอนิกส์ หรือพิมพ์ ลงนาม แล้วอัปโหลด

☐ [กฎหมาย] ชำระค่าธรรมเนียม 500 บาท (บริคณห์สนธิ) และ 5,000 บาท (จัดตั้งบริษัท)

☐ [แนะนำ] ขอหนังสือรับรองรายการจดทะเบียน (40 บาทต่อรายการ) และใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน (100 บาทต่อฉบับ) ตามที่ต้องใช้ เช่น เปิดบัญชีธนาคาร

☐ [แนะนำ] ดาวน์โหลดและเก็บสำเนาเอกสารทุกฉบับที่ยื่นและได้รับจากระบบ

ข้อควรทราบ: ป.พ.พ. ม.1111/1 ให้จดบริคณห์สนธิและจดตั้งบริษัทในวันเดียวกันได้ หากครบทุกขั้นตอนในวันเดียว แต่ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารและการพิจารณาของนายทะเบียน กรณีมีกรรมการต่างชาติหรืออยู่ต่างประเทศอาจไม่เสร็จในวันเดียว


ช่วงที่ 3: หลังจดทะเบียนต้องทำอะไรบ้างในปีแรก?


หน้าที่ส่วนใหญ่เริ่มนับตั้งแต่วันจดทะเบียน ไม่ใช่วันที่เริ่มขาย ส่วนนี้สรุปเป็นรายการติ๊ก รายละเอียดแต่ละเรื่องดูในบทความ "จดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อ"

3.1 ภายในสัปดาห์แรก

☐ [กฎหมาย] เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน และจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ (พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 ม.9 และ ม.19)

☐ [กฎหมาย] จัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นตั้งแต่วันจดทะเบียน และเก็บไว้ที่สำนักงาน

☐ [แนะนำ] เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท และแยกเงินบริษัทกับเงินส่วนตัว (เอกสารตามที่ธนาคารกำหนด)

☐ [แนะนำ] ออกใบหุ้นให้ผู้ถือหุ้น (บริษัทเรียกค่าธรรมเนียมใบหุ้นได้ไม่เกิน 10 บาท)

☐ [แนะนำ] ตั้งระบบเก็บเอกสารรายรับรายจ่าย และนัดวันส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีทุกเดือน

3.2 เมื่อเกิดเหตุการณ์ (นับจากวันที่เกิดเหตุ)

☐ [กฎหมาย] มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน: ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน

☐ [กฎหมาย] รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี: ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน (หรือเลือกจดก่อนได้)

☐ [กฎหมาย] เปลี่ยนแปลงกรรมการ ทุน หรือข้อบังคับ: จดทะเบียนภายใน 14 วัน

☐ [กฎหมาย] บัญชีหรือเอกสารสูญหายหรือเสียหาย: แจ้งภายใน 15 วัน

☐ [ตรวจสอบ] ทะเบียนพาณิชย์และใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจ: ต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเขต เทศบาล หรือหน่วยงานที่กำกับธุรกิจนั้น

3.3 ภายใน 6–12 เดือนแรก

☐ [กฎหมาย] จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน (ป.พ.พ. ม.1171)

☐ [กฎหมาย] ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อนายทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญ

☐ [กฎหมาย] ยื่น ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของครึ่งรอบบัญชี (ตามเงื่อนไขของรอบบัญชี)

☐ [กฎหมาย] ปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี (พ.ร.บ.การบัญชี ม.10)

3.4 หลังปิดรอบบัญชีแรก

☐ [กฎหมาย] ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจงบการเงิน และเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดงบ (ม.1197)

☐ [กฎหมาย] ส่งสำเนางบการเงินให้ผู้ถือหุ้นก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน

☐ [กฎหมาย] ยื่นงบการเงินผ่าน DBD e-Filing ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติ

☐ [กฎหมาย] ยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี

☐ [กฎหมาย] เก็บรักษาบัญชีและเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี

ตารางสรุปกำหนดเวลาสำคัญในปีแรก

หน้าที่

เริ่มนับจาก

กำหนดเวลา

ยื่นจดทะเบียนหลังจองชื่อ

วันที่ได้ผลจองชื่อ

30 วัน

เริ่มทำบัญชี

วันจดทะเบียน

ทันที

ขึ้นทะเบียนประกันสังคม

วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน

30 วัน

จด VAT

วันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาท

30 วัน

ประชุมสามัญครั้งแรก

วันจดทะเบียน

6 เดือน

บอจ.5

วันประชุมสามัญ

14 วัน

ปิดบัญชีครั้งแรก

วันเริ่มทำบัญชี

12 เดือน

ประชุมอนุมัติงบที่ผ่าน CPA

วันปิดงบ

4 เดือน

ยื่นงบการเงินต่อ DBD

วันที่ประชุมอนุมัติงบ

1 เดือน

ภ.ง.ด.50

วันสุดท้ายของรอบบัญชี

150 วัน

 

ตัวอย่างการใช้เช็กลิสต์ (ตัวอย่างสมมติ)

บริษัท เอ จำกัด เป็นร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่ผู้ก่อตั้ง 2 คนเปิดร่วมกัน ทั้งคู่ใช้เช็กลิสต์ช่วงที่ 1 ประชุมกัน 1 วัน ตกลงสัดส่วนหุ้น 60:40 กำหนดให้กรรมการคนใดคนหนึ่งลงนามได้ในวงเงินที่กำหนด เตรียมชื่อสำรอง 3 ชื่อ และขอหนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคารที่เช่า ก่อนยื่นได้นัดสำนักงานบัญชีไว้แล้ว

หลังจดทะเบียน บริษัทรับพนักงาน 3 คนในสัปดาห์ที่สอง จึงติ๊กข้อขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน และใส่วันครบกำหนดประชุมสามัญครั้งแรก 6 เดือนลงในปฏิทินบริษัท เมื่อยอดขายสะสมใกล้ 1.8 ล้านบาท ผู้ทำบัญชีแจ้งให้เตรียมจด VAT ล่วงหน้า บริษัทจึงไม่พลาดกำหนดเวลาใดในปีแรก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้เช็กลิสต์เปิดบริษัท

·       ใช้เช็กลิสต์เก่า ที่ยังระบุผู้เริ่มก่อการ 3 คน ค่าธรรมเนียมตามทุน หรือการยื่นกระดาษ

·       หยุดติ๊กเมื่อได้หนังสือรับรอง ทั้งที่หน้าที่สำคัญหลายข้อเริ่มนับจากวันจดทะเบียน

·       หาผู้ทำบัญชีหลังมีรายได้ ทำให้ต้องย้อนเก็บเอกสารช่วงก่อนเปิดร้าน

·       ไม่บันทึกวันครบกำหนดลงปฏิทิน โดยเฉพาะประชุมสามัญ 6 เดือนและ บอจ.5 14 วันหลังประชุม

·       คิดว่า บอจ.5 ต้องยื่นพร้อมงบการเงิน ซึ่งเป็นคนละกำหนดเวลา

·       ข้ามหมวดกรณีพิเศษ เมื่อมีนักลงทุนต่างชาติแม้ถือหุ้นส่วนน้อย


คำแนะนำจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ


เช็กลิสต์จะได้ผลเมื่อมีผู้รับผิดชอบแต่ละข้อชัดเจน ไม่ใช่เพียงติ๊กว่ารู้แล้ว

1. ระบุชื่อผู้รับผิดชอบ ข้างแต่ละข้อ เช่น กรรมการ ผู้ทำบัญชี หรือผู้ให้บริการภายนอก

2. ใส่วันครบกำหนดจริงลงปฏิทิน ทันทีที่ได้วันจดทะเบียน เพราะหลายข้อคำนวณย้อนไม่ได้หากพลาด

3. ใช้ช่วงที่ 1 เป็นเอกสารตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น การบันทึกเรื่องสัดส่วนหุ้นและอำนาจลงนามตั้งแต่ต้นช่วยลดข้อขัดแย้งในอนาคต

4. ทบทวนเช็กลิสต์ทุกปี เพราะประกาศและช่องทางยื่นของหน่วยงานรัฐเปลี่ยนบ่อย เช่น การขยาย DBD Biz Regist เป็นทุกประเภทคำขอ


สรุป


เช็กลิสต์เปิดบริษัทใหม่สำหรับ SME ที่ใช้ได้จริงต้องครอบคลุมทั้ง 3 ช่วง ก่อนจดคือการตัดสินใจโครงสร้าง ผู้ถือหุ้น ชื่อ ทุน ที่ตั้ง และการยืนยันตัวตน ระหว่างจดคือการยื่นผ่าน DBD Biz Regist และชำระค่าธรรมเนียม 5,500 บาท และหลังจดคือหน้าที่ด้านบัญชี ภาษี ประกันสังคม และการประชุมผู้ถือหุ้นในปีแรก การติ๊กให้ครบพร้อมระบุผู้รับผิดชอบและวันครบกำหนด จะช่วยให้บริษัทเริ่มต้นได้ถูกต้องและไม่เสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น

เช็กลิสต์นี้ใช้กับห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ไหม?

ใช้ได้บางส่วน หลักเรื่องชื่อ ที่ตั้ง การยืนยันตัวตน ผู้ทำบัญชี VAT และประกันสังคมคล้ายกัน แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหุ้นส่วน 2 จำพวก ต้องมีผู้ไม่จำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 1,000 บาท และยื่นงบการเงินภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี ห้างขนาดเล็กตามเกณฑ์ไม่ต้องใช้ CPA แต่ต้องใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร

ต้องมีบัญชีธนาคารบริษัทก่อนจดทะเบียนไหม?

โดยทั่วไปบัญชีธนาคารในนามบริษัทเปิดได้หลังจดทะเบียน เพราะธนาคารมักขอหนังสือรับรองบริษัท เอกสารที่ใช้เป็นไปตามข้อกำหนดของแต่ละธนาคาร ควรสอบถามธนาคารที่เลือกโดยตรง ส่วนการชำระค่าหุ้นงวดแรกไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ควรมีหลักฐานการชำระชัดเจน โดยเฉพาะกรณีมีผู้ถือหุ้นต่างชาติที่ต้องแสดงรายการเดินบัญชีของผู้ลงทุนไทย

ยังไม่มีลูกจ้าง ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมเลยไหม?

หน้าที่ขึ้นทะเบียนเกิดขึ้นเมื่อมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน โดยต้องยื่นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน ซึ่งขึ้นทะเบียนนายจ้างพร้อมกัน หากบริษัทยังไม่มีลูกจ้าง ยังไม่ต้องขึ้นทะเบียน แต่ควรใส่ข้อนี้ไว้ในเช็กลิสต์เพื่อไม่ให้พลาดเมื่อรับพนักงานคนแรก รายละเอียดสอบถามได้ที่ประกันสังคม สายด่วน 1506

ถ้ารอบบัญชีแรกสั้นกว่า 12 เดือนได้ไหม?

ได้ กฎหมายกำหนดให้ปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี ไม่ได้บังคับว่าต้องครบ 12 เดือน หลายบริษัทจึงเลือกปิดรอบแรกให้ตรงกับสิ้นปีปฏิทินหรือรอบที่ต้องการ ควรตัดสินใจร่วมกับผู้ทำบัญชีตั้งแต่ต้น เพราะวันปิดงบเป็นจุดเริ่มนับกำหนดเวลาประชุมอนุมัติงบ การยื่นงบ และ ภ.ง.ด.50

ควรเก็บเช็กลิสต์และเอกสารไว้ที่ไหน?

กฎหมายกำหนดให้เก็บบัญชีและเอกสารประกอบไว้ ณ สถานที่ทำการ และเก็บไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นต้องเก็บที่สำนักงานเช่นกัน ในทางปฏิบัติควรเก็บสำเนาดิจิทัลของเอกสารจดทะเบียน หนังสือรับรอง รายงานการประชุม และหลักฐานการยื่นทุกฉบับไว้ในโฟลเดอร์กลางที่กรรมการเข้าถึงได้


ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?


ThaiRegisters ช่วยให้คุณติ๊กเช็กลิสต์ได้ครบตั้งแต่ก่อนจดจนจบปีแรก

·       ทบทวนข้อมูลช่วงก่อนจด เช่น ผู้ถือหุ้น ทุน อำนาจกรรมการ และวัตถุประสงค์

·       ดำเนินการจดทะเบียนบริษัทผ่าน DBD Biz Regist

·       จัดทำปฏิทินหน้าที่ปีแรกตามวันจดทะเบียนจริงของบริษัท

·       ให้บริการบัญชีรายเดือน และดูแลงานภาษีที่เกี่ยวข้อง

·       ประสานงานจด VAT และงานหลังจดทะเบียนอื่น ๆ

ข้อมูลที่ควรเตรียมเมื่อติดต่อ:

·       ประเภทธุรกิจและวันที่ต้องการเริ่มดำเนินการ

·       จำนวนผู้ถือหุ้น สัญชาติ และสัดส่วนหุ้นโดยประมาณ

·       ทุนจดทะเบียนที่วางแผนไว้

·       ที่ตั้งสำนักงานและสถานะของสถานที่

·       แผนจ้างพนักงานและประมาณการรายได้ปีแรก


bottom of page